เอ๊ะ..ใครคิด

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย โพก็โพดิ.., 5 พฤษภาคม 2020.

  1. ฐานธมฺโม

    ฐานธมฺโม ทำลายเพื่อสร้างใหม่ ให้ดี ให้งาม..

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    8,908
    ค่าพลัง:
    +1,860
    เราชี้ไปที่ลิงอีกตัว..

    มันหลอกเจ้า..
     
  2. damrong

    damrong อย่าทำอย่างนั้น

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    179
    ค่าพลัง:
    +206
    อ๊ะะะะจําก ลืมเปลี่ยนยูช:cool:
     
  3. กระร่อน

    กระร่อน จิตตัง ทันทัง สขาวหัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    5,904
    ค่าพลัง:
    +668
    อยากเป็นลิงมั้งเจ้าบ้านได๋โง่กว่าลิง55
     
  4. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,951
    ค่าพลัง:
    +1,011
    ถ้าเล่นสำนวนภาษาแบบนี้เดา อายุต้องห่างจากผมมาก คุณน้าคงราวๆ 40 ปลายๆ แน่ๆ ผมมองแล้วสรุปให้กำหนดรู้และโยนิโสแก้นั้น ยาวๆมันรุงรัง
     
  5. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,562
    ค่าพลัง:
    +1,004
    สำหรับ บุคคลที่เป็นโรค "ขนลุกบ่อย"

    ยิ่งมนสิการเห็น อนิจสัญญาดับ
    อนัตตสัญญาดับ ยิ่งขนลุก

    พึงระวัง "กำหนัด อันเกิดจาการเพ่ง"

    ถ้าเพ่งเกิน ( มุ่งเอา อามิส) จะเกิด กำหนัด

    ตัวกำหนัดนี้เอง ที่จะลากไป ในกรรมที่เฮี้ยวจ้าวสุดๆ
    แต่ถ้า สังขารไม่ให้ อาจจะโชคดีหน่อย มะโรง เป็น
    เขื่อนกั้น สิงห์โต(นช)

    ทีนี้ เมื่อขนลุกได้อย่าง ไม่เป็น อามิส ได้แล้ว

    ข้อท้าให้ลอง เรื่อง เนื้อติดฟัน กับ เนื้อไม่ติดฟัน

    เมื่อทั้งวันขนลุกมากๆ จะมีจังหวะของ การเกิด
    รวมเล็กใหญ่ ใส่ชิ้นสด ขึ้นมาบ่อยๆ วันนึงครั้ง
    เดียวโหลยโถ้ย 10นาที รวมพรึ๊บ พักพรึ๊บ ออก
    รู้พลับ สองหน สามหน ยังโหลยโถ้ย แต่เป็น
    สัญญาณที่ดี เกิดความเลื่อมใส เล็กใหญ่ใส่
    ชิ้นสดมากขึ้น .....ตรงนี้ จึงจะท้าให้ลอง หาก
    ยังชอบแนว "พฤหัสเสกหิน"

    ให้เอา "หมุดที่ปัก" ที่เคยทำไว้ตอนยังเล่น
    "เนื้อติดฟัน" มา สังวรณ์ปลาทาน นำหน้า
    การพรากออกจากขันธ์ ให้หน่อยๆ คล้าย
    "จิตรำพึง" แต่ ระดับเนื้อติดฟัน จะไม่มี

    พอสังวรณ์ปลาทานไว้ด้วย เวลาที่เกิด รวม
    เล็กใหญ่ใสชิ้นสด เวลากลับออกมา มันจะ
    มีความโลดโผนให้สังเกตุ แต่ไม่มี อาการ
    เนื้อติดฟัน ...... ถ้าเห็นได้อย่างนี้ ก็ให้
    ทำ สังวรณ์ปลาทาน ไว้

    วันไหนการรวมจะเป็นประโยชน์ หลังจาก
    ลงไปพัก กลับออกมา จะสังเกตได้ว่า ทำ
    ไมจึงมีการ ออกรู้ อย่างเป็นธรรม เพื่อธรรม

    ก็จะเข้าใจ ที่ ศาสดาตรัส ทรงไม่ได้ใช้
    อิทธิปาฏิหารย์เลย แม้นในเรื่องพุทธกิจ5
    ก็เป็น การออกรู้ ออกเห็น เพื่อ ธรรม อย่างเดียว
    ไม่ใช่ตัณหา ตรวจตรา อยากสอน แบบที่
    โลกเขียนแปลไปปู้นนนนนนนน คนละเรื่อง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 พฤษภาคม 2020
  6. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,562
    ค่าพลัง:
    +1,004
    อะสอง :

    อย่างไรก็แต้แด่ ยาจากคนยังเมาไม่ควรดื่ม
    วันละหลายขวด

    ควรเดินเซ เตะ คนจร บ้าง เพื่อให้การตามเห็น

    ทุกขสัญญา อันจะนำไปสู่ แก่น ของศาสนา

    ไม่เช่นนั้น อาจจะได้แค่ ฮี้กอปๆ NGO 9ko sjk
     
  7. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,951
    ค่าพลัง:
    +1,011
    ว่างจัด งานการไม่สมบูรณ์ เวลาเหลือๆ เอาอะไรไปสอนชาวบ้าน
    กลวงๆ
     
  8. ขาจอน

    ขาจอน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    893
    ค่าพลัง:
    +396
    แฉลบไปไม่เป็นไร
    รู้ลงเป็นธาตุ เป็นธรรม
    ขัดเกลานิสัยได้

    แต่ถ้ายังกระโต๊กกระต๊าก
    ก็เดินหน้าลูกเดียวเลย
    เสียเวลา
     
  9. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427

    หากว่า เราฝัน เราจะไม่สามารกำหนดจิต หรือ บังคับจิต ได้เลย
    เราจะต้องทำตามที่ฝันอย่างเดียว ได้แต่นั่งดูอย่างเดียว
    แต่ถ้าเป็นเรื่องของการเป็นทิพย์ จะบังคับบัญชาฝันได้
    พูดคุยโต้ตอบได้ บังคับจิตได้ ตรงนี้จะเรียก ปรุงแต่งจิต
    หากว่า เอา ตัวเรา เข้าไปใส่ในฝันนั้น เช่น
    คิดว่า เราคือผู้วิเศษ เราคือพระอริยะเจ้า เราคือยอดมนุษย์
    เราคือฮีโร่ เราคือสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
    เมื่อคิดว่า มันเป็นของเรา มันก็เลย หลงยึด
    เมื่อยึด ก็ไม่ยอมปล่อยวาง
    เมื่อไม่ปล่อยวาง ก็ไม่อาจที่จะบรรลุธรรมได้
    เกิดเป็นวงจร
    ปกิจสมุปบาท หรือ วงล้อแห่งการหลงยึด นั่นเอง
     
  10. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427
    มันคือของเก่า ที่เราเคยได้มา อภิญญาเก่าๆ
    เกิดกี่ภพกี่ชาติ ก็ได้เจอตลอด เห็นตลอด
    เพราะมันมีงานต้องทำ ก็เลยมีคนคอยดูแล
    ถึงไม่อยากได้ หรือ จะอยากได้ มันก็มีอยู่แล้ว
    ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ ถ้าคุณถือศีลดี ถือพรหมจรรย์ยอด
    ฤทธิ์มันก็จะเข้มข้นขึ้นเอง เมื่อศีลอ่อน มันก็จางลงไป
    ให้คิดเสียเพียงว่า นิมิตรที่เห็นเป็นเพียงสิ่งสมมุติ
    หลอกให้เราหลงยึดติด

    ทำจิตใจให้เฉยๆ นั่งดูอย่างเดียว ไม่ต้องไปคิดว่า
    มันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
    คือแต่เพียง เราดูหนังไซไฟฉากหนึ่ง
    เป็นเพียงแค่ผู้ดูหนังแค่นั้น
    อย่าไปอยากจะเป็น ผู้กำกับ หรือ นักแสดง
    เป็น พระเอก หรือ นาง หรือเป็น นางร้ายนางอิจฉา
    ทำใจเป็นกลางๆ เดี๋ยวมันก็ดับไป ตามสภาพของมัน
    ซึ่งมันไม่มีอะไรเที่ยงแท้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มิถุนายน 2020
  11. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427
    พระอริยะเจ้า ที่เดิน ฝ่ายมรรควิถี สี่อย่าง ก็คือ
    -โสดาปัตติมรรค
    -สกิทาคามีมรรค
    -อนาคามีมรรค
    -อรหันตมรรค

    ชั้นแรก พระโสดาปัตติมรรค
    เมื่อฝึกจิตถึง โครตภูญาน หรือ โครตภูบุคคล ได้แล้ว
    เวลาจะข้ามขั้น ไปเป็น พระอริยะเจ้าชั้นต้น หรือ พระโสดาบัน
    หากไม่มีอาจารย์อยู่ใกล้ คอยให้คำปรึกษา
    ก็จะยังไม่แน่ใจว่า ตนเองถึงหรือยัง ละสังโยชน์ได้จริงไหม
    จะต้องคอยสอบถามเพื่อนสหธรรมมิก ที่ฝึกได้เหมือนกัน
    ว่ามีอาการแบบเดียวกัน ถ้าเป็นแบบเดียวกัน
    ก็แสดงว่า จะต้องหา พระอาจารย์ ที่เป็น พระอริยะเจ้า
    แล้วฝากตัวเป็นศิษย์ให้ได้ เพื่อทีจะปฏิบัติในชั้นสูงต่อไป

    ส่วนอันที่สอง พระสกิทาคามีมรรค
    เมือฝึกจิตถึงขั้น โสดาปัตติผล คือ
    ได้รับผลของพระโสดาบันได้แล้ว
    ทรงจิตของพระโสดาบันได้ สามเดือนขึ้นไป
    จิตใจตั้งในความเป็นโสดาบันแล้ว
    ปิดทางอบายได้แล้ว เมื่อท่านจะข้ามขั้นต่อไป
    ท่านก็จะต้อง เอาสังโยชน์ข้อที่ตนจะละ
    เอามาถือดั่งศีลของตนเอง ข้อหนึ่ง
    หากท่านถือได้สามเดือนขึ้นไป
    ก็มีสิทธิ์ที่จะ พยากรณ์ตัวเองดูได้ว่า
    เราละได้จริงหรือเปล่า หากตัวเองทำได้
    ละสังโยชน์ได้จริง แต่ตัวเองไม่มีวาสนาจะมีอาจารย์ได้
    ก็ต้องไปถามเพื่อนสหธรรมิก ที่ได้อยู่ก่อนแล้ว
    สอบถามว่า มันตรงกันใหม หากว่าตรงกัน
    ก็แสดงว่า ทำถูกทาง ปฏิบัติถูกต้องแล้ว

    ส่วนอีกสองขั้น ก็เป็นแบบเดียวกัน
    พวกที่มีอาจารย์ พอทำถึงขั้นไหน อาจารย์ก็จะคอยบอกให้
    ปัญหาเดียวที่จะต้องให้ผู้อื่นพยากรณ์
    ก็คือ พวกที่ไม่มี ครูบาอาจารย์ นั่นเอง
    เวลาบรรลุธรรมจะยุ่งยากมาก
    เพราะจะไม่รู้วิธิ ปฏิบัติกาย และ วิธีปฏิบัติจิตใจ
    เรียกว่า ใจบรรลุไปแล้ว แต่กายยังทำงานเหมือน คนธรรมดา
    แต่ต่อไป เดี๋ยวกายมันก็จะปรับตัวเป็น พระอริยะเจ้า ได้เอง
     
  12. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427
    ถ้าไอสไตน์ มีพระป่าสายหลวงปู่ชา ให้คำแนะนำ
    เค้าก็จะได้เป็น พระอริยะบุคคล ไปแล้ว
    แต่นี้ไม่มีวาสนา เกิดมาไม่เจอ พระพุทธศาสนา
    เกิดมาไม่เจอ พระอริยะสงฆ์ หรือ พระสงฆ์ หรือ สามเณร หรือ แม่ชี
    เรียกว่า เกิดมาผิดสมัย ผิดที่ ผิดกาล
    ไม่เจอ มรรควิถี หรือ วิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุมรรคผล
    ถึงจะได้อ่านหนังสือธรรมะมากมาย
    แต่ก็ไม่อาจที่จะบรรลุธรรมได้ เพราะคิดไม่ออก
    มองไม่เห็นภาพ เห็นแต่ความงงงวย กับความอัศจรรย์
    ไม่เห็นในด้านปัญญา มองเห็นแต่ทางโลก
    แต่ไม่มองทางธรรม มืดมามืดไป นั่นเอง
     
  13. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427

    อย่างนี้ ผมถือว่า ยังไม่มีวาสนาที่จะสอน
    ส่วนใครที่ผมให้คะแนน ยกนิ้ว อนุโททนา รักเลย
    ถือว่า เรื่องนั่น พอเข้าเค้าบ้างแล้ว
    ใครที่ได้คะแนนบ่อยๆ แสดงว่า ถึงขั้นแล้ว สอนธรรมได้
    ส่วนใครยังไม่ได้คะแนน แสดงว่า
    ยังไม่ทำอะไรเลย ยังไม่สอนธรรมะอะไรเลย
    จงสร้างบารมี ด้วยการสอนธรรมะ
    ไม่ต้องใช้เงินก็ได้ ใช้ใจอย่างเดียวก็ได้บุญ
     
  14. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427

    พระฉันข้าวแล้ว นึกอร่อย
    ถือว่าเป็นการปรุงแต่งจิต
    พระจะต้องคลองจิตเฉยๆ ไม่มีเราอร่อย
    ความจริง พระจะต้องฉันรวม ก็คือ
    จะต้องเอาอาหารทั้งหมด ทั้งหวาน คาว
    ใส่รวมกัน คนให้เค้ากันดี แล้วก็ฉัน
    ก็จะลดอาการปรุงแต่ง ลงได้บ้าง
     
  15. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427

    ความจริง นี่ก็อยากให้คะแนนเหมือนกัน
    แต่ ภาษามันวิบัติ ถึงจะสอนได้ดี
    ก็อาจจะทำให้ ผู้ที่เห็นด้วย เพราะ ข้างเดียวกัน
    ลง นรก ไปด้วยกันทั้งคณะ
    พิจารณาภาษาธรรม ให้รอบคอบ ก่อนจะโพสต์
     
  16. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,934
    ค่าพลัง:
    +2,427

    คิดไม่ออก เกิดจากที่ เราคิดมาก
    เมื่ออยากมากๆ ที่จะคิด
    เวลาที่คิด มันก็ย่อมจะไม่เป็น สมาธิ
    แต่ถ้าปล่องวางความคิดลง ไม่อยากจะคิดอะไรเลย
    พอจิตมันไม่คิด มันก็นิ่ง เป็นสมาธิที่ดี
    ความคิดมันก็จะ ผุดขึ้นมาเอง ดั่งน้ำผุด

    สรุปคือ เมื่ออยากคิด มันกลับไม่คิด
    แต่พอเราไม่คิด มันกลับคิดขึ้นได้เอง
     

แชร์หน้านี้

Loading...