เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 6 กรกฎาคม 2024.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,364
    ค่าพลัง:
    +26,172
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,364
    ค่าพลัง:
    +26,172
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ หลังจากที่ไฟฟ้าดับมาเกือบ ๒๐ ชั่วโมง ตอนไฟฟ้ามาคาดว่าหลายคนคงจะดีใจมาก กระผม/อาตมภาพเองอาศัยว่าไฟฟ้าดับ ทำงานอื่นไม่ได้ จึงอ่านหนังสือหมดไป ๒ เล่ม เหตุที่อ่านแค่ ๒ เล่มเพราะว่าร่างกายไม่ค่อยดี ต้องมีเวลาพักบ้าง

    คราวนี้มีบางท่านอาจจะสงสัยว่า กระผม/อาตมภาพค่อนข้างจะมีอิทธิพลต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วทำไมถึงไม่โทรไปให้เขารีบมาแก้ไขให้ ? เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า
    อยากให้ท่านทั้งหลายแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ถ้าบางท่านรู้จักสังเกตจะเห็นว่า กระผม/อาตมภาพพอแบ่งงานให้ทุกคนไปแล้ว ก็จะปล่อยให้ตัดสินใจกันเองเลย เนื่องเพราะว่าสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราตัดสินใจนั้น ถ้าทำถูกเราก็ได้กำไร ถ้าทำผิดเราก็ได้บทเรียน ก็คือได้ทั้งคู่

    โดยเฉพาะกระผม/อาตมภาพเห็นมามากต่อมากด้วยกัน ตั้งแต่สมัยทำหน้าที่เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด ให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพเมธากร (ณรงค์ ปริสุทฺโธ ป.ธ.๔) อยู่ระยะหนึ่ง ก็คือวัดวาอารามต่าง ๆ พอเจ้าอาวาสท่านสิ้นลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะมรณภาพ สึก ลาออก หรือว่าเหตุผลประการใดก็ดี ถ้าผู้มาใหม่มีความสามารถไม่เท่าเจ้าอาวาสเก่า วัดก็จะโทรมลงทันตา ต่อให้ผู้มาใหม่มีความสามารถเท่าเจ้าอาวาสเก่า คนเขาก็ยังคิดถึงแต่คนเก่า เพราะว่าเขาอยู่ด้วยกันมานาน

    เจ้าอาวาสใหม่ต้องทนทำความดีสู้ไปเรื่อย กว่าที่ญาติโยมทั้งหลายจะยอมรับ ก็มักเป็นช่วงปลายของชีวิต แล้วพอท่านมรณภาพหรือว่าพ้นตำแหน่งไป ด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม วัดวาอารามก็จะตกอยู่ในวังวนเดิมอีก จนกระผม/อาตมภาพเรียกว่า "วงจรอุบาทว์"..!

    คราวนี้ระบบที่กระผม/อาตมภาพพยายามที่จะทำเอาไว้ก็คือ
    ถ้าวัดท่าขนุนไม่มีหลวงพ่อเล็ก ไม่มีพระอาจารย์เล็กจะต้องอยู่ได้ โดยที่พวกเราหลายคนซึ่งรับภาระหน้าที่ส่วนนั้นบ้างส่วนนี้บ้าง ช่วยกันขับเคลื่อนให้วัดท่าขนุนของเราไปได้เอง

    พระสังฆาธิการเจ้าคณะปกครองหลายรายสังเกตเห็นแล้ว บางท่านก็เอ่ยปากแบบอิจฉาเลยว่า "ผมไม่ได้มีทีมงานแบบหลวงพ่อเล็ก" เหตุที่ไม่มีทีมงานก็เพราะว่าท่านไม่ปล่อยงานให้คนอื่นทำ ส่วนใหญ่ก็ไปแบกเอาไว้คนเดียว แล้วก็จะเจอแบบกระผม/อาตมภาพที่เจอมา ก็คือพอออกจากวัดท่าซุงมา หลวงพ่อเจ้าคุณอนันต์ (พระราชภาวนาโกศล วิ.) ต้องหาพระไปแทนงานที่กระผม/อาตมภาพทำเอาไว้ถึง ๕ รูปด้วยกัน..!

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่เกินกำลังที่ท่านทั้งหลายจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ กระผม/อาตมภาพจึงตั้งใจทิ้งเอาไว้ให้พวกเราแก้ไขกันเอง เพราะว่าถ้าโทรไปหา ทางด้านผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ "ครับ ๆ" แล้วก็รีบส่งลูกน้องมา ดีไม่ดีก็มาเองเลย นั่นเป็นเรื่องที่ง่ายเกินไป..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,364
    ค่าพลัง:
    +26,172
    ความจริงกระผม/อาตมภาพคาดว่าต้องใช้เวลาถึง ๒ วัน คือวันแรกเขาจะจัดการกับต้นไม้ใหญ่ที่ล้มทับสายไฟไปก่อน แล้วพอวันที่สองจึงมาจัดการกับระบบไฟให้ โดยเฉพาะเป็นวันเสาร์ - วันอาทิตย์ ถ้าหากว่าคนที่ทำงานในวันหยุดจะได้ค่าแรงพิเศษ ๓ - ๔ แรง กระผม/อาตมภาพถึงได้บอกกับพวกท่านตั้งแต่ตอนฉันเพลว่า "อย่างน้อย ๕ โมงเย็นงานนี้ถึงจะเสร็จ" เพราะว่าเขาต้องให้ได้ค่าแรงครบตามเวลาก่อน..!

    เนื่องจากว่าเจอมาด้วยตัวเองว่าเหลือฟิวส์ตัวเดียวที่สับเข้าไปไฟก็เดินแล้ว แต่ว่าเขารอจนได้ค่าแรงก่อนแล้วถึงจะสับเข้าไปให้ ความจริงกระผม/อาตมภาพก็ชื่นชมว่า "คนไทยของเราสามารถคอรัปชั่นได้ทุกอาชีพ" ถ้าพวกท่านไม่รีบไปจัดการต้นไม้ให้เขาก่อน เขาจะได้ค่าแรงอีก ๓ - ๔ แรงในวันพรุ่งนี้ที่เป็นวันอาทิตย์ ดันไปขัดลาภเขาเสียนี่..!

    เรื่องพวกนี้ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม เราก็ต้องใช้ลักษณะเดียวกัน หลายต่อหลายคนมาวัดท่าขนุน เพราะว่าชื่อเสียงเกียรติคุณของหลวงปู่สายบ้าง ชื่อเสียงเกียรติคุณของ
    กระผม/อาตมภาพในระยะหลังบ้าง ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย แบบเดียวกับสมัยที่เรียนปริญญาโทอยู่ กระผม/อาตมภาพสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ใช้เวลา ๑๕ นาที อาจารย์ท่านยกให้เป็นวิทยานิพนธ์ตัวอย่าง ให้รุ่นน้องมาขอข้อมูล ขอแบบไปดู ถึงเวลาก็เดินมาเป็นแถว ถือแฟลชไดรฟ์มาขอกัน

    กระผม/อาตมภาพบอกกับทุกคนว่าไม่ได้หวง พร้อมที่จะให้เดี๋ยวนี้เลย แต่ขอให้ทุกคนเข้าใจว่า กว่าจะมาเป็นวิทยานิพนธ์ที่ใช้เวลาสอบ ๑๕ นาทีจบ กระผม/อาตมภาพไปหาครูบาอาจารย์ โดนแก้ยับเยินมาแล้ว ๑๘ ครั้ง..! พวกท่านทั้งหลายเคยไปหาอาจารย์สักครั้งมาหรือยัง ?

    พอมาปริญญาเอกใช้เวลาสอบ ๒๒ นาทีจบ จนป่านนี้ยังไม่มีใครทำลายสถิติได้ เพราะว่าช่วงปีสุดท้าย
    กระผม/อาตมภาพนัดพบอาจารย์อาทิตย์ละครั้ง ถ้าท่านไม่กล้าสู้ครูจะไม่มีทางเลยที่ทำได้อย่างนั้น ทุกครั้งที่ไปท่านอาจารย์สั่งให้แก้ กระผม/อาตมภาพก็ "ครับ" อย่างเดียว ไม่มีเถียงเลย ท่านแม็ก (พระกรกฤต ฐิตสาโร) ต้องจำเอาไว้นะ ไอ้ที่ไม่จบเพราะว่าคุณไปเถียงอาจารย์..! อาจารย์ให้ไปทางไหนเราไปทางนั้น แม้กระทั่งเหลือเวลา ๒ วันสุดท้าย ท่านบอกให้เพิ่มโฟกัสกรุ๊ปเข้ามา กระผม/อาตมภาพก็ทำตาม
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,364
    ค่าพลัง:
    +26,172
    แม้ว่าวิทยานิพนธ์จะไม่ได้ A เพราะว่าเหมือนอย่างกับโดนกดเอาไว้ แต่แบบนั้นกระผม/อาตมภาพกลับชอบใจมาก เพราะว่าถ้าเป็นระดับ A เมื่อไร เราต้องเดินสายไปบรรยายให้วิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ต่าง ๆ ว่า "คุณทำอย่างไรถึงได้แบบนี้ ?" ทั้งรุ่น ๒๒ คนมีได้ A อยู่เล่มเดียว ก็คือหลวงพ่อแดง (พระครูสุนทรวัชรกิจ ,ดร.) วัดถ้ำรงค์ จังหวัดเพชรบุรี ท่านเป็นด็อกเตอร์ทางกฎหมายมาก่อน แล้วมาเรียนด็อกเตอร์ทางการจัดการร่วมกับพวกผมอีกทีหนึ่ง

    ศักดิ์ศรีปริญญาเอกเดิมค้ำคออยู่ หรือไม่ก็ท่านรู้ลู่ทางมากกว่า จึงทำให้วิทยานิพนธ์ของท่านได้ A อยู่รูปเดียว

    แต่วิทยานิพนธ์ B+ ของกระผม/อาตมภาพ กลายเป็นตัวอย่างให้กับนิสิตมาจนทุกวันนี้ พอถึงปีก็จะมีการขอร้องให้ช่วยพิมพ์เพิ่ม ส่งเข้าห้องสมุดของมหาวิทยาลัยทุกครั้ง เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพทำทั้งแบบคุณภาพ แล้วก็ทำแบบปริมาณเพื่อยืนยันผลของคุณภาพ มีการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม เดินทางสะสมไมล์จนบอกไม่ถูกว่ากี่แสนไมล์ และท้ายที่สุดก็คือประชุมผู้เชี่ยวชาญรับรองผล ที่เรียกว่าโฟกัสกรุ๊ป

    บรรดารุ่นน้องที่ได้ไป ถ้าเขาไม่จบเขาก็ไม่คายคืนมาให้ พูดง่าย ๆ ว่ายืมจนแทบจะขอลืม ครูบาอาจารย์อยากให้รุ่นหลังดูตัวอย่างก็ต้องขอเพิ่ม ขนาด ท่านอาจารย์ รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม ท่านออกปากว่า "อัศจรรย์มากครับ เรียนจบไปเป็น ๑๐ ปีแล้ว ยังต้องพิมพ์วิทยานิพนธ์เพิ่มอยู่ทุกบ่อย"

    แล้วที่บรรดาท่านอาจารย์ท่านใช้เวลาสอบแค่ ๒๒ นาที เพราะว่าท่านไม่มีข้อสงสัย ท่านอาจารย์ ดร.สุรชัย จากสภาผู้แทนราษฎร ถาม ๔ คำถามแล้วปิดเล่มเลย แจ้งประธานคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ว่า "ผมให้ผ่านโดยไม่มีข้อแม้" ประธานถามเหตุผล ท่านบอกว่า "ผมถาม ๔ คำถาม สิ่งที่ผมถามอยู่ในวิทยานิพนธ์หนา ๔๐๐ กว่าหน้า แต่ผู้สอบสามารถบอกผมได้ว่าข้อมูลอยู่ตรงหน้าไหน ผมยอมเลยครับ..!"

    เมื่อไปถามท่านอาจารย์ รศ.ดร.สุรพลที่ถือว่าเป็นอาจารย์ที่ "เขี้ยว" ที่สุด ว่าท่านอาจารย์สุรพลมีคำถามอะไรบ้าง ท่านอาจารย์สุรพลบอกว่า "ไม่มีครับ ผมถามมาทุกอาทิตย์แล้ว..!"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,364
    ค่าพลัง:
    +26,172
    คราวนี้ท่านเห็นหรือยังว่า การที่เราพากเพียรไม่ท้อถอย โดนหนักเท่าไรก็มีแต่เดินหน้า ถ้าหากว่าท่านปฏิบัติธรรมในลักษณะอย่างนี้ รับประกันได้ว่า "เห็นหน้าเห็นหลัง" ไปนานแล้ว เนื่องเพราะว่าในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้น แทบทุกคำถามมีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว ทำให้ถึงจะได้คำตอบทันที

    กระผม/อาตมภาพเคยเรียนถวายหลายท่านไปว่า อยู่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงในสภาพฆราวาส ๑๑ ปี ในความเป็นพระอีก ๗ ปี ๑๘ ผ่านไป เคยกราบเรียนถามปัญหาการปฏิบัติกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ๔ ครั้งเท่านั้น ๑๘ ปีกับ ๔ คำถาม
    เนื่องเพราะว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของอารมณ์การปฏิบัติ ต่อให้เราเก่งขนาดไหน จะไปฟันธงว่าใช่ก็ต้องบอกว่าประมาทเกินไป จึงต้องกราบเรียนถามครูบาอาจารย์เพื่อให้ท่านช่วยยืนยันว่าใช่จริงหรือไม่ ?

    ดังนั้น..ไม่ว่าจะการทำงานหรือว่าการปฏิบัติธรรม จะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพไม่เสียเวลาไปเคี่ยวเข็ญพวกท่านเลย
    ใครอยากทำก็ทำ ไม่อยากทำ จะปล่อยให้กิเลสตีตายชักอยู่คนเดียวก็ถือว่าสมน้ำหน้ามัน..!

    ดังนั้น..ไม่ว่าจะทางโลกหรือว่าทางธรรมก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดก็คือแก้ปัญหาด้วยตนเอง เรานอกจากจะได้ความรู้ได้ประสบการณ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความมั่นใจ ถ้าหากว่าสมมติว่าเป็นการลงทุน สตีฟ จ็อบส์ลงทุนกับแอปเปิ้ล การตัดสินใจออกไอโฟน ถามว่าสตีฟ จ็อบส์มั่นใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ? กระผม/อาตมภาพยืนยันว่าถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ก็ดีตายชักแล้ว..! แล้วทำไมสตีฟ จ็อบส์ กล้าลงทุน จนกระทั่งไอโฟนกลายเป็นแก็ดเจ็ตสำคัญติดมือคนจำนวนมาก ก็เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า "ถ้าทำแบบนี้ โอกาสสำเร็จมีมากเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์" คนระดับนั้นกล้าตัดสินใจอยู่แล้ว

    แต่ส่วนที่กระผม/อาตมภาพหวังจากท่านทั้งหลาย ก็คือตัวกระผม/อาตมภาพเองนั้นในปัจจุบันนี้ ถ้าต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างหนึ่ง ต่อให้โอกาสมีเพียง ๑ โอกาสผิดพลาดมี ๙๙ กระผม/อาตมภาพก็กล้าที่จะตัดสินใจทำ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า
    "ทำถูกได้กำไร ทำผิดได้บทเรียน"

    สำหรับวันนี้ก็ฝากเรื่องเหล่านี้เอาไว้สำหรับพระภิกษุสามเณรของเรา และญาติโยมที่รับฟังเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนอยู่แต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...