เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 19 กันยายน 2026 at 22:48.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,132
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,251
    ค่าพลัง:
    +27,020
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,132
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,251
    ค่าพลัง:
    +27,020
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพเข้าร่วมการประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ระดับเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ และเลขานุการ ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

    ส่วนหนึ่งที่ก่อนประชุมปรารภกันก็คือ มีรองศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ท่านหนึ่ง เสนอให้เก็บภาษีพระ โดยยกตัวเลขว่า "ขนาดมีคิวอาร์โค้ดไม่ครบทุกวัด การบริจาคตั้งแต่ต้นปีมายังรวมกันแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท" โดยที่ใช้คำพูดประเภทที่ว่า "พระรวย วัดรวย สมควรที่จะเสียภาษีช่วยชาติ" แล้วคุยกันลามไปถึงเรื่องที่ว่า ถ้าจะให้พระเสียภาษี ก็ต้องให้พระมีสิทธิ์เลือกตั้ง มีสิทธิ์สมัคร ส.ส. มีสิทธิ์เป็นรัฐมนตรี เรื่องก็เลย go so big ไปกันใหญ่..!

    เนื่องเพราะว่าคนพูดส่วนใหญ่ก็แค่พูดเอาเท่ทั้งนั้น ไม่ได้คิดที่จะช่วยเหลืออะไรทางด้านพระพุทธศาสนาของเราอย่างแท้จริง แต่ละคนที่เข้ามา ก็พยายามที่จะออกกฎระเบียบอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้นออกมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุทั้งสิ้น

    การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็คือ
    "ทำอย่างไรจะอบรมพระภิกษุสามเณรของเราให้รู้จักละอายชั่วกลัวบาป รักศีลของตนเอง" แต่ไม่มีใครพูดถึงตรงจุดนี้ แล้วที่แน่ ๆ ก็คือใช้ระบบเหมายกเข่งเสมอ วัดในประเทศไทยมี ๓๐,๐๐๐ กว่าวัด วัดที่มีเงินเข้าอยู่ในระดับ ๑๐ ล้าน ๑๐๐ ล้าน มีอยู่แค่ไม่กี่วัดเท่านั้น

    ตัวอย่างล่าสุดก็คือไปยกวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ที่มีเงินสดหลายสิบล้านอยู่ในกุฏิอดีตเจ้าอาวาส อยากจะบอกว่า ถ้าไม่ใช่เซียนพระเอาไปประเคนให้แล้ว พระจะเนรมิตเงินมาจากไหน ? ส่วนใหญ่ก็คือไปขอสร้างวัตถุมงคลในนามของวัดบ้าง ไปให้วัดปลุกเสกโดยอาศัยชื่อพระเกจิอาจารย์เพื่อจำหน่ายบ้าง แล้วก็มอบผลตอบแทนให้

    เรื่องพวกนี้ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า ตั้งแต่สมัย "พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ" วัดท่าซุงแล้ว ที่ท่านไม่คบกับเซียนพระเลย วัตถุมงคลของหลวงพ่อในสมัยนั้นชิ้นหนึ่งก็ ๑๐ บาทบ้าง ๒๐ บาทบ้าง แล้วก็โดนบรรดาเซียนพระหรือว่านักขายพระด่ากันกระจาย..! บอกว่า "ต้นทุนก็ประมาณนั้นแล้ว หลวงพ่อขายราคาแบบนี้ได้อย่างไร ?" ท่านบอกว่า "เขาทำมาให้ฟรี ขาย ๑๐ บาท ข้าก็ได้ ๑๐ บาท ขาย ๒๐ บาท ข้าก็ได้ ๒๐ บาท แล้วจะเอามากไปทำอะไร ?"
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,132
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,251
    ค่าพลัง:
    +27,020
    จุดแตกหักจริง ๆ ก็คือตอนที่สร้าง "พระปิดตา ตชด." ซึ่งเป็นพระปิดตาในลักษณะเล็บมือ แต่ว่าตัดมุม ก็คือสั่งให้โรงงานสร้าง แล้วเมื่อมาถึงหลวงพ่อท่านบอกว่า "เก็บไว้เลย ไม่ต้องเอามาเข้าพิธี"

    เนื่องเพราะว่าทางโรงงานปั๊มพิมพ์มาเกินมากกว่าทางวัดเป็นเท่าตัว สมมติว่าทางวัดสั่ง ๓๐,๐๐๐ องค์ ทางโรงงานอาจจะพิมพ์ไปเป็นแสนองค์..! แล้วพิมพ์ก็เป็นของวัด เนื้อหาก็อย่างเดียวกัน ถึงเวลานำออกมาจำหน่ายโดยไม่ได้ปลุกเสก ชาวบ้านก็ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ก็เท่ากับว่า "ไปให้เขารวย ไปช่วยเขาดัง"

    "หลวงพ่อ" ท่านเคยปรารภว่า "ถ้าข้ายอมคบกับคนพวกนี้ ข้าจะดังกว่านี้อีกหลายเท่า แต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย" เนื่องเพราะว่าเมื่อเขาหากินกับชื่อเสียงของ "หลวงพ่อ" ท่าน ถ้าได้รับอนุญาตให้สร้างวัตถุมงคล ก็จะทำในลักษณะไปหาผู้มีประสบการณ์ เอาเรื่องราวต่าง ๆ มาปั่นให้ดังมากกว่าเดิม ซึ่งสำหรับ "หลวงพ่อวัดท่าซุง" แล้ว ท่านไม่ทำอย่างนั้น เพราะว่าไม่มีประโยชน์อะไร คนมามากก็เหนื่อยมาก..!

    เมื่อมาถึงรุ่นของกระผม/อาตมภาพ ทุกคนก็จะเห็นอยู่แล้วว่า สร้างวัตถุมงคลก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น ถ้าไม่ใช่พระหรือครูบาอาจารย์สั่ง กระผม/อาตมภาพก็ไม่ทำ

    ช่วงจตุคามรามเทพดัง ๆ กระผม/อาตมภาพได้รับนิมนต์ปลุกเสกไป ๓๐ กว่ารุ่น แต่ไม่เคยคิดจะสร้างเป็นของตนเอง แม้แต่ตอนนั้น อาจารย์สมพงษ์ เจ้าอาวาสวัดท่าขนุนรูปก่อน ก็ยังสร้างรุ่น ๑ แล้วนิมนต์กระผม/อาตมภาพมาปลุกเสก แต่ขอโทษเถอะ...รอบศาลาแห่งนี้มีรถจอดอยู่ ๓ - ๔ คัน โยงสายสิญจน์ระโยงระยางเต็มไปหมด สรุปว่าวัดท่าขนุนทำรุ่น ๑ แต่เซียนพระทำไปกี่สิบรุ่นก็ไม่รู้ ? แล้วเอามาเข้าพิธีด้วยกัน

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เรื่องพวกนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ไม่ใช่การเหมาเข่งทั้งพระพุทธศาสนา แล้วตัวบุคคลส่วนใหญ่ก็เป็นฆราวาสที่หวังประโยชน์ ก็คือไปบอกทางวัด ขออนุญาตสร้างรุ่นโน้น รุ่นนี้ รุ่นนั้น แล้วจะให้เท่านั้นเท่านี้

    ล่าสุดที่รู้ข่าวมาก็คือ "หลวงปู่พัฒน์" - พระราชมงคลวัชราจารย์ (พัฒน์ ปุญฺญกาโม) วัดห้วยด้วน จังหวัดนครสวรรค์ ปีเดียวออกวัตถุมงคลไปถึง ๓๐๐ กว่ารุ่น จนกระทั่งเกิดอาการเฟ้อ จำหน่ายไม่ออก ลักษณะเดียวกับจตุคามรามเทพ แล้วคนที่รับปากว่าจะให้เงินเท่านั้นเท่านี้ ก็ใช้วิธียกวัตถุมงคลไปให้ "หลวงปู่" ท่านขายเอง ซึ่งก็ยังคงกองอยู่เต็มวัด..! แล้วปัจจุบันนี้ ถนนทุกสายก็วิ่งหา "หลวงปู่ศิลา" - พระเทพวัชรธรรมโสภณ (ศิลา สิริจนฺโท ป.ธ.๖) วัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,132
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,251
    ค่าพลัง:
    +27,020
    เราจะเห็นได้ว่าเรื่องพวกนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าหากว่าไม่มีผู้ที่โลภมากอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะต้องไม่ลืมคำสอนของ "หลวงพ่อวัดท่าซุง" ที่ท่านบอกว่า "ให้ระวังเสือ ๒ ตัวให้มาก คือ สตางค์กับสตรี ถ้าแกมีเงินเมื่อไร ผู้หญิงจะเข้ามาทันที" นี่เป็นเรื่องที่ท่านสั่งเอาไว้เมื่อ ๔๐ กว่าปีที่แล้ว ตอนที่กระผม/อาตมภาพบวชใหม่ ๆ

    ตอนนั้นไม่มีใครเห็นภาพนี้ชัดเจน แต่ข่าวพวกนี้ก็ค่อย ๆ ดังขึ้นมาเรื่อยจนถึงยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นช่วง "พีค" ที่สุดของข่าวคราว เกี่ยวกับผู้หญิงที่เข้าวัดเพราะต้องการเงิน กระผม/อาตมภาพก็พยายามป้องกันตัวเอง แม้แต่การอยู่ต้อนรับญาติโยมก็ไม่เอา
    ในเมื่อเขาไม่มีช่องทางที่จะเข้าหา เราก็รอดตัวไป..!

    จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายจะต้องตระหนักเอาไว้ว่า
    ภัยในพระพุทธศาสนานั้น ถ้าหากว่าเรามั่นคง ไม่ไหลตามกระแสโลก ไม่โดนรัก โลภ โกรธ หลง ชักจูง ท่านทั้งหลายก็จะปลอดภัย แต่ถ้าไหลตามไปเมื่อไร ก็เป็นอันว่ารอวันตายเท่านั้น..!

    เรื่องพวกนี้แม้ว่าจะปรารภกันก่อนประชุม แต่ว่าการประชุมไม่มีการกล่าวถึงเรื่องพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของกำหนดการสอบบาลี สอบนักธรรม สอบธรรมศึกษา เรื่องของการตั้งกองทุนสงฆ์อาพาธของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งขยับตัวช้ากว่าวัดท่าขนุนหลายสิบปี เพราะว่าวัดเรามีกองทุนสงฆ์อาพาธไปนานแล้ว แต่ว่ากองทุนสงฆ์อาพาธ ระดับจังหวัดจริง ๆ ทั่วประเทศก็เพิ่งจะมีประมาณ ๑๑ - ๑๒ แห่งเท่านั้น

    การประชุมแค่ไม่กี่ชั่วโมง กระผม/อาตมภาพก็หมดไป ๒๐๐,๐๐๐ บาท..! ก็คือเข้ากองทุนสงฆ์อาพาธไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ร่วมงานฝังลูกนิมิตวัดไทยที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลียไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท แม้แต่ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพปริยัติโสภณ, ดร." (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานในที่ประชุมยังปรารภว่า "ตกลงว่าเรื่องของการประชุม กลายเป็นเรื่องของการเสียเงิน..!"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,132
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,251
    ค่าพลัง:
    +27,020
    กระผม/อาตมภาพเองที่เป็น "คนรวย" ในสายตาเพื่อนพระสังฆาธิการและผู้บังคับบัญชา ก็เพราะว่ามีเงินเท่าไรใช้แค่หมด เนื่องจาก "พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ" ท่านบอกเอาไว้แล้วว่า "มีสตางค์เมื่อไร สตรีก็จะตามมา" เพราะฉะนั้น..ถ้าหากว่ามีหนี้ติดลบเข้าไว้ ก็จะไม่มีใครจะมาช่วยเราใช้หนี้..!

    อีกส่วนหนึ่งก็คือการใช้เงินของพวกเรานั้น เท่ากับเป็นการต่อบุญให้กับญาติโยมเขา ตามที่ "หลวงพ่อฤๅษีฯ" ท่านบอกเอาไว้ก็คือ "ต่อให้เขาถวายแกเป็นการส่วนตัว ก็อย่าได้นึกว่าเป็นเงินส่วนตัว ให้ใช้ในสิ่งที่สมควรแก่สมณสารูป อย่างเช่นว่า เป็นค่ารถ ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ส่วนที่เหลือให้ผลักเข้ากองบุญการกุศล เพื่อเพิ่มอานิสงส์ให้แก่ผู้ถวายด้วย"

    ทุกท่านก็จะเห็นว่าครูบาอาจารย์ที่ท่านรู้จริง บอกวิธีป้องกันตัวให้กับลูกศิษย์ตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ว่าพวกเราเองจะใส่ใจส่วนสำคัญเหล่านี้ หรือมองข้ามไปเท่านั้นเอง

    ในเมื่อกระผม/อาตมภาพทำตามคำสั่งครูบาอาจารย์ ก็คือ "เงินปีนี้ อย่าให้เหลือถึงปีหน้า ถ้าหากว่ามีเงินเหลือข้ามปี ก็ให้คิดโครงการที่ใหญ่กว่าเงินเข้าไว้ ถึงเวลามีเงินเข้ามา จะได้ไม่คิดโลภมากว่าเป็นของเรา เพราะว่าหนี้ยังรออยู่" จึงทำให้ใช้เงินแบบไม่คิด แล้วเพื่อนฝูงตลอดจนกระทั่งผู้บังคับบัญชาก็เห็นว่ารวย แต่การที่เขาเห็นว่าเรารวยก็ดีกว่าเห็นว่าเราจน..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...