ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีน ยกระดับกากแร่ลิเธียม สู่แหล่งโลหะหายาก ปลดล็อก “รูบิเดียม–ซีเซียม” ป้อนเทคโนโลยีอนาคต

    16 กันยายน 2569 #จีนเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีแร่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหม่ หลังสถาบันวิศวกรรมกระบวนการ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences: CAS) ร่วมกับบริษัท Ganfeng Lithium และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เปิดดำเนินการสายการผลิตต้นแบบสำหรับสกัดและแยกโลหะรูบิเดียม (Rubidium) และซีเซียม (Cesium) จากแร่ลิเธียมเกรดต่ำและผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตลิเธียมในมณฑลเจียงซี

    ข้อมูลล่าสุดจาก CAS ระบุว่า โรงงานแห่งนี้เป็นระบบสกัดแบบหอต่อเนื่องแห่งแรกของโลกที่มีกำลังการผลิตคาร์บอเนตรูบิเดียมและคาร์บอเนตซีเซียมรวม 500 ตันต่อปี โดยสามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดมีความบริสุทธิ์สูงกว่า 99.9% และเริ่มเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์แล้ว

    จากของเหลือในเหมือง สู่โลหะมูลค่าสูง

    รูบิเดียมและซีเซียมเป็นโลหะอัลคาไลที่มีการกระจายตัวในธรรมชาติสูง มักไม่พบเป็นแหล่งแร่เดี่ยวขนาดใหญ่ที่สามารถทำเหมืองเชิงเศรษฐกิจได้ง่าย แหล่งวัตถุดิบสำคัญจึงมักอยู่ร่วมกับแร่ลิเธียม โดยเฉพาะแร่ลิเพิโดไลต์ (Lepidolite) หรือแร่ไมกาในกลุ่มแร่ลิเธียม รวมถึงน้ำเกลือใต้ดิน

    ปัญหาที่ผ่านมาคือ โลหะทั้งสองชนิดมีปริมาณอยู่ในระดับต่ำและปะปนกับธาตุอื่นจำนวนมาก ทำให้การแยกด้วยวิธีดั้งเดิมต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมาก ใช้สารเคมีและสารสกัดในปริมาณสูง ต้นทุนการผลิตสูง และควบคุมความบริสุทธิ์ได้ยาก

    นักวิจัยจีนจึงพัฒนาระบบ “การสกัดแบบหอไหลสวนทางต่อเนื่อง” (Continuous Tower Extraction) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแยกโลหะหายากออกจากสารละลายที่เหลือหลังการสกัดลิเธียม

    เทคโนโลยีดังกล่าวประกอบด้วยหอสกัดแบบไมโครดิฟเฟอเรนเชียลเคาน์เตอร์เคอร์เรนต์ และหอแยกแบบสามเฟสก๊าซ–ของเหลว–ของเหลวที่ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการแยกกลับคืน

    ประสิทธิภาพสูง ลดพื้นที่โรงงานและสารเคมี

    ผลการทดสอบของโครงการระบุว่า ระบบใหม่สามารถกู้คืนซีเซียมได้มากกว่า 98% และรูบิเดียมมากกว่า 95% ขณะที่ผลิตภัณฑ์คาร์บอเนตมีความบริสุทธิ์สูงกว่า 99.9%

    จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยี ได้แก่

    ลดการใช้สารสกัดลงประมาณ 40%
    ลดพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์มากกว่า 50%
    หอสกัดหนึ่งชุดมีประสิทธิภาพเทียบเท่าถังผสมและตกตะกอนแบบดั้งเดิมได้สูงสุดประมาณ 15 ชุด
    ระบบปิดช่วยลดการสูญเสียสารเคมีและเพิ่มความปลอดภัยในการผลิต
    สามารถนำผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมลิเธียมกลับมาใช้ประโยชน์แทนการทิ้งเป็นของเสีย

    โรงงานต้นแบบแห่งนี้ประกอบด้วยหอสกัด 17 ชุด และได้รับการออกแบบให้รองรับการผลิตคาร์บอเนตรูบิเดียมและซีเซียมแบบต่อเนื่อง ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญในการเปลี่ยนแนวคิดจาก “เหมืองหนึ่งแร่” ไปสู่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรหลายชนิดในแหล่งเดียวกัน

    รูบิเดียม–ซีเซียม สำคัญต่อเทคโนโลยีแห่งอนาคต

    แม้รูบิเดียมและซีเซียมจะไม่ใช่โลหะที่ผู้บริโภคทั่วไปคุ้นเคย แต่มีบทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงหลายด้าน

    รูบิเดียมถูกนำไปใช้ในนาฬิกาอะตอม อุปกรณ์ควบคุมความถี่ ระบบสื่อสาร เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และงานวิจัยด้านควอนตัม ขณะที่ซีเซียมมีความสำคัญต่อมาตรฐานเวลาอะตอม เครื่องมือวัดความแม่นยำสูง อุตสาหกรรมอวกาศ และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทาง

    แร่ทั้งสองชนิดยังถูกจับตามองในงานวิจัยเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ควอนตัม ระบบนำทางและสื่อสารขั้นสูง ชีวการแพทย์ และเทคโนโลยีพลังงานยุคใหม่

    สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพของจีนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรโลหะที่มีปริมาณจำกัดและกระจายตัวสูง ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง

    จีนเร่งสร้างความมั่นคงด้านแร่สำคัญ

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังแข่งขันกันสร้างความมั่นคงด้านแร่สำคัญ (Critical Minerals) เนื่องจากแร่เหล่านี้เป็นส่วนประกอบของแบตเตอรี่ พลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอวกาศ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

    รายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า จีนมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมแร่และการแปรรูปวัตถุดิบทั่วโลก โดยในปี 2023 จีนเป็นผู้ผลิตแร่สำคัญอันดับหนึ่งใน 39 จาก 74 รายการแร่ที่ผลิตได้ และยังเป็นศูนย์กลางการนำเข้าและแปรรูปวัตถุดิบหลายชนิดในระดับโลก

    สำหรับอุตสาหกรรมลิเธียมของจีนเอง มณฑลเจียงซีถือเป็นพื้นที่สำคัญของแร่ลิเพิโดไลต์และการผลิตลิเธียมคาร์บอเนต การนำรูบิเดียมและซีเซียมที่เคยเป็นผลพลอยได้กลับมาใช้ จึงมีศักยภาพช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดของเสียจากอุตสาหกรรม และเพิ่มความหลากหลายของวัตถุดิบภายในประเทศ

    ไม่ใช่แค่การรีไซเคิล แต่คือยุทธศาสตร์ทรัพยากร

    การพัฒนาโรงงานสกัดรูบิเดียม–ซีเซียมครั้งนี้สะท้อนแนวทางใหม่ของอุตสาหกรรมเหมืองแร่จีน จากเดิมที่เน้นการสกัดโลหะหลักเพียงชนิดเดียว ไปสู่การใช้ประโยชน์จากองค์ประกอบทุกส่วนของแร่

    แนวคิดดังกล่าวช่วยลดการพึ่งพาแหล่งแร่หายากจากต่างประเทศ และเพิ่มความสามารถในการควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีทรัพยากรจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการแปรรูปให้ได้วัตถุดิบคุณภาพสูงด้วย

    อย่างไรก็ตาม โรงงานแห่งนี้ยังเป็นโครงการสาธิตระดับอุตสาหกรรมขนาด 500 ตันต่อปี การประเมินผลกระทบต่อการผลิตระดับโลก ต้นทุนระยะยาว และความสามารถในการขยายกำลังการผลิต ยังต้องติดตามจากข้อมูลการดำเนินงานในอนาคต
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/1000640215...dsBEUJjySzMVMkzR4RSnzWXTpmdl/?mibextid=NOb6eG
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปมคูเลต “เนิน 450” ชายแดนศรีสะเกษ ทภ.2 แจงเป็นแนวป้องกัน ฝ่ายไทยยังจับตาใกล้ชิด

    16 กันยายน 2569 เพจ Thai Burma railway โพสต์ข้อมูล กรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า #ทหารกัมพูชาขุดคู และ #ติดตั้งลวดหนาม บริเวณ “เนิน 450” ใกล้ #ช่องกระโดน #ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เกี่ยวข้องกับ #การรุกล้ำพื้นที่ไทย ล่าสุด #กองทัพภาคที่2 ชี้แจงว่า จุดดังกล่าวอยู่บริเวณเนิน 450 ช่องกระโดน ใกล้ฐานปฏิบัติการพนมเบ็งของฝ่ายไทย โดยมี #ฐานทหารกัมพูชา อยู่บริเวณยอดเขาและอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานานแล้ว
    .
    กองทัพภาคที่ 2 ระบุเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ว่า หลังตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยในพื้นที่ ประเมินการขุดคูและวางลวดหนามของฝ่ายกัมพูชาเป็นมาตรการด้านการป้องกันเพื่อรักษาความปลอดภัยตามแนวที่ฝ่ายกัมพูชาวางกำลัง ไม่ได้ประเมินว่าเป็นการกระทำที่แสดงถึงการรุกล้ำหรือการก่อเหตุรุกรานในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม กองกำลังสุรนารีติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดน
    .
    พื้นที่เนิน 450 มีความละเอียดอ่อน เนื่องจากอยู่ใกล้แนวปฏิบัติการของทั้งสองฝ่าย โดยกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ก่อนการหยุดยิงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ฝ่ายไทยมีฐานปฏิบัติการอยู่ใกล้ฐานของกัมพูชาเพื่อเฝ้าติดตามและควบคุมพื้นที่ หลังการหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่ฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังบำรุงและความปลอดภัยของกำลังพล
    .
    ประเด็นที่กำลังถูกตั้งคำถามในสังคมจึงมีอยู่ 2 ส่วน คือ สถานะของฐานทหารกัมพูชาบริเวณเนิน 450 และตำแหน่งของคูที่เพิ่งขุดว่าอยู่ในแนวเขตแดนของฝ่ายใด
    .
    ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ฝ่ายไทยยังคงดำเนินการตามกรอบแถลงการณ์ร่วมเรื่องการหยุดยิงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พร้อมรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ โดยกำลังพลในพื้นที่ยังเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวบริเวณเนิน 450 อย่างต่อเนื่อง
    .
    มีการขุดคูและวางลวดหนามบริเวณเนิน 450 จริง และฝ่ายไทยรับทราบพร้อมติดตามสถานการณ์ การชี้แนวเขตที่แน่นอนจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลสำรวจเขตแดนและกลไกที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ

    FB_IMG_1789605057168.jpg FB_IMG_1789605060940.jpg FB_IMG_1789605063538.jpg FB_IMG_1789605066911.jpg
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1Byqw6tSLr/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียโจมตีเรือบรรทุกสินค้าอีกลำในท่าเรือโอเดสซา พร้อมถล่มขบวนรถไฟขนส่งสินค้าทางทหารจากโปแลนด์
    FB_IMG_1789605308582.jpg FB_IMG_1789605312745.jpg
    กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การโจมตีล่าสุดใน ท่าเรือโอเดสซา (Port of Odesa) สามารถโจมตี เรือบรรทุกสินค้าแห้ง (dry cargo vessel) ซึ่งฝ่ายรัสเซียอ้างว่าบรรทุกสินค้าทางทหารสำหรับสนับสนุนกองทัพยูเครน โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 14 กันยายน รัสเซียระบุว่าได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้งอีก 2 ลำ ภายในท่าเรือเดียวกัน

    นอกจากนี้ ใน แคว้นโวลิน (Volyn Oblast) ทางตะวันตกของยูเครน รัสเซียยังระบุว่าได้โจมตี ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าทางทหารสำหรับกองทัพยูเครน ใกล้หมู่บ้าน รีมาชี (Rymachi) โดยสินค้าบนขบวนรถไฟมีทั้ง โดรนที่ผลิตจากต่างประเทศและชิ้นส่วนประกอบ รวมถึงโจมตี จุดผ่านแดนระหว่างประเทศยาโฮดิน (Yahodyn) บริเวณชายแดนยูเครน–โปแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสำคัญระหว่างโปแลนด์เข้าสู่ยูเครน


    https://www.facebook.com/share/p/1DWGnbUHcU/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตื่นเช้ามาเช็คความเรียบร้อย เรื่องใหญ่สุดน่าจะเป็นการประชุม FOMC เมื่อคืน แน่นอน ตามเป้า " FED เพิ่มอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ในรอบ 3 ปี" โดยมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 เสียง โดยเควินวอช บอกเหตุผลหลักๆว่า "อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2% ทำให้เฟดจำเป็นต้องงัดไม้แข็งขึ้นมาใช้" ยังแย้มอีกว่า อาจมีขึ้นอีก 1 ครั้งในปีนี้ Index เมื่อคืน ดาวโจนส์ร่วงสอดรับ -600 จุด (ส่วน NASDAQ ไม่เป็นอะไรเลย )

    ในส่วนของน้ำมันดิบเช้านี้ "ชนต้านเดิม "ทดสอบมาแล้ว 5 วันไม่ผ่าน (ต้านเดิมก็คือ High ที่สูงที่สุดในรอบ มีนาคม ในช่วงวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซครั้งแรก ยังถือว่าเป็นต้านที่สำคัญ) โดยน้ำมันดิบปรับตัวร่วง -3.2% โดยประมาณเมื่อคืน (WTI ร่วงลงไปยืนแถว 101USD) ถ้าเป็น event เกี่ยวเนื่องก็ ทางการสหรัฐออกมาพูดว่า " มั่นใจท่อส่งน้ำมันซาอุ จะกลับมาใช้ได้ในอีกไม่กี่วัน" น้ำมันดิบร่วงทันที

    ส่วน Event บ้านเราที่มีสะเทือนเมื่อวานคือ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ที่จะทำกันปลายปีนั้น เลื่อนออกไปทำ เมษา 70 เพื่อหลีกทางให้ "ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2" (เข้าใจว่าต้องใช้งบตัวเดียวกัน เลยต้องเลือกสักทางว่าจะชั่งน้ำหนักไปทางไหนดี ปรากฏเลือก ไทยช่วยไทย) อีกอันที่อาจสะเทือน EV ฝั่งราชการคือ "สภาปัดตก โครงการเช่ารถขยะอีวี 6 พันล้าน" (ถึงว่าหุ้น Eเอ๋ หลุด ema89 ไปเลย เพราะสภาโหวตไม่ผ่าน)

    ส่วน SET บ้านเราเมื่อวาน เป็นการโคจรถอยหลังมาพบ EMA89 เป็นครั้งแรก และก็หลุดโชว์ไปแล้วในรอบ 9 เดือน เป็นการหลุดครั้งแรกและกลับมายืนไม่ได้ ในรอบ 9 เดือน นับถอยหลังไปนั่นคือ เดือน มกราคม 2569 กันเลย ไม่ต้องห่วง เพราะ DownJones เมื่อคืน ก็หลุด EMA89 เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนเช่นกัน นี่กำลังเป็นสัญญาณแห่งการบอกอะไร ? เทศกาลดอกเบี้ยขาขึ้นกำลังมา ? ใช่หรือไม่ ?

    ยังมีรายละเอียดอีกเพียบ อ่าน โฮมรูม Cover ของ SET รายวัน ได้ที่ ห้องนักเรียน + ห้อง SUB ตะไคร้ ก่อนเวลา 08.30 - 08.45 ครับ

    #เด็กเล่นหุ้น

    https://www.facebook.com/share/1BrowDVy5d/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันร่วง$3-ทองคำปิดลบ ดาวโจนส์ดิ่งแรง หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยหนแรกในรอบ3ปี
    .
    ราคาน้ำมันขยับลงแรงในวันพุธ (16 ก.ย. 69) หลังมีรายงานซาอุดีอาระเบียเสนอป้อนสินค้าน้ำมันดิบผ่านโอมาน ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานในตะวันออกกลางได้บางส่วน ด้านวอลลตรีทปิดลบ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่ทองคำบวก เนื่องจากปิดตลาดไปก่อนหน้านั้น
    .
    สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 3.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 2.92 ดอลลาร์ ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
    .
    ซาอุดีอาระเบียเสนอป้อนน้ำมันดิบสู่โรงกลั่นต่างๆในเอเชีย ผ่านการขนถ่ายจากเรือสู่เรือนอกชายฝั่งเมืองท่าโชฮาร์ของโอมาน จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวใกล้ชิด ช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออุปทานโลกบางส่วน อันเป็นผลมาจากเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันของประเทศ ที่เชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกไปยังทะเลแดง
    .
    นอกจากนี้แล้วตลาดน้ำมันยังถูกกดดันเพิ่มเติม หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯเผยแพร่รายงานในวันพุธ(16ก.ย.) ระบุว่าคลังน้ำมันสำรองของประเทศ ลดลงราว 640,000 บาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น้อยกว่าที่พวกนักวิเคาะห์คาดหมายไว้ว่าน่าจะลดลงราว 1.62 ล้านบาร์เรล
    .
    ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯแกว่งตัวปิดลบในวันพุธ(16ก.ย.) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อันเนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน ท่ามกลางสงครามที่อเมริกากับอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน
    .
    ดาวโจนส์ ลดลง 631.21 จุด (1.21 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 52,461.90 เอสแอนด์พี ลดลง 33.92 จุด (0.45 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,551.45 จุด แนสแดค ลดลง 3.15 จุด (0.01 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 25,978.42 จุด
    .
    คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันพุธ (16 ก.ย.) ตามการคาดการณ์ของตลาด
    .
    การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2566 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้ง รวม 1.75%
    .
    ในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ออกมา ทางเฟดบอกว่าการตัดสินใจเป็นไปอย่างเอกฉันท์และบอกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกในอนาคต เพื่อให้เงินเฟ้อปรับตัวลดลงได้ทันท่วงทีมากยิ่งขึ้น
    .
    เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มีขึ้นหลังเสร็จสิ้นการประชุม ระบุว่าเศรษฐกิจอเมริกามีความเข้มแข็งขึ้นนับตั้งแต่การประชุมเฟดหนสุดท้ายที่ผ่านมา แต่แนวโน้มเงินเฟ้อแทบไม่ดีขึ้นเลย
    .
    ราคาทองคำปิดบวกพอสมควรในวันพุธ(16ก.ย.) เนื่องจากปิดตลาดก่อนการตัดสินใจของเฟด โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 54.70 ดอลลาร์ หรือ 1.3 % ปิดที่ 4,332.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามตลาดทองคำซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกแกว่งตัวลง หลังจากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย
    .
    ที่มา >> https://mgronline.com/around/detail/9690000090810
    .
    #บูรพาไม่แพ้ #เฟดลดดอกเบี้ย
    https://www.facebook.com/share/p/1CzLbQuzG8/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ เล็งขาย ‘ระเบิด’ ให้อิสราเอล 4 หมื่นลูก มูลค่าเกือบแสนล้านบาท
    .
    เมื่อวันอังคาร (15 ก.ย. 69) ที่ผ่านมา สื่อเดอะวอชิงตันโพสต์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนําของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์แก่อิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ (ราว 907 กิโลกรัม) จำนวน 40,000 ลูก แบ่งเป็นระเบิดเอ็มเค-84 (MK-84) สองหมื่นลูก และระเบิดบีแอลยู-117 (BLU-117) สองหมื่นลูก รวมถึงหัวรบเจาะเกราะเพเนเทรเตอร์ รุ่นไอ-2000 (I-2000 Penetrator) อีก 20,000 ลูก รวมมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 93,100 ล้านบาท)
    .
    สำหรับ ระเบิดเอ็มเค-84 จัดเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงสุดในหมู่คลังแสงของกองทัพชาติตะวันตก สามารถกระจายเศษซากโลหะเป็นระยะทางไกลหลายพันฟุตในทุกทิศทาง เจาะทะลุโลหะและคอนกรีตหนา และมักทิ้งหลุมขนาดใหญ่ไว้บนพื้นดิน โดยอิสราเอลเคยใช้ระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ในกาซาและเลบานอนแล้วหลายร้อยครั้ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อจำนวนผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งเหล่านั้น ทำให้อิสราเอลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้ระเบิดเอ็มเค-84 บ่อยครั้งในเขตที่ถูกกำหนดเป็นที่ปลอดภัยของพลเรือนในกาซา
    .
    รายงานระบุว่าแม้ธุรกรรมดังกล่าวจะถูกเรียกว่าเป็นการจำหน่าย แต่เงินทุนสำหรับการจัดซื้อมาจากกลไกที่เรียกว่า “การจัดหาเงินทุนทางทหารจากต่างประเทศ” ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้จัดสรรเงินทุนให้อิสราเอลใช้ซื้ออาวุธ โดยมีการแจ้งธุรกรรมดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรสอย่างไม่เป็นทางการแล้ว และทำเนียบขาวกำลังกดดันเหล่าผู้นำคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรให้เห็นชอบการจำหน่ายดังกล่าว
    .
    .
    ที่มา : ซินหัว
    .
    #บูรพาไม่แพ้ #สหรัฐ #อิสราเอล #ขายอาวุธ #MK84 #BLU117

    https://www.facebook.com/share/p/19VDPJczKA/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นเผยข้อมูล อสังหาฯ ที่ถือครองโดชาวต่างชาติพบ 'สหรัฐ-จีน-ไต้หวัน' ถือมากที่สุด
    .
    วันนี้ (16 ก.ย. 69) สำนักข่าว NHK World ภาคภาษาไทยรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับที่ดินและอาคารของญี่ปุ่น ที่ถือครองโดยผู้ที่พำนักอาศัยอยู่ในต่างประเทศซึ่งนี่รวมถึงชาวญี่ปุ่น

    ผลการสำรวจที่มีการเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ราว 0.06% ของที่ดินที่จดทะเบียนในญี่ปุ่นนั้นถือครองโดยผู้ที่พำนักอาศัยอยู่ในต่างประเทศ และบริษัทในต่างประเทศ ในจำนวนนี้ ชาวสหรัฐฯ มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดด้านการถือครองที่ดิน ที่ 27.2% ตามมาด้วยจีนที่ะ 22.5% และไต้หวันที่ 7.7%
    .
    ผลสำรวจแสดงให้เห็นด้วยว่า ราว 0.2% ของอาคารที่จดทะเบียนในญี่ปุ่นนั้น ถือครองโดยผู้ที่พำนักอาศัยอยู่ในต่างประเทศและบริษัทในต่างประเทศ โดย จีนนำหน้าด้านการถือครองอาคาร ที่ 44.2% ตามมาด้วยไต้หวันที่ 18.6% และสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 11.3%
    .
    นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนด้วยเพื่อระบุตัวผู้เป็นเจ้าของที่ดินและอาคารนั้น ๆ ผู้ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นชาวต่างชาติและบริษัทต่างชาติ โดยผลการสำรวจพบว่า บุคคลเหล่านี้ถือครอง 0.46% ของที่ดินจดทะเบียน และมากถึง 1.07% ของอาคารจดทะเบียน โดยรัฐบาลโตเกียววางแผนว่าจะใช้ผลการสำรวจนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับนโยบายต่าง ๆ ในอนาคตเกี่ยวกับชาวต่างชาติ
    .
    ก่อนหน้านี้จากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างทางประชากร และเศรษฐกิจ รัฐบาลของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และคณะทำงานของเธอระบุจุดยืนอย่างต่อเนื่องว่า "ที่ดินคือทรัพยากรของรัฐ" โดยเน้นย้ำในการแถลงนโยบายว่า การจัดระเบียบครั้งนี้ต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างความมั่นคงของชาติ กับ การกีดกันคนต่างชาติ โดยจะ ขยายการบังคับใช้กฎหมายควบคุมพื้นที่มั่นคง, สกัดการกว้านซื้อเก็งกำไรอาคารชุด รวมถึง ยกระดับความโปร่งใสในการจดทะเบียน ผ่านการปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสถานะผู้ซื้อ และการเปิดเผยตัวตนผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อป้องกันการใช้นอมินีหรือนิติบุคคลบังหน้าในการถือครองกรรมสิทธิ์
    .
    .
    #บูรพาไม่แพ้ #คนต่างชาติถือครองอสังหาในญี่ปุ่น #คนต่างชาติซื้อบ้านในญี่ปุ่น

    https://www.facebook.com/share/p/1DfEVyWqkt/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) เผยผลสอบสวน “ทุนจีน” เปิดโปงเบื้องหลังธนาคาร ICBC สาขาลอนดอน

    วันที่ 14 กันยายน สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) ร่วมกับสื่อ 23 แห่งเผยแพร่รายงานสืบสวนชุด “ทุนจีน”

    รายงานอาศัยเอกสารลับจำนวน 4.8 ล้านฉบับจากสาขาลอนดอนของธนาคารอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) และบริษัทลูกในสหราชอาณาจักร เพื่อเปิดเผยว่า ธนาคารซึ่งมีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้นำการดำเนินงานทางการเงินไปเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐบาลปักกิ่งอย่างไร และเพิกเฉยต่อปัญหาการกำกับดูแลภายในมาเป็นเวลานานเพียงใด

    ผลการสอบสวนระบุว่า สาขาลอนดอนของ ICBC ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ควบคู่กับยุทธศาสตร์ของรัฐจีนอย่างลึกซึ้งภายใต้คำสั่งจากสำนักงานใหญ่ในปักกิ่ง โดยให้เงินทุนแก่โครงการตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ขณะเดียวกันยังเปิดบัญชีให้แก่บุตรสาวของผู้นำอาเซอร์ไบจานที่รายงานเรียกว่าเป็นเผด็จการ มหาเศรษฐีรัสเซีย และบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมทหารของเบลารุส

    กรณีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 เพียงไม่กี่วันหลังจากเมิ่งหว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหัวเว่ย ถูกสหรัฐฯ ฟ้องร้อง สาขาลอนดอนของ ICBC ถูกกล่าวหาว่าข้ามขั้นตอนการตรวจสอบภายใน และเรียกพนักงาน 9 คนมาทำงานฉุกเฉินในวันเสาร์ เพื่อเร่งโอนเงินฝากของหัวเว่ยมูลค่ากว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกลับไปยังจีน เจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแลภายในได้เตือนถึงความเสี่ยงอย่างชัดเจน แต่สำนักงานใหญ่ในปักกิ่งยังคงยืนยันให้ดำเนินธุรกรรมต่อไป

    ในประเด็นการทุจริต การสอบสวนพบว่า ระหว่างที่จางหงลี่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของ ICBC นายจ้างเก่าของเขาอย่างดอยช์แบงก์เคยกล่าวหาว่าเขาโอนเงิน 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังบริษัทของญาติ แต่ ICBC ไม่ได้ดำเนินการเอาผิด กลับเลื่อนตำแหน่งให้เขา และต่อมาเขากลายเป็นบุคคลสำคัญในการผลักดันเงินทุนให้โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ต่อมาศาลจีนตัดสินลงโทษจางหงลี่ในคดีรับสินบนด้วยโทษประหารชีวิตโดยรอลงอาญา

    นักวิชาการระบุว่า พฤติกรรมของ ICBC สะท้อนตรรกะเชิงโครงสร้างของ “ธนาคารแบบสังคมนิยม” ของจีน ซึ่งให้เป้าหมายทางการเมืองอยู่เหนือผลกำไร และอาจสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทุจริตภายใน

    ICIJ เห็นว่า ภายใต้กรอบกำกับดูแลในปัจจุบัน ประเทศเจ้าบ้านอย่างสหราชอาณาจักรยังมีข้อจำกัดในการควบคุมพฤติกรรมของธนาคารรัฐจีนอย่างมีประสิทธิภาพ และกรณีนี้สะท้อนช่องโหว่ของระบบการเงินตะวันตกอย่างชัดเจน

    https://www.facebook.com/share/19mH9RjHVK/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วันที่ 15 กันยายน 2026 ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวในที่ประชุมผู้ประกอบการที่กรุงเบอร์ลิน วิพากษ์รูปแบบเศรษฐกิจของจีน โดยระบุว่า จีนผสมผสานกลไกตลาดเข้ากับการแทรกแซงของรัฐ กำลังการผลิตส่วนเกิน การตั้งราคาเชิงรุก ค่าเงินที่เขามองว่าต่ำกว่ามูลค่า และการอุดหนุนการส่งออกจำนวนมาก

    เมิร์ซกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวกำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อบริษัทในยุโรป ทั้งภายในตลาดสหภาพยุโรปและในตลาดประเทศที่สาม พร้อมยกประเด็นดุลการค้ามาประกอบ โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศไม่มีประเทศใดเกินดุลการค้าสินค้ากับจีน และเมื่อรวมกันแล้วขาดดุลมากกว่า 300,000 ล้านยูโรต่อปี

    https://www.facebook.com/share/r/19XgCGE9W7/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนขอต่อพักรบการค้าสหรัฐถึงสิ้นวาระทรัมป์ ฝั่งวอชิงตันเสนอเพียง 6 เดือน

    วันที่ 15 กันยายน 2026 Financial Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวหลายรายว่า จีนกำลังผลักดันให้สหรัฐฯ ขยายช่วงพักรบทางการค้าระหว่างสองประเทศออกไปจนถึงสิ้นสุดวาระปัจจุบันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ พร้อมพิจารณาขยายข้อตกลงเพียงอีกประมาณ 6 เดือน

    รายงานระบุว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ มีกำหนดพบ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนที่นครนิวยอร์ก เพื่อเจรจารอบสุดท้ายก่อนการพบกันระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งมีแผนจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 กันยายน พร้อมงานเลี้ยงรับรองที่ทำเนียบขาว

    หนึ่งในประเด็นที่ยังมีความเห็นต่างคือ แร่หายากและการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยแหล่งข่าวของ FT ระบุว่า สหรัฐฯ มองว่าจีนยังดำเนินการตามคำมั่นเกี่ยวกับการส่งออกแร่หายากจากข้อตกลงก่อนหน้าได้ไม่ครบถ้วน จึงไม่ต้องการผูกพันกับการพักรบระยะยาว

    นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังผลักดันให้จีนผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกแร่หายากไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะ อิตเทรียม ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทาน

    รายงานของ FT ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายพยายามลดความขัดแย้งก่อนการประชุมผู้นำ แต่รายละเอียดเรื่องระยะเวลาพักรบ มาตรการส่งออก และเทคโนโลยียังอยู่ระหว่างการต่อรอง

    ข้อมูลข้างต้นเรียบเรียงจากเนื้อหา Financial Times ที่คุณส่งมา ขณะนี้ผมไม่สามารถค้นเว็บสดเพื่อยืนยันพัฒนาการหลังรายงานดังกล่าวได้

    https://www.facebook.com/share/p/1BzgFWvH8b/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาน้ำมันดิบโลก 16 ก.ย.ลงกว่า 3 ดอลล์ ปิดหลุด 106 ดอลล์
    แต่ราคายังสูงสุดในเกือบ 4 เดือน ซาอุฯ จ่อขนถ่าย-ส่งออกน้ำมันดิบกลางทะเลในน่านน้ำโอมาน ราคาน้ำมันไทยนิ่งมา 3 วัน ดีเซลไทยดันแพงสุดใน 3 เดือน BTimes

    https://www.facebook.com/share/1PcXHCbtNP/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวยิวแห่งอิสานอินเดีย บเนอี เมนาเช ที่เคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนไทยไปเป็นทหารรับจ้าง ในช่วงเริ่มต้นหลังเหตุการณ์ 7 ต.ค 2023 จากสาเหตุความคล้ายคลึงกันของหน้าตา
    FB_IMG_1789606336076.jpg FB_IMG_1789606339098.jpg FB_IMG_1789606341503.jpg FB_IMG_1789606344547.jpg
    บเนอี เมนาเช (Bnei Menashe) คือกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย (แถบรัฐมณีปุระและมิโซรัม) ที่เชื่อว่าตนเองเป็นลูกหลานของ เผ่ามนัสเสห์ หนึ่งในสิบเผ่าแห่งอิสราเอลที่สาบสูญ โดยชุมชนกลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ระหว่างชาวกูกิ และ ชาวมิโซ ซึ่งเป็นกลุ่มตระกูลภาษาทิเบต พม่า ในสาขา กูกิ ชิน

    ในอดีตก่อนอาณานิคมยังคงมีความเชื่อดั้งเดิมแบบวิญญาณนิยม ก่อนที่จะเข้ารับศาสนาคริสต์จากหมอสอนศาสนาในช่วงยุคอังกฤษ ก่อนที่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งสังเกตเห็นพิธีกรรม ประวัติศาสตร์ ปากเปล่า และชื่อของพระเจ้าดั้งเดิมที่บรรพบุรุษเรียกว่า "มนัสสิยา" (Manmasia) มีความคล้ายคลึงกับเรื่องราวของ เผ่ามนัสเสห์ ในคัมภีร์ยิว จากการอ่านคัมภีร์ไบเบิลพันธสัญญาเดิม จึงมีชุมชนบางส่วนเข้ารับพิธีกรรมแบบยิว และได้รับการรับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอิสราเอล เมื่อปี 2005 แต่เนื่องจากขาดเอกสารหลักฐานการเข้ารีตชัดเจน จึงต้องกำหนดเงื่อนไขในการเข้ารีตตามนิกายออกโธดอกซ์อย่างเป็นทางการเสียก่อน จึงได้รับสัญชาติอิสราเอล และการเกณฑ์ทหาร

    จากสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐมณีปุระ จากความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ รัฐบาลอิสราเอลจึงมีการอนุมัติแผนปฏิบัติการ Wings of Dawn โดยนำชาวยิวบเนอี เมนาเช ที่ยังตกค้างอยู่ในอินเดียอีกราว 5,800 คน ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในอิสราเอลภายในปี 2030 ในปีนี้ 2026 มีชาวยิวบเนอี เมนาเช ได้รับโควต้าการอพยพเร่งด่วน จำนวน 1,200 คน โดยกลุ่มแรกเดินทางมาถึงสนามบินเบนกูเรียน เมื่อเดือน เมษายน 2026 จำนวน 250 คน

    https://www.facebook.com/share/p/1CAFGH7bAS/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เศรษฐกิจยังไหว
    เฟดอัปเป้าจีดีพีสหรัฐฯ
    ดันคาดการณ์ดอกเบี้ยพุ่ง 4.1%
    ลากยาวสู้เงินเฟ้อ

    รายงานประมาณการเศรษฐกิจประจำเดือนกันยายน 2026 สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด จนกลายเป็นใบเบิกทางให้คณะกรรมการเฟดกล้าเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างเต็มกำลัง

    เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีในปี 2026 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.3% จากเดิมที่เคยมองไว้ 2.2% เมื่อเดือนมิถุนายน ผนวกกับเกราะป้องกันชั้นดีอย่างตลาดแรงงานที่ทนทานกว่าที่ประเมินไว้

    โดยคาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวในระดับต่ำเพียง 4.1% ลากยาวไปจนถึงปี 2028 ซึ่งปรับลดลงจากคาดการณ์เดิมที่เคยมองว่าจะขยับสูงถึง 4.3%

    ความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์เศรษฐกิจนี้เองที่ส่งผลให้บอร์ดเฟดตัดสินใจปรับเพิ่มค่ากลางคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงสิ้นปี 2026 พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 4.1% ซึ่งกระโดดขึ้นอย่างชัดเจนจากระดับ 3.8% ในการประเมินรอบก่อนหน้า แม้ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานจะถูกประเมินไว้ที่ 2.5% ในปีนี้

    แต่ข้อมูลเศรษฐกิจทั้งหมดถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนขั้นเด็ดขาดว่า เฟดพร้อมจะตรึงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงต่อไปอีกหลายปี และตลาดทุนจะต้องรอจนถึงปี 2028 กว่าที่ตัวเลขเงินเฟ้อจะยอมศิโรราบและปรับลดลงมาแตะเป้าหมายที่ระดับ 2.0% ได้อย่างสมบูรณ์

    https://www.facebook.com/1000637723...XxU1MTsGWqeTX9Y1DFbg74sBVMtl/?mibextid=NOb6eG
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! กระทรวงเกษตรเดินหน้าแก้กฎหมายพันธุ์พืช ตามUPOV1991 รับลูกบรรษัทข้ามชาติดันการเก็บรักษาพันธุ์พืชปลูกต่อกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

    FB_IMG_1789606644230.jpg

    16 กันยายน 2569 — มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) ได้รับเอกสารกำหนดการประชุมสัมมนาของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง “ให้ความรู้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชและรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ครั้งที่ 2” ซึ่งกำหนดจัดในวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพฯ และผ่านระบบ Zoom

    จากกำหนดการที่ไบโอไทยได้รับ มีทั้งการบรรยายเรื่องระบบคุ้มครองพันธุ์พืชของไทยและต่างประเทศ การรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 และที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ การบรรยายของผู้บรรยายซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของบริษัทมอนซานโต้/ไบเออร์ บรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ของโลก

    การกลับมาเดินหน้าแก้ไขกฎหมายในเวลานี้น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรป รอบที่ 10 ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ที่ จ.ภูเก็ต โดยอียูได้ผลักดันให้ประเทศไทยแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชให้เป็นไปตาม UPOV1991 พอดี

    UPOV 1991 จะเปลี่ยนหลักการเรื่องเมล็ดพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยให้อำนาจผูกขาดแก่บริษัทเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น เช่น ขยายระยะเวลาการผูกขาดพันธุ์พืช ขยายการคุ้มครองจากพันธุ์พืชไปสู่ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ รวมทั้งครอบคลุมอนุพันธุ์ของพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งอาจทำให้สายพันธุ์พืชที่กลายพันธุ์กลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทเมล็ดพันธุ์ การผสมข้ามโดยไม่ตั้งใจก็อาจเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย เป็นต้น

    นอกเหนือจากนั้น ประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดคือ การทำให้เกษตรกรที่ซื้อเมล็ดพันธุ์เมื่อนำไปปลูกแล้ว การเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อจะกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

    การผลักดันให้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชของไทยเข้าใกล้ UPOV 1991 ถูกคัดค้านจากองค์กรเกษตรกร ภาคประชาชน นักวิชาการ และองค์กรผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ความพยายามแก้กฎหมายในยุครัฐบาล คสช. ซึ่งมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อเนื่องมาถึงการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วม CPTPP ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากประชาชน โดยมีการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาในเรื่องดังกล่าว ผลการศึกษาระบุชัดเจนว่าการร่วม UPOV1991 หรือการแก้กฎหมายให้เป็นตาม UPOV1991 จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ

    ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวของประชาชน 27 จังหวัด เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ เพื่อคัดค้านการแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช

    การเดินหน้าแก้ไขกฎหมายอย่างเงียบเชียบ น่าจะเป็นการพยายามหลีกเลี่ยงการคัดค้านของประชาชน แต่ในที่สุดการเคลื่อนไหวดังกล่าวของกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร ก็ถูกเปิดเผย ตามกำหนดการที่หลุดลอดออกมา

    #หยุดUPOV1991 #FTAไทยEU #สิทธิเกษตรกร #เมล็ดพันธุ์ #ไบโอไทย

    https://www.facebook.com/share/p/1BFHEukVMp/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวเก่า ไม่ได้คัดค้านอะไร แต่ถ้ามีประโยชน์กับเกษตรกร หน่วยราชการควรสนับสนุนเกษตรกรไทยมากกว่า

    ด่วน...กรมวิชาการเกษตรฉวยโอกาสในเดือนพระราชพิธีฯแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ของไทยให้เป็นไปตามอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งเอื้ออำนวยประโยชน์ให้บรรษัทเมล็ดพันธุ์เพิ่มการผููกขาดพันธุ์พืชและลงโทษเกษตรกรที่เก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อ เป็นการทำลายวัฒนธรรมที่สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ในขณะที่การเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นเพื่อคัดค้านทำได้จำกัด

    ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาบรรษัทข้ามชาติ และบริษัทเมล็ดพันธุ์ยักษ์ใหญ่ได้ผลักดันให้ประเทศไทยยอมรับระบบกฎหมายผูกขาดพันธุ์พืชตามระบบ UPOV1991 ทั้งที่เป็นการผลักดันโดยตรงและผ่านการทำเอฟทีเอไทย-สหรัฐอเมริกา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค(TPP) ความตกลงเอฟทีเออาเซียน-ยุโรป เป็นต้น แต่ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จ

    ในช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กรมวิชาการเกษตรได้พยายามผลักดันการแก้กฎหมายนี้อีกครั้งแต่ก็ถูกคัดค้านจากหลายฝ่าย จากนักวิชาการ เช่น รศ.สุรวิช วรรณไกรโรจน์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.สมชาย รัตนชื่อสกุล จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมทั้งนพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่รู้ทันเรื่องสิทธิบัตรของบรรษัทข้ามชาติ เรื่องนี้เงียบหายไปจนหลายฝ่ายวางใจว่าการผลักดันการแก้กฎหมายจะไม่เกิดขึ้นอีกในรัฐบาลนี้

    แต่แล้วจู่ๆ โดยที่ไม่เคยมีการแถลงใดๆอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะจากพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือนายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรว่าจะมีแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช เว็บไซท์ของกรมวิชาการเกษตร (http://www.doa.go.th/main/index.php?option=com_content&view=article&id=106:opinion&catid=105:open) ได้เผยแพร่เรื่องการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชพ.ศ. ....ฉบับใหม่ และให้ยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ทั้งฉบับ โดยเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ที่จะถึงนี้เท่านั้น แสดงเจตนาว่าเป็นการจงใจเลือกช่วงเวลาระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เพื่อผลักดันกฎหมายนี้ให้แล้วเสร็จ ปิดโอกาสประชาชนในการเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายซึ่งจะทำให้วิถีวัฒนธรรมการเก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อกลายเป็นความผิดทางอาญา และเปิดทางให้โจรสลัดชีวภาพเข้ามาฉกฉวยทรัพยากรพันธุกรรมได้โดยสะดวก

    จากการสำรวจในเว็บไซท์ด้งกล่าว กรมวิชาการเกษตรระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการร่างกฎหมายเพื่อให้ให้เป็นไป “ตามแนวทางของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่(อนุสัญญา UPOV 1991)” และรองรับ “แนวโน้มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) จะผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญา UPOV1991” เป็นการฉวยโอกาส 2 ชั้น คือฉวยโอกาสไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวคัดค้าน และฉวยโอกาสผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศทางอ้อมโดยไม่ผ่านกระบวนการทางรัฐสภาเกี่ยวกับการให้สัตยาบันในอนุสัญญาความตกลงระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญ

    ในเนื้อหาของร่างกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่เผยแพร่ในเว็บไซท์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิเกษตรกร ขยายการผูกขาดของบรรษัทเมล็ดพันธุ์ และเปิดทางสะดวกให้โจรสลัดชีวภาพ ดังนี้

    - ตัดสิทธิของเกษตรกรเก็บรักษาพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกต่อ โดยตัดเนื้อหาใน มาตรา 33 (4) ของกฎหมายฉบับเดิมออก ซึ่งทำให้เกษตรกรที่เก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่ออาจได้รับโทษถึงจำคุก

    - ขยายระยะเวลาการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่ของบริษัทออกไปตาม UPOV1991 โดยขยายสิทธิผูกขาดพันธุ์พืชออกไปจาก 12-17 ปี เป็น 20-25 ปีแล้วแต่กรณี (ยกเว้นพืชที่ให้เนื้อไม้)

    - ขยายการผูกขาดจากเดิมกำหนดอนุญาตให้เฉพาะ “ส่วนขยายพันธุ์” ให้รวมไปถึง “ผลผลิต” และ “ผลิตภัณฑ์” ด้วย

    - ขยายการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่ไปยังอนุพันธุ์ของสายพันธุ์พืชใหม่ หรือสายพันธุ์ซึ่งมีลักษณะพันธุ์ที่ได้พันธุกรรมสำคัญมาจากพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง (Essentially Derived Varieties-EDVs)

    - เปิดทางสะดวกให้โจรสลัดชีวภาพ โดยตัดการแสดงที่มาของสารพันธุกรรมออกเมื่อบริษัทประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพันธ์พืชใหม่ และแก้คำนิยามของพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทไม่จำเป็นต้องแบ่งปันผลประโยชน์เมื่อนำเอาพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปไปใช้ประโยชน์ โดยเพียงแต่บริษัทนำเอาพันธุ์พืชพื้นเมืองที่ต้องการมา ”ผ่านกระบวนการปรับปรุงพันธุ์” เสียก่อนเท่านั้น

    - ตัดข้อกำหนดการต้องผ่านกระบวนการรับรองความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับพันธุ์พืชดัดแปลงพันธุกรรมที่ประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ออก

    - แก้ที่มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร นักวิชาการ องค์กรสาธารณประโยชน์ และภาคเอกชน จากการเลือกตั้งกันเอง เป็นการแต่งตั้งทั้งหมด

    โดยสรุปแล้ว กฎหมายที่ร่างขึ้นใหม่นี้ เป็นการเปิดโอกาสให้บรรษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาผูกขาดพันธุ์พืชอย่างเข้มข้น ลงโทษเกษตรกรที่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และในท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของทุกๆคนในประเทศนี้

    เมื่อครั้งที่ทราบว่าจะมีการแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 เมื่อว้ันที่ 16 มีนาคม 2559 ไบโอไทยได้ทำหนังสือคัดค้านและชี้แจงเหตุผลต่างๆ ต่อกรมวิชาการเกษตร นักวิชาการหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านแล้ว แต่ความเห็นดังกล่าวไม่เคยได้รับการพิจารณาเลย ดังจะเห็นได้จากร่างกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซท์ยังคงยืนยันร่างเดิมตามรูปแบบกฎหมายของUPOV1991 การเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นทางหน้าเว็บไซท์น่าจะเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเท่านั้น

    มีแต่ช่วยกันเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปอย่างกว้างขวางเพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันของเกษตรกรและสาธารณชน หยุดยั้งไม่ให้มีการรวบรัดเสนอกฎหมาย เพื่อที่ประชาชนจะมีเวลาและสามารถแสดงความคิดเห็นและเคลื่อนไหวคัดค้านได้อย่างกว้างขวางเท่านั้น จึงพอจะหยุดยั้งการดำเนินการของกรมวิชาการเกษตรและบรรษัทเมล็ดพันธุ์ยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ได้

    แสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายที่เว็บไซท์กรมวิชาการเกษตรได้ที่
    http://info.doa.go.th/rubfung/pvp/

    อ่านความเห็นของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนักวิชาการความหลากหลายทางชีวภาพได้ที่
    ttps://www.facebook.com/biothai.net/photos/a.467826533255873.100128.183063271732202/1061884963850024/?type=3&theater

    การจัดประชุมให้ข้อมูลด้านเดียวจากผู้แทนUPOVเพื่อชักจูงให้ยอมรับการแก้กฎหมายของกรมฯ เมื่อวันที่ 23 เดือนกุมภาพันธ์ 2560
    ttps://www.facebook.com/biothai.net/photos/a.467826533255873.100128.183063271732202/1344548888916962/?type=3&theater

    อ่านการรวบรัดรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559
    ttps://www.facebook.com/biothai.net/photos/a.467826533255873.100128.183063271732202/1060919323946588/?type=3&theater

    https://www.facebook.com/share/p/18bZz19KiH/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 กันยายน 2026 at 08:04
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ใครไม่ซื้อ ฉันซื้อเอง! อินเดียซื้อสุทธิ #พันธบัตรอเมริกา สถิติมากสุดประวัติศาสตร์ชาติ! จัดไป $15,200,000,000ดอลลาร์ ในหนึ่งเดือน

    FB_IMG_1789636617486.jpg

    รายงานล่าสุด ตัวเลขของเดือน ก.ค. นะครับ
    ก็ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก่อนนี้อินเดียต้องควักมา "สู้ค่าเงิน" เยอะ (จริงๆ จะใช้คำ "ก่อนนี้" ก็ไม่ถูก เพราะ "ตอนนี้" มันก็ยังต้องสู้อยู่เนืองๆ) มันก็จึงต้องมีจังหวะที่ตุนกลับเข้าคลังบ้าง ช็อตไหนทำได้ก็ต้องทำ เขาก็พยายามรักษาระดับไม่ให้พร่องเกินไปครับ
    https://www.bloomberg.com/news/arti...-record-on-capital-inflows?srnd=homepage-asia

    https://www.facebook.com/share/1Db6X13edM/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดอลลาร์โด่แข็งสุดรอบเดือนครึ่งแล้ว หลัง "เฟด" ขึ้นดอกเบี้ย(ตามโผ)‼️ถีบบาทอ่อนเกือบแตะ 33.5! และกดทองให้จมคาโอลด์แทรฟฟอร์.. เอ๊ย พิมพ์ผิด วันนี้ก็หมิ่นเหม่ที่ปาก $4,200

    จะเห็นว่างวดนี้สินทรัพย์แลดู "ตอบสนอง" มากกว่าปกติ

    ก็ง่ายๆ เลยครับท่าน ส่วนใหญ่มันจะเก็ง "แทบแบเบอร์" ก่อนหน้าประชุมเฟดเป็นสัปดาห์ๆ แล้ว --- เรียกว่าราคามัน price in ไปแล้ว
    ดังนั้น ตอนเฟดฟันโชะจริง สินทรัพย์มันจะขยับแปลกทิศ ประมาณว่า jitter
    ต้องรอฝุ่นหายคละคลุ้งสักพัก พอได้ระยะ มันก็เข้าเทรนด์เอง

    ครั้งนี้ต่างออกไป
    เพราะร่ำๆ จะประชุมอยู่แล้ว ยังแทงไม่ขาด ออกได้สองหน้า เพิ่งจะมาสะเด็ดเอาแค่ 2-3 วันก่อนประชุม
    มันจึงมาไหลซู่เอาช่วงนี้!
    ดอลลาร์ลุกโด่! ดัชนี DXY Index ทะลุ 100! พุ่งทำสถิติสูงสุดรอบ 1 เดือนครึ่ง! (เช้านี้ ก็ยังราว 100.3 กว่า)
    แน่นอน มันฉุดให้บาทอ่อนรูด ล่าสุดขณะที่พิมพ์ ก็ 33.5 บาท/ดอลลาร์ อ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่ง
    มันก็จะกดดันแบงก์ชาติเรา (ธปท.) ; แต่กว่าจะประชุม กนง. อีกทีก็โน่นเลย สิ้น ต.ค. --- ก็นานอยู่
    ระหว่างนี้ก็ต้องรับผลกระทบไปก่อน

    ทอง ก็ลาดลงมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว (ตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง)
    ล่าสุดก็มาโดนเฟดซ้ำ
    เมื่อคืน low ที่เกือบๆ จะติด $4,200
    ก็ต่ำสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งเช่นกัน (มันก็จะตัวเลขเวลาเดียวๆ กันนี้หมด : 1 เดือนครึ่ง --- เพราะโดนพายุดอลลาร์พาดผ่าน ลากไปกันหมด)
    เช้านี้ ก็ราวๆ $4,200-4,300
    ยื้อๆ
    ซึ่งถ้าหลุด $4,200 ก็เสียว "ยาว" เหมือนกัน

    ส่วนพันธบัตรรัฐบาลอเมริกาอายุสิบปี (benchmark โลก) ก็เหมือน yield มันดัน "แตะขอบ" อยู่ (สุดไม่สุดขอบนี่ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ...)
    มันจึงต้องเลี้ยงๆ ทดสอบอยู่แถว 5% ไปก่อน
    แรงเฟดจึงดันไม่ได้ไปกว่านี้
    แต่ แหม เทรนด์มันก็แรงนะ (แนว 5% จะแตกไม่แตกในระยะถัดไป บอกยาก)

    เมื่อคืนน้ำมันก็หล่นนะครับท่าน
    ICE Brent ร่วงเกือบ $3
    ก็ไม่รู้ล่ะ จะเพราะ fund flow ที่ดอลลาร์แข็ง หรือเพราะ fundamentals จากข่าวเรื่องซาอุฯ หาทางส่งออก (ship-to-ship ที่แถวท่าเรือโอมาน ; นอกอ่าวเปอร์เซีย)

    ครั้งนี้ การตอบสนองหลังเฟดประชุม มันดูเป็นรูปเป็นร่าง มีทรง

    https://www.facebook.com/share/p/19hbbQVPnu/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เราสามารถยึดคาลินินกราดได้ แต่เราเลือกที่จะไม่ทำเพื่อไม่ให้เป็นการยั่วยุรัสเซีย ปูตินต้องเข้าใจว่าหากเขาล้ำเส้น เราจะลงมือตอบโต้... หากรัสเซียโจมตีเอสโตเนีย เราจะนำสงครามเข้าไปยังดินแดนรัสเซีย เราทราบพิกัดจุดยุทธศาสตร์ทั้งหมดดี" – มาร์กุส ซาห์คนา (Margus Tsahkna) รัฐมนตรีต่างประเทศเอสโตเนีย

    คาลินินกราดเป็นเมืองที่มีอาวุธนิวเคลียร์ประจำการอยู่ จึงไม่อาจยึดครองได้ง่ายๆ เพราะมอสโกคงไม่ยอมเสียฐานปล่อยนิวเคลียร์ไปโดยไม่ใช้งานมันก่อน แล้วจะนำสงครามเข้าไปยังรัสเซียได้อย่างไร? ก่อนจะยึดกลัวเอสโตเนียและบอลติกทั้งหลายจะหายไปซะก่อนอ่ะดิ

    ลำพังแค่ปกป้องยูเครนยุโรปยังแทบเอาตัวไม่รอด แล้วจะปกป้องน่านฟ้าทั้งหมดของตนได้อย่างไร? ขอย้ำเตือนว่ายูเครนมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ซับซ้อนและมีหลายชั้นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ก็ยังสกัดกั้นขีปนาวุธ Zircon, Iskander (ถึง 90%) หรือ Kinzhal ไม่ได้เลย

    หากปราศจากการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ (ซึ่งคงไม่เกิดขึ้นจริง) ยุโรปคงพ่ายแพ้ยับเยินในสงครามรูปแบบปกติ (conventional war) ต่อรัสเซียไปนานแล้ว

    รัสเซียใช้เวลาถึง 4 ปีในการทดสอบขีปนาวุธและโดรนในสนามรบจริงกับระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ดีที่สุดของ NATO แล้วเอสโตเนียเอาอะไรมาพูดเรื่องการนำสงครามเข้าไปยังรัสเซีย ในเมื่อเมืองหลวงของตนเองยังอยู่ในระยะทำการของระเบิด FAB-3000 แท้ๆ? ส่วน FAB-9000 หนักเกินแต่ถ้าไม่มีระบบป้องกันทางอากาศก็ไม่แน่ ราบเป็นหน้ากลอง

    เกิดอะไรขึ้นกับวาทกรรมเรื่องสงครามของบรรดาประเทศยุโรปที่อ่อนหัดเหล่านี้? ไม่เห็นอังกฤษหรือฝรั่งเศสออกมาพูดจาบุ่มบ่ามเช่นนี้หรอก ยูเครนคือโอกาสที่ดีที่สุดที่สหภาพยุโรปมี ทั้งการสนับสนุนทางทหารร่วมกัน การผลิตอาวุธ และการกดดันทางเศรษฐกิจ แต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ต่อรัสเซียอยู่ดี

    #หันมาผลักดันสันติภาพกันดีกว่าไหม

    https://www.facebook.com/share/p/1Bvc5xj6Q6/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ปั๊มน้ำมัน Valero แห่งหนึ่งในเมือง Lewisville เขต Dallas–Fort Worth รัฐเท็กซัส ขึ้นป้าย ‘Out’ หลังน้ำมันดีเซลหมด”

    FB_IMG_1789636973940.jpg

    ขณะที่ตัวเลขในรูป 3.89 ดอลลาร์/แกลลอน คือน้ำมันเบนซินธรรมดา หรือ Regular gasoline ซึ่งราคาเฉลี่ยในรัฐเท็กซัส อยู่ที่ 3.8788 ดอลลาร์/แกลลอน

    สำหรับราคาดีเซลเฉลี่ยในเท็กซัสอยู่ที่ 5.9102 ดอลลาร์/แกลลอน

    ส่วนค่าเฉลี่ยดีเซลทั่วสหรัฐอยู่ที่ 6.3103 ดอลลาร์/แกลลอน


    https://www.facebook.com/share/p/1Bw9qWdfAB/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,868
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพการระเบิดอย่างรุนแรง! หลังรัสเซียโจมตีไปที่ “ศูนย์กักเก็บพลังงานแบตเตอรี่” (Battery Storage Facility) ในเมืองโบรวารี (Brovary) ชานกรุงเคียฟ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แห่งนี้ทำหน้าที่ รักษาการจ่ายไฟอย่างต่อเนื่องให้กับสถานที่ทางทหารในแคว้นเคียฟ

    การโจมตีครั้งเดียวกันยังมี De Novo Data Center เป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย ศูนย์แห่งนี้ให้บริการ ศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์แก่หน่วยงานและบริษัทขนาดใหญ่ของยูเครน และยังทำหน้าที่ประมวลผล ส่งต่อ และจัดเก็บข้อมูลที่กองทัพยูเครนใช้งานด้วย

    https://www.facebook.com/share/v/1DV9aH5C3Z/
     

แชร์หน้านี้

Loading...