เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 10 กันยายน 2026 at 19:54.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,071
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,242
    ค่าพลัง:
    +27,007
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,071
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,242
    ค่าพลัง:
    +27,007
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพในฐานะเจ้าของพื้นที่ เดินทางไปถึงวัดหนองปรือ หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรีตั้งแต่เช้ามืด เด็กรุ่นหลังน้อยคนที่จะรู้ว่าต้นปรือคืออะไร "ต้นปรือ" ก็คือที่คนรุ่นใหม่เขาเรียกกันว่า "กกธูปพระฤๅษี" ซึ่งเป็นพืชใกล้น้ำ ถ้าหากว่ามีหนองน้ำหรือว่าลำธารที่ไหน ก็จะขึ้นอยู่รอบบริเวณนั้น

    ความจริงก็ใช้ประโยชน์ได้หลายต่อหลายอย่างด้วยกัน แม้กระทั่งพระเรารุ่นเก่า ๆ ก็เอามาทำ "สันถัต" ที่เรียกว่า "สันถัตใบปรือ" สมัยนี้คำนี้เขาไม่ใช้กัน เขาใช้คำว่า "อาสนะ" ความจริงอาสนะของพระนั้น ถ้าหากว่ากันตามรากศัพท์เดิมแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะมีขาตั้ง มีพนักพิง ถ้าหากวางกับพื้นในลักษณะของการเป็นแผ่นผ้าหรือวัสดุสานอื่น ๆ เขาเรียกกันว่า "สันถัต" มากกว่า

    คราวนี้ ตั้งแต่การตรวจประเมินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ มา ๕ ครั้งของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่วัดอินทาราม หมู่บ้านหนองขาว อำเภอท่าม่วง หลังจากนั้นก็มาเป็นวัดบ้านทวน อำเภอพนมทวน วัดหินแท่นลำภาชี อำเภอด่านมะขามเตี้ย วัดน้ำมุด อำเภอศรีสวัสดิ์ แล้วก็มาวัดหนองปรือ อำเภอหนองปรือในครั้งนี้ แปลว่าตรวจกันมา ๕ ปีต่อเนื่องแล้ว

    ปรากฏว่าทางด้านวัดหนองปรือจัดนิทรรศการได้ตรงกับความต้องการ ของคณะกรรมการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่า "หมู่บ้านรักษาศีล ๕" ที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวัดอินทาราม หรือว่าวัดบ้านทวน เขาจัดได้อลังการมาก พูดง่าย ๆ ว่า "ทุนหนา" สามารถทำได้ แต่ไม่ตรงกับความต้องการ พวกเราต้องเข้าใจว่า ถ้าเราตีโจทย์ผิดงานก็จะออกมาผิดไปด้วย..! ถ้าถามว่า "ที่ผ่านมาผิดหมดหรือเปล่า ?" ไม่ถึงกับหมด แต่ก็ไม่ตรงความต้องการทั้งหมด

    โดยเฉพาะคำว่า "สร้างความปรองดองสมานฉันท์" ของทางด้านหนองปรือนั้น แค่โรงเรียนอย่างเดียว ทั้งอำเภอ ๑๖ โรงเรียนเขาเอามาออกนิทรรศการทั้งหมด..! ยังไม่ต้องพูดถึงส่วนอื่น ก็แปลว่าในส่วนนี้ของเขาตีความได้ถูกต้องแล้ว ส่วนราชการต่าง ๆ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ลงไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มากันทั้งหมด
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,071
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,242
    ค่าพลัง:
    +27,007
    ดังนั้น โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ไม่ใช่การจัดนิทรรศการที่เกี่ยวกับเบญจศีล - เบญจธรรม หากแต่ว่าส่วนที่ต้องการมากที่สุดในยุคนั้นสมัยนั้น ก็คือความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ไม่แบ่งพรรค ไม่แบ่งพวก ไม่แบ่งสีกัน ซึ่งก็มีโครงการเดียวของทางราชการที่ทำร่วมกับคณะสงฆ์นี้ ที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมที่สุด โดยเฉพาะซุ้มนิทรรศการของทางหมู่บ้านหนองปรือ ถ้าเราคิดว่าเป็นของโรงเรียนก็ ๑๖ ซุ้มไปแล้ว แต่ไม่มีอะไรซ้ำกันเลย แต่ละคนนำเอาความเด่นของตัวเองมาแสดงให้ดู

    โดยเฉพาะของ "โรงเรียนอนุบาลหนองปรือ" ได้รับความชื่นชมจากคณะกรรมการมากที่สุด เพราะว่าเอาเด็กอนุบาลชายหญิง ๒ คน มาแสดงการเล่านิทานหน้าห้องเรียนให้เพื่อนฟัง ที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุด เพราะว่าเด็ก ๒ นี้คนสมาธิดีสุด ๆ..!

    คณะกรรมการที่เป็นพระเป็นผู้ใหญ่ ๑๐ กว่าคนช่วยกันก่อกวนอย่างไร เด็กทั้งสองคนไม่สนใจ "กูมีหน้าที่เล่า กูเล่าอย่างเดียว ไม่จบไม่เลิก..!" ต่อให้เป็นผู้ใหญ่ ถ้าหากว่าเจอแบบนั้นก็เขวได้ แต่เด็ก ๒ คนนั้นต้องบอกว่ายอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะบอกว่า "รับสตางค์ก่อน" หรือไม่ก็ "หยุดก่อน..ขอถามหน่อยว่าชื่ออะไร ?" เพราะว่าที่บอกตอนแรกฟังไม่ทัน ก็ไม่มีที่จะถอยหลัง ขึ้นหน้าอย่างเดียวเลย..!

    เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่า เป็นอุทาหรณ์และตัวอย่างของนักปฏิบัติธรรมที่ดียิ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่วุ่นวายขนาดไหนก็ตาม เราสามารถทรงสมาธิได้แบบเด็ก ๓ ขวบนี้หรือไม่ ? โอกาสที่เราเองจะพังตั้งแต่ต้นมีอยู่แล้ว เนื่องเพราะว่าผู้ใหญ่ของเรามักจะไปสนใจสิ่งอื่นมากกว่า โดยเฉพาะยื่นเงินมาให้ แต่เด็ก ๒ คนไม่ได้สนใจเลย รับก็ยังไม่รับ ตั้งหน้าตั้งตานึกถึงสิ่งที่ตนเองต้องเล่า แล้วก็ว่าไปเรื่อย ขนาดเอายัดใส่กระเป๋าให้ก็ยังเฉย ๆ ตั้งหน้าตั้งตาเล่านิทานต่อไป..!

    กระผม/อาตมภาพเอ่ยชมเชยในตอนที่ตนเองต้องแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ปรากฏว่าทางผู้อำนวยการโรงเรียนอัดวิดีโอเอาไว้ บอกว่าขออนุญาตเอาไปตัดต่อ เพื่อที่จะเป็นผลงานของทางโรงเรียนด้วย
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,071
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,242
    ค่าพลัง:
    +27,007
    ในส่วนอื่น ๆ นั้น ต้องบอกว่า "หลวงพ่อธงชัย"(พระครูกาญจนธรรมธัช) เจ้าคณะอำเภอหนองปรือ เจ้าอาวาสวัดหนองไม้เอื้อยนั้น ท่านมีบารมีมากสุด ๆ ในเขตอำเภอหนองปรือ เพราะว่าส่วนราชการตลอดจนกระทั่งทางคณะสงฆ์มาร่วมงานกันไม่มีขาดตกบกพร่องเลย ถ้าเป็นที่อื่น อย่างไรเสียก็ต้องมีขาดบ้าง เราจะเห็นว่าเจ้าคณะปกครองนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีอำนาจ ไม่จำเป็นที่จะต้องร่ำรวย หากว่าบริหารงานเป็นก็ได้ใจของคนไปเอง แล้วท่านก็ทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

    ในสมัยที่ "หลวงพ่อมหาหลี"(พระครูวรสิทธิ์ชัยกาญจน์) อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองปรือยังอยู่ พอสิ้นท่านไปแล้วตั้ง "หลวงพ่อธงชัย" ขึ้นมา ทุกคนก็เห็นว่าเทียบกันไม่ได้ เนื่องเพราะว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นมหาเปรียญ ขณะเดียวกัน "หลวงพ่อไพบูลย์" - พระธรรมคุณาภรณ์ (ไพบูลย์ กตปุญฺโญ ป.ธ. ๘) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ก็สนับสนุน ก็เท่ากับว่าเป็น "ลูกศิษย์ในคาถา" เรียนบาลีมาโดยท่านส่งเสียให้เอง แต่ "หลวงพ่อธงชัย" ท่านไปลื่น ๆ ไปเงียบ ๆ ไปแบบเรียบ ๆ ไม่แข่งขันกับใคร แต่พอระยะเวลายาวนานไป กลับสามารถรวมศรัทธาญาติโยมได้ดีขนาดนั้น

    ดังนั้น..ในเรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้ว ถ้าคณะสงฆ์รู้จักดูเป็นตัวอย่าง ก็คือ การบริหารงานคณะสงฆ์ เราไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร มีความสามารถโดดเด่นด้านไหน ทำแค่เฉพาะด้านของเราก็ได้ แบบที่โบราณบอกว่า "รู้จริงสิ่งเดียวอาจ มีมั่ง เลี้ยงชีพช้าอยู่ร้อย ชั่วลื้อเหลนหลาน" จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่พวกเราควรที่จะเลียนแบบและทำตามเอาไว้ด้วย

    ส่วนวันนี้เมื่อกลับมาถึง กระผม/อาตมภาพก็หัวหมุนกับสารพัดงาน โดยเฉพาะจ่ายเงิน เนื่องจากว่างานใหญ่ของวันพรุ่งนี้ ก็คืองาน "สืบสานวิถีถิ่นวิถีธรรม เยี่ยมยลอัตลักษณ์ชุมชนวัดท่าขนุน ทองผาภูมิ" ซึ่งเป็นตายอย่างไร กรมส่งเสริมวัฒนธรรมก็ต้องเอามาลงที่วัดท่าขนุนให้ได้ เนื่องเพราะว่างานครั้งก่อนให้งบประมาณมา ๓๕,๐๐๐ บาท กระผม/อาตมภาพจัดไป ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท..! งานนี้ให้มา ๕๐,๐๐๐ บาท ยังไม่รู้ว่าจะโดนไปเท่าไร ?

    แม้กระทั่งงานตรวจประเมินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ที่วัดหนองปรือ วงดนตรีของเขามา ๔๕ คน วงโยธวาทิตมา ๑๐๗ คน..! แล้วกระผม/อาตมภาพให้รางวัลไปคนละ ๒๐๐ บาท นึกดูว่าหมดไปเท่าไร ? คือเด็ก ๆ หรือไม่ก็ผู้อำนวยการ เขารู้ว่าอย่างไรเสียหลวงพ่อเล็กก็ต้องให้อยู่แล้ว..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,071
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,242
    ค่าพลัง:
    +27,007
    โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในอำเภอทองผาภูมิของเรา แล้วบรรดาผู้อำนวยการโรงเรียนเขาถึงกันหมดทั้งจังหวัด ดีไม่ดีก็ทั้งเขตการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเมื่อบอกกล่าวกันไป แล้วเห็นว่ากระผม/อาตมภาพไปเป็นกรรมการด้วย เขาก็ใส่มาเสียเต็มที่ แล้วไหนจะโรงเรียนอื่น ๆ ที่เอาเด็กมาประจำเสียทุกซุ้ม เป็นอะไรที่ "พระมหาวิเชียร ชาตวชิโร ป.ธ. ๙" เลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ถึงขนาดออกปากเลยว่า "หลวงพ่อเล็กเมตตาเด็กด้วยนะครับ" เพราะรู้ว่าถ้าควักกองกลางก็ไม่เหลือแน่นอน..!

    เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เต็มใจอยู่แล้ว เพราะเท่ากับว่าให้เป็นการศึกษา ก็คือ "ธรรมทาน" แก่เด็ก บางโรงเรียนก็มีโครงการต่าง ๆ ที่จะทำเพื่อเด็ก แต่ว่ายังขาดงบประมาณอยู่ ก็อาจจะมีการนำเงินของเด็ก ไปเข้าร้านสวัสดิการของโรงเรียน แล้วก็คืนเงินต้นให้พร้อมกับเงินปันผลในวันที่เรียนจบ ก็แปลว่าเขาจะได้เงินก้อนไปช่วยในการทำงานของตนเองให้สะดวกยิ่งขึ้น

    งานวันพรุ่งนี้ ซึ่งความจริงกระผม/อาตมภาพกำหนดเอาไว้หลังการตรวจประเมินหมู่บ้านศีล ๕ ต้นแบบจนครบทุกแห่งแล้ว แต่ทางด้าน "คุณจอย" (นางพรพรรณ กลิ่นเกษร) วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ขอร้องว่าให้เลื่อนขึ้นมาเป็นพรุ่งนี้ เพราะว่าเขาจะต้องปิดงบและส่งรายงานก่อนสิ้นเดือน

    แล้วท้ายที่สุด ยื้อกันไปแย่งกันมา ก็มีฎีกาหลวงใช้พัดยศมาเป็นกรรมการตัดสิน ก็คือถึงเลื่อนมาเป็นพรุ่งนี้ กระผม/อาตมภาพก็ยังอยู่ไม่ได้ จึงได้มอบหมายให้ "รองฯ สมเกียรติ" (นายสมเกียรติ นาคศรีโภชน์) รองประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ กับบรรดาคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ช่วยกันดูแลและเป็นประธานในการประชุมแทนด้วย

    งานของเรามีวันที่ ๑๑ กับ ๑๒ วันที่ ๑๑ ช่วงบ่ายก็ประชุมกรรมการสภาฯ ที่นี่ พวกเราต้องช่วยกันจัดสถานที่ให้เขาด้วย ตอนแรกตกลงเอาไว้ว่าจะเปิดงานตั้งแต่ ๖ โมงเช้า แต่ "นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี" ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีติดภารกิจ มาได้ในช่วงเย็น จึงเปลี่ยนไปเปิดโครงการตอน ๖ โมงเย็น

    กระผม/อาตมภาพอย่างไรเสียก็อยู่ไม่ได้ จึงขอฝากพวกเราช่วยกันทำงานด้วย แม้กระทั่งงานประจำปี ทำบุญถวายหลวงปู่สาย ก็ต้องไปตรวจประเมินยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ น่าจะอยู่ประมาณแถวจังหวัดอ่างทอง แต่ก็เป็นการดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ
    ได้ดูฝีมือพวกเราว่าจะช่วยกันทำงานออกมาดีหรือไม่ดีแค่ไหน ? เพียงแต่ว่าต้องสรุปงานแล้วก็เก็บเอาส่วนที่ผิดพลาดไปแก้ไขในครั้งต่อ ๆ ไปด้วย

    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...