ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาเฉลี่ยของน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ เชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการขนส่งสินค้า พุ่งขึ้นทำนิวไฮ ในระดับ 5.9015 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 30 เซนต์จากเมื่อสัปดาห์ก่อน

    https://www.facebook.com/share/1LH7gv6jaE/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยคือ ในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ไม่เคยมีมาตรการงดจ่ายค่าประจำตำแหน่งหรือตัดเงินเดือนข้าราชการ แม้ว่าในช่วงนั้น (พ.ศ. 2523–2531) ประเทศไทยจะเผชิญกับ วิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานโลก อย่างรุนแรงจนเงินคงคลังเกือบหมด และรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายรัดเข็มขัด เช่น การเจรจากู้เงินจาก IMF และการปรับลดค่าเงินบาทก็ตาม
    ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อมูลนี้ มักจะปะปนกับเหตุการณ์อื่นในหน้าประวัติศาสตร์ ดังนี้ครับ:

    • ข้อมูลที่อาจสับสน (สมัยรัชกาลที่ 7): เหตุการณ์ที่รัฐบาลสั่ง งดจ่ายเบี้ยเลี้ยง เบี้ยกันดาร เรียกเก็บภาษีเงินเดือน และปลดข้าราชการออก (ดุลยภาพ) เกิดขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทั่วโลก (The Great Depression) ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

    • ข้อมูลในสมัยพลเอกเปรม: ในยุคนั้นมีเพียงนโยบาย ควบคุมงบประมาณรายจ่ายและจำกัดการเพิ่มอัตรากำลังคนภาครัฐ (ไม่ให้เพิ่มเกินร้อยละ 2 ต่อปี) รวมถึงตัดลดงบประมาณดำเนินงานในหน่วยงานราชการลง เช่น ค่าน้ำมันหรือค่าวัสดุสำนักงาน แต่ในส่วนของเงินเดือนและสิทธิประโยชน์พื้นฐานของข้าราชการยังคงได้รับตามปกติ
    หากคุณกำลังหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบกับมาตรการรัดเข็มขัดในอดีต หรือสนใจข้อมูลในส่วนไหนเพิ่มเติม เช่น การลดค่าเงินบาท หรือ มาตรการประหยัดงบราชการ ในยุคของป๋าเปรม สามารถแจ้งได้เลยนะครับ เพื่อที่จะได้ช่วยสรุปข้อมูลที่ชัดเจนให้ครับ

    https://www.google.com/search?q=เกิ...JA&csuir=1&atvm=2&mtid=hGGfaqnZHoyLseMP8tbHOA
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี(Abu Dhabi National Oil Company) หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของโลก กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของไทยและแอฟริกา เกี่ยวกับการเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงกลั่น เพื่อรับประกันจัดหาน้ำมันดิบป้อนลูกค้าและขยายธุรกิจการซื้อขายเชื้อเพลิงของทางบริษัท ตามรายงานของเว็บไซต์ The Edge Singapore อ้างอิงแหล่งข่าวที่รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้

    รายงานข่าวระบุว่าบริษัทอาบูดาบี กำลังหาทางเข้าถือหุ้นในโรงกลั่นต่างๆที่บริหารงานโดยบริษัทในกลุ่ม PTT ในข้อตกลงที่จะรวมถึงสัญญาป้อนน้ำมันดิบและเปิดทางให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบีหรือ Adnoc เข้าถึงเชื้อเพลิงที่ได้จากโรงกลั่นเหล่านี้ เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้ลูกค้ารายอื่น ตามคำกล่าวอ้างของบุคคลที่ไม่ประสงค์เอ่ยนาม อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวบอกว่าจะมีการแถลงเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว หลังจากนี้ภายในปีนี้

    นอกจากนี้แล้วทาง Adnoc ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัท Dangote ของไนจีเรีย เกี่ยวกับการเข้าถือหุ้นในปฏิบัติการโรงกลั่นของบริษัทแห่งนี้ ทั้งนี้ Dangote ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐี Aliko Dangote ดำเนินการกิจการโรงกลั่นใหญ่ที่สุดของทวีปแอฟริกา ในไนจีเรีย และกำลังมีแผนก่อสร้างโรงกลั่นอีกแห่งในทางตะวันออกของทวีป

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทเปิดเผยว่า Dangote ได้รับการติดต่อทาบทามจากบรรดาผู้เล่นรายใหญ่หลายเจ้า แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเจาะจงถึง Adnoc ส่วนทางปตท.ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆต่อรายงานข่าวนี้

    การสร้างธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันระดับนานาชาติถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกลยุทธ์ของ Adnoc ที่จนถึงตอนนี้พึ่งพาเฉพาะกับโรงกลั่นในเขตอุตสาหกรรมรูไวส์ในบ้านเกิด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้แปรรูปน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อจัดหาเชื้อเพลิงไปทั่วโลก

    อย่างไรก็ตามเวลานี้พวกเขากำลังพิจารณาข้อตกลงต่างๆ ส่วนหนึ่งในแผนรับประกันผู้ซื้อสำหรับน้ำมันดิบของตนเองและน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น และเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจการซื้อขายน้ำมันของบริษัท ขณะที่สงครามในตะวันออกลาง ซึ่งทำให้การขนส่งอุปทานน้ำมันหยุดชะงัก ก็เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการกระจายปฏิบัติการออกไปนอกอ่าวเปอร์เซียเช่นกัน

    ข้อตกลงซื้อโรงกลั่นในต่างแดน จะช่วยเสริมแผนขยายธุรกิจระหว่างประเทศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Adnoc หลังจาก XRG ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจด้านการลงทุนของบริษัท ได้เข้าทำธุรกรรมด้านสินทรัพย์ก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ แอฟริกา และเอเชียกลาง รวมถึงเข้าซื้อบริษัท Covestro AG ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์จากเยอรมนี นอกจากนี้ Adnoc Distribution ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Adnoc ได้บรรลุข้อตกลงในเดือนกรกฏาคม สำหรับซื้อธุรกิจค้าปลีกเชื้อเพลิงของเชลล์ ในแอฟริกาใต้

    สำหรับ Adnoc การที่โรงกลั่นต่างๆในไทยสามารถรองรับการกลั่นน้ำมันดิบชนิดหนัก จะเป็นเรื่องดีและเหมาะสมสำหรับน้ำมันเกรดต่างๆที่มาจากแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งอาบูดาบี แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุ พร้อมบอกว่าฝ่ายซื้อขายของ Adnoc อาจซื้อน้ำมันดิบที่ผลิตโดยประเทศอื่นๆ อย่างเช่นอิรัก เพื่อป้อนโรงกลั่นเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

    (ที่มา: The Edge Singapore)

    https://www.facebook.com/story.php?...BMJvUYxRSNV7fYWkWhXpFxXZppGJl&mibextid=NOb6eG
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เยนญี่ปุ่น แข็งเกินไป = วายป่วง
    FB_IMG_1788861444943.jpg FB_IMG_1788861446890.jpg
    เมื่อคืนมีข่าวตื่นเต้น ว่ามีการแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน
    ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าแบบรุนแรง กดค่าเงินเยนจนเกิดเป็นรูปแบบ head & Shoulder เป้าหมายของรูปแบบนี้ ค่าเงินเยนยังจะแข็งค่าต่อไปจนถึงระดับ 150 เยนต่อดอลลาร์

    พร้อมกันก็มีข่าวว่า ญี่ปุ่นขายพันธบัตรสหรัฐที่ตัวเองถืออยู่เพื่อใช้ปกป้องค่าเงินเยนรอบนี้

    ดูจังหวะเวลาก็พอเหมาะพอเจาะ เพราะโครงการที่กระทรวงการคลังของสหรัฐจะเข้ามา Buyback longterm treasury ของตัวเองจะเริ่มขึ้นวันพรุ่งนี้ (แม้วงเงิน buyback จะน้อยมาก แต่ก็มีความสำคัญในแง่การส่งสัญญาณ)

    ดังนั้นก็คาดการณ์ได้เลยว่า ญี่ปุ่นก็น่าจะจบการแทรกแทรงในคืนนี้
    เขาคงคิดว่า ญี่ปุ่นขาย สหรัฐซื้อคืน balance กันพอดี (มองในแง่ Yield ของพันธบัตรสหรัฐ)

    ที่น่าสนใจคือ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ทำ new high ไปแล้ว และการแทรกแซงวันพรุ่งนี้ ก็มีโอกาสดึง Yield ลงมา และที่ breakout ไปเมื่อคืน ก็จะกลายเป็น false break
    แต่หากการแทรกแซง buyback ของสหรัฐวันพรุ่งนี้ดึง Yield ลงมาไม่ได้หละ? จากกราฟจะเห็นว่า เป้าของ pattern กราฟหากยืนยันการ breakout ตามรูปคือ 8.5% หรือ ขึ้นจากปัจจุบันไปอีกร่วมๆ 3.5% เลยทีเดียว
    (หากจำได้ตัวเลขเงินเฟ้อ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นผลจากราคาดีเซลหากราคาดีเซลขึ้นแรงไปถึง target ในบทความก่อนๆ คือประมาณ 3%
    ตัวเลขสอดคล้องกันพอดี)

    ละเรื่องข้างบนไว้ก่อน เพราะตั้งใจจะเขียนเรื่อง ญี่ปุ่นก่อนครับ

    เราคุยกันหลายครั้งเรื่อง Unwind Yen Carry Trade
    ว่าเป็นผลจากดอกเบี้ย (Yield) ฝั่งญี่ปุ่นสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้นทุนการยืมเงินเยนของญี่ปุ่นสูงขึ้นและไม่คุ้มที่จะเอาไปลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ

    แต่ที่ผ่านมา Yield สูงพร้อมๆ กับเงินเยนอ่อนค่า
    ดังนั้นมันมี "กำไร" จากอัตราแลกเปลี่ยน (อันเป็นผลจากเยนอ่อนค่า) มาชดเชย ทำให้เมื่อถัวๆ กันแล้ว แรงจูงใจในการดึงเงินกลับยังมีไม่มาก

    ทีนี้พอมีการแทรกแซงให้ค่าเงินเยนแข็งค่าแรงๆ เร็วๆ จนไป trigger รูปแบบเทคนิคกราฟ ต่างๆ แบบนี้ มันก็จะมีโอกาสเกิดโมเมนตัมที่จะทำให้เงินเยนแข็งค่าเร็วๆ แรงๆ ได้ จากการ Short Coverage (Short Squeeze) ตามด้วย Unwind Yen Carry Trade (คนที่กู้เงินเยนไปลงทุนในสกุลอื่น จะขาดทุนทั้งดอกเบี้ย (ราคาขายพันธบัตร) และ ค่าเงิน หรือ พูดง่ายๆ ขาดทุนสองเด้ง) มันจะเร่งให้การเกิด Unwind Yen Carry Trade มากขึ้นด้วยอัตราเร่ง (และมันคือการเร่งให้เกิดการถอนเงินลงทุนจากตลาดอื่น ทั้งตลาดพันธบัตรสหรัฐ ตลาดหุ้น ฯลฯ)

    คงต้องดูว่า ค่าเงินเยนแข็งค่ารอบนี้จะจบลงตรงไหน
    จะเกิด Feedback Loop ที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดไม่ได้
    เกิดแรงขายถล่มทลายในตลาดอื่น เพราะ Unwind Yen Carry Trade หรือไม่

    https://www.facebook.com/share/p/19DNWzV4HL/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่น "ขึ้นค่าแรง" เพิ่มมากสุดรอบ 3 ทศวรรษแบบนี้เงินเฟ้อแค่ไหนก็บ่ยั่น ถ้าเถ้าแก่จัดให้งามๆ เซี้ยะยังงี้!
    ตัวเลขล่าสุด ของเดือน ก.ค. รายงานว่า "ค่าจ้าง" ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 4.7% (เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ; year-on-year basis)
    นี่คือสถิติเพิ่มเยอะสุดตั้งแต่ปี 1997 เลย
    นอกจากนี้ ยังเพิ่มขึ้นเกิน 3% ติดต่อกัน 6 เดือนรวด!!!!! สถิติต่อเนื่องยาวนานที่สุดในรอบ 34 ปี

    "คิโมจิ" กันถ้วนหน้า

    วัดแบบเศรษฐศาสตร์ ดูค่าจ้างที่หักเงินเฟ้อออกแล้ว ปรากฏว่าก็ยังเพิ่มขึ้น 2.4% สถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี สวยๆ
    (เอาจริงๆ เงินเฟ้อญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยน่าห่วงนัก
    ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช่อยู่ ก็สูงสุดของปีนี้ ที่ 1.9%
    แต่ยังไงก็ตาม ถ้าย้อนไปเทียบกับพีกเมื่อต้นปี 2025 แล้ว ตอนนู้นมันตั้ง 4% เชียวนะ
    เท่ากับว่าตอนนี้สบายๆ)

    ประเด็นก็คือ "เงินออม" ของคนญี่ปุ่นน่าจะอวบอูมขึ้น
    รายได้เพิ่มขึ้น ทว่าไม่ยินดีจะควักจ่ายนัก (ก็ดูสถานการณ์สิ มันก็ชวนให้ระมัดรัดกุมมั้ย!)
    ยอดใช้จายภาคครัวเรือน ลดลง 3.6% (year-on-year)
    สถิติลดลงหนักสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง และก็เป็นการลดลง 8 เดือนซ้อน!

    ดูผาดๆ ก็ดีนะ..
    ชาวบ้านได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น ขณะที่ก็มัธยัสถ์ขึ้น
    ซึ่งที่ค่าแรงมันขึ้นเอาๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะผลประกอบการของบรรดาบริษัทต่างๆ มันหรูด้วย มิหนำซ้ำ ตลาดแรงงานก็ตึงมาก คนงานมีไม่พอ บริษัทต้องแย่งตัวเอา (แรงงานต่างด้าวก็ทะลัก แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี นี่เพจเดือดฯ เคยเขียนอยู่เนืองๆ)

    ญี่ปุ่นดูดีจัง
    แต่อย่างว่า ... ต้องอย่าลืมด้วย เขาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว
    ก็ต้องเข้าใจ

    https://www.bloomberg.com/news/arti...ping-boj-on-rate-hike-path?srnd=homepage-asia
    https://mainichi.jp/english/articles/20260904/p2g/00m/0bu/010000c

    https://www.facebook.com/share/p/1DUzt7xzYK/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ขณะที่ไทยกำลังปวดขมอง แล้วจีนเอา "ดาต้าเซ็นเตอร์" ไปไว้ไหน? "มองโกเลียใน" ไง! (เขตปกครองตนเอง) นี่เป็นต้น แล้วก็ผลักออกไปไกลๆ จากเมืองใหญ่ที่เจริญๆ

    ถือคติ 东数西算 "ตงซ่วนซีซู่" : แยกส่วน ใช้ดาต้าไว้ตะวันออก เซ็นเตอร์ประมวลผลจากตะวันตก
    ทั้งนี้ ความเจริญศิวิไลซ์ของจีนจะเทไปฟากตะวันออกครับท่าน แนวชายฝั่ง อย่างเช่นเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง (ปักกิ่งก็แถบๆ ชายฝั่ง แต่ไม่ติดทะเล)
    ส่วนทางเหนือ ทางตะวันตก ก็อย่างที่เห็นในหนังแหละครับท่าน ...
    ยังแลเห็นความเวิ้งว้าง และผู้คนก็เป็นเผ่าพันธุ์อื่นๆ (มิใช่ชาวฮั่น)

    ความเจริญกระจุกที่ตะวันออก (และที่ใช้ AI ก็ต้องตรงนี้นี่แหละ) ทว่า "ดาต้าเซ็นเตอร์" ก็กระจายไปทางเหนือ ทางตะวันตกละกัน

    ซึ่งมันก็เป็น "ยุทธศาสตร์ชาติ" มาตั้งแต่ปี 2022 แล้ว ตั้งแต่ตอนที่ AI เพิ่งตั้งไข่ ยังไม่บูม
    (ชาติใหญ่ๆ ต้องมองขาด ต้องถางทางไว้แต่เนิ่นๆ)

    ตัวอย่างก็คือ Ulanqab "อูหลันฉาปู้"
    ก็ง่ายๆ เลย ที่ดินเปล่าๆ มันต้องเหลือเฟือ ไฟฟ้าก็ควรถูก (ค่าไฟฟ้าในจีนแต่ละเมืองก็ต่างกัน ; ไม่เหมือนไทย) และต้องเข้ากับยุคสมัยใหม่ ต้องมีไฟฟ้าพลังงานทางเลือกเยอะๆ พวกสายลม แสงแดด ฯลฯ

    คือโจทย์ใหญ่ มันต้องมิใช่ชุมชนเมืองหนาแน่นน่ะแหละ ...
    (ส่วนโจทย์เรื่องการต่อต้าน แหม นี่มันจีนนะ! ประชาชนกล้าหือที่ไหน!)

    มิเพียงเท่านั้น ภูมิอากาศในดินแดนเหล่านี้ก็เย็นกว่า
    (ก็อย่างที่รู้กัน ดาต้าเซ็นเตอร์มันกินไฟเยอะ และร้อนจัด)
    ยิ่งไปกว่านั้น เป็นแถบที่โหลดใช้ไฟไม่ค่อยเยอะ ตรงนี้สำคัญ จะได้ไม่มาแย่งไฟกัน และไม่ต้องกลัวด้วยว่าเมืองนั้นๆ จะไฟตก

    ขณะนี้ เร่งมือก่อสร้างเป็นการใหญ่ ดาต้าเซ็นเตอร์มหึมาทั้งหลายแหล่ตาม "ชายขอบ"
    ประเมินว่าภายในปี 2028 ดาต้าเซ็นเตอร์ในพวกนี้จะมีกำลังการประมวลผลเกินหน้าพวกเมืองใหญ่!
    (ปัจจุบัน หลักๆ จะไปสุมอยู่ตรงจุดที่ใช้งานหนักๆ น่ะแหละ
    ได้แก่ ปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย
    และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง : เซี่ยงไฮ้-เจียงซู-เจ้อเจียง-อานฮุย)

    อีกไม่นานจะเปลี่ยนภาพ เพราะโปรเจ็กท์ใหญ่ๆ จะไปทางเหนือ กับตะวันตกเฉียงเหนือ
    อย่าง Ulanqab "อูหลันฉาปู้" ที่ยกมานั้น โฉมก็เริ่มเปลี่ยน
    จากที่หลับตาแล้วนึกถึงกระโจม ชาวเผ่าบนหลังม้า ทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา ก็พลันกลับกลายเป็นเหล็กเส้นและเครนก่อสร้าง มวลหมู่แรงงานก่ออิฐ ฉาบปูน คลาคล่ำเต็มไปหมด
    และไม่ช้า ก็จะอุดมด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ใหญ่โตโอฬาร เป็นพรืด ล้อมเมือง

    ความล้ำสมัยกำลังคืบคลานเข้าไป
    ไม่ซิ
    หรือต้องบอกว่า ความล้ำสมัยที่โชติช่วงในเมือง กำลังนำพาสิ่งใดมาสู่ชายขอบ รอบนอก

    โลกมันเปลี่ยน

    东数西算 "ตงซ่วนซีซู่" : แยกส่วน ตะวันตกทำ ตะวันออกใช้

    (ทั้งนี้ทั้งนั้น มันอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานด้วย
    เขาทำได้ ก็เพราะเขาพร้อม ที่ไหนๆ ก็ไฟเยอะ และมีไฟเบอร์เร็วสูง)

    https://www.bloomberg.com/news/arti...rom-its-biggest-cities?srnd=homepage-americas

    https://www.facebook.com/share/p/1EivwN4b9u/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศึกทางนี้ระอุ‼️ซาอุฯ ถล่มคุกที่ "อัล-ฮัซม์" ในเยเมน (ตามภาพ!)ดับ 7 ศพ! ฮูตีกราดเกรี้ยว จู่ๆ ซาอุฯ ฉวยจังหวะจู่โจมเช่นนี้ ในขณะที่ยามนี้ "สงครามกลางเมือง" ในเยเมนปะทุเดือด! ฮูตี (ที่พวกตะวันตกถือเป็นกบฏ) รบกับกองกำลังของรัฐบาลเยเมน (ที่ซาอุฯ หนุน และที่พวกตะวันตกรับรองเป็นรัฐบาล)

    หลายวันนี้ ในเยเมนสู้กันหนักนะครับท่าน (กระทั่งล่าสุด ทัพซาอุฯ มาผนึกซ้ำ!!!!! จะมาก็ต้องมาตอนนี้แหละ❗มาจิ้มย้ำตอนที่แผลเปิด)
    หลายวันนี้ ทำไมเพจเดือดฯ เลือกไม่เขียน ... (ผมเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน)
    ปกติเวลาพูดถึงแผ่นดินเยเมน ยากจะแยกแยะ ตรงไหนของใคร มันแสนจะยุ่งเหยิง
    และไม่กี่วันนี้ ยิ่งยากจะแยกแยะเข้าไปใหญ่! สับสนซับซ้อนมากกกกก ตีกันนัวเนียไปหมด

    สงครามตะวันออกกลางครานี้ (ที่อ่าวเปอร์เซียเป็นสมรภูมิหลัก ก่อนจะมาเสริมมาเพิ่มตรงทะเลแดงด้วย)
    คล้ายว่าการที่ "ฮูตี" เข้าฉาก เป็นหมากที่พลาด!?!?
    ชักศึกเข้าบ้าน และชุบศึกในบ้าน

    เดิม ฮูตีคุมแผ่นดินเยเมนได้ประมาณหนึ่ง ได้พอสมควร
    (กองกำลังรัฐบาลเยเมนก็ตรึงอยู่ส่วนหนึ่ง ; ตัวรัฐบาลพลัดถิ่นอยู่ที่ซาอุฯ โดยที่กองกำลังอยู่ในดินแดนเยเมน ; ผมไม่เรียกกองทัพ เพราะไม่เชิงทหาร สถานะของรัฐบาลมันไม่เต็มร้อย ทำให้ถือเป็นกองกำลังมากกว่า มิใช่นับเป็นสังกัดของประเทศชาติแท้ๆ --- เพราะมันยังบ่งชัดไม่ได้ว่าประเทศชาติเป็นของฝั่งใดกันแน่)
    (อีกทั้งกองกำลังน้อยใหญ่ ทั้งที่หนุนโดยชาติอื่นๆ เช่น ซาอุฯ และ ยูเออี เป็นต้น กระทั่งกองกำลังที่เป็นเอกเทศ ในแต่ละถิ่นของเยเมนเอง)
    ฮูตีถือเป็นหลักใหญ่ที่กุมอำนาจ

    กระทั่งอาศัยช่วงชุลมุนในสงครามตะวันออกกลางครานี้ เกรงว่าจะเปลี่ยนเกม!

    แรกๆ ฮูตีไม่ยุ่ง ไม่เลยเด็ดขาด
    นิ่งมาก
    รบกันตั้งแต่ 28 ก.พ. ฮูตีไม่เคลื่อนไหว
    และแล้ว สุดท้ายก็มาจนได้ ในช่วงหลัง (ไม่รู้ว่าเป็นกลยุทธ์หรือเยี่ยงไร)

    ฮูตีรบซาอุฯ อาจไม่เท่าไหร่ มันยังเป็นการโจมตีทางอากาศ ข้ามฟ้า
    ทว่ากองกำลังของฝ่ายรัฐบาลนี่สิ! หลายวันนี้ลุกรุกแรงยิ่ง! ปะทะกันบนพื้นดินเดียวกัน!

    รบพุ่ง กินแดนกันไปกันมา ฝั่งหนึ่งรุกคืบ ตีกิน อีกฝั่งก็จะยึดคืน แล้วก็พัวพัน ตอบโต้ ยากพิชิตกันเบ็ดเสร็จ

    "อัล-จาวฟ์" (หน้าด่านก่อนเข้าเมืองหลวง) ที่เดิมเป็นของฮูตีซะส่วนใหญ่ บัดนี้กองกำลังรัฐบาลหมายจะช่วงชิงให้ได้ ฮูตีเพลี่ยงพล้ำ และพยายามจะฟัดเหวี่ยง ยื้อยุดกันอยู่ ยึดกันไปกันมา

    ด้านฮูตี ไม่อยู่เฉยตั้งรับอยู่ฟากเดียว ไปเปิดอีกแนวรบจะเอา "ตาอิซ" จากอีกฝ่ายให้ได้และก็จะกวาดเอา "ฮุดัยดะห์" ให้หมด (เดิมเมืองท่าฮุดัยดะห์นั้น ฮูตีครองอยู่เป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีติ่งที่อีกฝ่ายตรึงอยู่)
    ก็กินกันกลับไปกลับมาอยู่ ไม่สะเด็ด

    ยังไงก็ตาม ไม่ใช่แค่เท่านี้ กองกำลังรัฐบาลบุกกระจายหลายจุด นอกจากอัล-จาวฟ์ ก็ยังตะลุยไป "บัยดา""ดอห์ลิ""มาริบ"
    ฮูตีต้องรับมือหลายด้าน

    และที่หนักหน่วงที่สุด คือซาอุฯ ส่งโดรนทมิฬบินมากะซวกขย้ำด้วยอีกแรง⚠️⚠️⚠️
    โจมตีที่อัล-จาวฟ์ และอัล-ฮัซม์
    ลำบากมิใช่เบาแล้วล่ะฮูตี!
    (ฮูตีรายงานว่ามียิงโดรนซาอุฯ ร่วงไป 4 ลำ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา)

    ฮูตีเองตั้งรับข้างเดียวไม่ได้ ต้องออกไปสกัดกั้น! ระดมมิสไซล์กระหน่ำใส่รถบรรทุกที่ขนอาวุธข้ามชายแดนจากซาอุฯ มาให้กองกำลังฝ่ายรัฐบาล ตรง "ฮัดเราะเมาต์"

    และอย่าลืม ฮูตีก็บุกได้เหมือนกัน!
    สำแดงเดชให้เห็นมาแล้ว ที่ไปบึ้มโรงกลั่นซาอุฯ มา
    ระวัง!
    ทั้งนี้ ล่าสุด มีข่าวว่าโรงกลั่น "ญาซาน" ซาอุฯ ที่กำลังซ่อมอยู่ (จากที่โดนฮูตีสอยไปคราก่อน) โดนซ้ำเข้าไปอีกแล้วจ้า
    *แต่ยังไม่มีสื่อใหญ่รายงาน ยังไม่น่าเชื่อถือได้นัก (สื่อใหญ่ที่รายงาน เห็นจะมีแค่ไฟแนนเชียลไทมส์ แต่ยังเป็นการอ้างแหล่งข่าวแบบลอยๆ)

    ...

    ก็ติดตามกันต่อไป

    https://www.aljazeera.com/news/live...atastrophe-if-crisis-continues?update=4927026
    https://www.aljazeera.com/news/2026...rabia-of-killing-seven-in-yemen-prison-attack
    https://www.aljazeera.com/news/2026/9/7/yemen-govt-forces-launch-air-strikes-on-houthi-targets

    จะบุกยึดเมืองหลวงคืนแล้ว!!!
    https://www.facebook.com/share/p/1BNagDwBgL/?mibextid=wwXIfr



    https://www.facebook.com/share/p/1FAnFSU4Du/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ 94 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังอิหร่านขู่ทำ “สงครามเศรษฐกิจ” กับสหรัฐฯ
    FB_IMG_1788862809916.jpg
    https://www.facebook.com/share/1DY6b23bF9/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนพบอีก! “ผักกาดก้านหรือที่คนไทยเรียกกันว่าผักกาดโอซุ่น) ถูกย้อมสีให้ดูเขียวสด อ้างทำให้ดูใหม่ แต่เป็นการใช้สีที่ผิดกฎหมาย

    กลายเป็นประเด็นเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารอีกครั้งในจีน หลังเจ้าหน้าที่พบผู้ประกอบการนำ “ผักกาดก้าน” หรือผักที่ชาวจีนเรียกว่า “อู๋ซุน (莴笋)” ซึ่งเป็นผักที่นิยมกินกันทั่วไป ทั้งนำไปผัด ทำซุป หรือประกอบอาหารต่าง ๆ มาย้อมสีให้ดูเขียวสดเหมือนผักใหม่

    เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 หน่วยงานท้องถิ่นในมณฑลกานซู่ ประเทศจีน เปิดเผยว่า พบผู้ประกอบการและบริษัทรับซื้อผักรวม 6 แห่ง ใช้สีผสมอาหารกับผักกาดโอซุ่นสด ก่อนนำออกจำหน่าย

    จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบสารสี 2 ชนิด ได้แก่

    Brilliant Blue (บริลเลียนต์ บลู) สีผสมอาหารโทนน้ำเงิน
    Tartrazine (ทาร์ทราซีน) สีผสมอาหารโทนเหลือง

    เมื่อนำสีทั้งสองชนิดมาผสมกัน จะได้สีเขียว จากนั้นนำไปใช้กับผักกาดโอซุ่น เพื่อให้ผักดูเขียวสดและน่าซื้อมากขึ้น

    แต่ปัญหาคือ แม้สารทั้งสองชนิดจะเป็นสีผสมอาหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำมาใช้กับอาหารทุกประเภทได้ โดยในกรณีนี้ การนำสีดังกล่าวมาใช้กับ ผักสดถือเป็นการใช้ผิดประเภทและผิดกฎหมายของจีน

    หลังข่าวถูกเปิดเผย ผู้บริโภคในเซี่ยงไฮ้ต่างแสดงความกังวล บางคนบอกว่า
    “ต่อไปคงไม่กล้าซื้อแล้ว”

    ขณะที่คนขายในตลาดก็ยอมรับว่า หลังเกิดเรื่อง ลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    บนโลกออนไลน์ของจีนเองก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลายคนเรียกร้องให้ลงโทษผู้ประกอบการที่จงใจทำให้ผักดูสดเพื่อหลอกผู้บริโภค โดยมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรงและไม่ควรปล่อยผ่าน

    ⚠️ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนพบปัญหาการใช้สารผิดกฎหมายกับผักสด

    ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม 2026 ยังมีกรณีที่มีการนำ ผักกาดขาวไปแช่ในของเหลวที่มีฟอร์มาลดีไฮด์ โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความสดของผัก

    ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารเคมีที่มีความกังวลด้านความปลอดภัย และมีการระบุถึงความเสี่ยงต่อการก่อมะเร็งจากการได้รับสัมผัสในระดับที่เป็นอันตราย

    กรณีดังกล่าวทำให้เกิดคำถามอย่างมากเกี่ยวกับการควบคุมความปลอดภัยของอาหาร หลังพบเหตุการณ์เกี่ยวกับการใช้สารเคมีกับอาหารสดเกิดขึ้นต่อเนื่อง

    ส่วนกรณี ผักกาดโอซุนย้อมสี ล่าสุด หน่วยงานจีนระบุว่าพบผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง 6 แห่ง และได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

    สรุปง่าย ๆ:
    ผักกาดโอซุ่นไม่ได้มีปัญหาเพราะเป็นผักชนิดอันตราย แต่ปัญหาอยู่ที่ ผู้ประกอบการนำสีผสมอาหารมาผสมกันแล้วใช้ย้อมผักสด เพื่อให้ดูเขียวสดและน่าซื้อ ทั้งที่กฎหมายจีนไม่อนุญาตให้ใช้กับผักสดในลักษณะนี้

    เรื่องนี้จึงกลายเป็นอีกกรณีที่ทำให้ผู้บริโภคตั้งคำถามว่า “ผักที่เห็นว่าสดและสวย จริง ๆ แล้วสดตามธรรมชาติหรือผ่านการปรุงแต่งมาแล้ว?”

    ที่มา: FNN Prime Online / รายการ イット! (It!)
    เผยแพร่ 7 กันยายน 2026 เวลา 20:26 น.
    อัปเดต 8 กันยายน 2026 เวลา 10:16 น.

    #ข่าวจีน #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวญี่ปุ่น #ความปลอดภัยด้านอาหาร #อาหารปลอดภัย #ผักสด #ผักโอซุ่น #莴笋 #จีน #FNN #FNNプライムオンライン

    https://www.facebook.com/share/1EngD3ugd9/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเยนแข็งค่าต่อเนื่อง แตะ 153 เยนต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 6 เดือน หลังตลาดจับตา BOJ อาจเร่งขึ้นดอกเบี้ย พร้อมแรงซื้อเยนกลับและความกังวลเรื่องการแทรกแซงค่าเงิน

    https://www.facebook.com/share/p/1Dk38A89ZL/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นมีคำพูดที่ว่า “親しき中にも礼儀あり” (ชิตะชิคิ นะกะ นิ โมะ เรกิ อะริ) หมายถึง ต่อให้สนิทกันแค่ไหน ก็ยังต้องมีมารยาทและเกรงใจกัน

    ⚠️ 7 พฤติกรรมหลุดปากทำพิษ… เสียเพื่อน เสียคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว!

    เคยไหม… ทั้งที่คิดว่าสนิทกันมาก เล่าให้ฟังได้ทุกเรื่อง แต่พอเวลาผ่านไป ไดเรกต์เริ่มเงียบ ชวนไปไหนก็ไม่ค่อยว่าง? บางทีเราอาจจะเผลอทำพฤติกรรมพวกนี้ใส่คนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้นะ เพราะเรื่องของ “คำพูด” กับ “ความเกรงใจ” ต่อให้สนิทกันแค่ไหน ก็ยังมีเส้นกั้นบางๆ อยู่เสมอ

    ลองมาเช็ก 7 พฤติกรรม NG ที่คนส่วนใหญ่ชอบเผลอทำกัน จะได้รีบแก้ทันก่อนจะเสียมิตรภาพดีๆ ไป!

    1️⃣ พูดแต่เรื่องตัวเอง (ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นพูด)

    คนที่ชอบวิดน้ำเข้าฝั่งตัวเอง พูดแต่เรื่องของตัวเองฝั่งเดียว มันสร้างความอึดอัดให้คนฟังมากเลยนะ ส่วนใหญ่มักจะโฟกัสแต่ตัวเองจนมองข้ามความรู้สึกคนอื่น ไม่สังเกตเลยว่าคู่สนทนาเริ่มเบื่อหรือไม่อยากฟังแล้ว นานวันเข้าคนก็จะเริ่มรู้สึกว่า “คนนี้เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล” แล้วค่อยๆ ถอยห่างไปเอง

    2️⃣ ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัว

    อยากรักษาความสัมพันธ์ให้อยู่ยาวๆ ต้องรู้จักพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องละเอียดอ่อนอย่าง “ช่วงนี้เรื่องเงินเป็นไงบ้าง?” หรือ “มีปัญหากับคนที่บ้านเหรอ?” ต่อให้เราจะถามด้วยความหวังดี ไม่ได้มีเจตนาเผือก แต่ถ้าอีกฝ่ายเขาไม่ได้อยากเล่า การไปเซ้าซี้จี้ถามจะทำลายความไว้ใจลงทันที

    3️⃣ ขาเม้าท์ นินทา ปล่อยข่าวลือ

    สายเม้าท์ฉอดๆ ลับหลังคนอื่น นึกว่าการเม้าท์จะทำให้สนิทกันไวขึ้น แต่จริงๆ แล้วมันกลับทำให้คนฟังรู้สึกระแวงมากกว่าว่า “ลับหลังเรา มันจะเอาเราไปพูดแบบนี้ไหมนะ?” แถมพวกข่าวลือ พอพูดต่อๆ กันไป มันมักจะโดนใส่ไข่จนบิดเบือน พอความจริงเปิดเผย คุณนั่นแหละที่จะเสียความน่าเชื่อถือไปแบบกู้คืนยาก

    4️⃣ ชมเวอร์เกินจริง (ปากหวานจนดูเสแสร้ง)

    การชมเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าอวยใส่อารมณ์เยอะเกินไปทุกเรื่อง คนฟังเขาจะรู้สึกทันทีว่า “ไม่จริงใจ” หรือ “หวังผลอะไรอยู่หรือเปล่า?” ยิ่งในสังคมที่เน้นความถ่อมตัว การยกยอแบบโอเวอร์จะทำให้เราดูเป็นคนคำพูดเบาหวิว ไม่มีน้ำหนัก และดูเสแสร้งไปเลย

    5️⃣ ชอบจี้จุดผิดพลาดคนอื่นไม่หยุด

    ไม่มีใครชอบโดนพูดซ้ำเติมหรอกนะ เช่น “เอาอีกแล้วนะ ทำผิดแบบเดิมเป๊ะเลย” การมุ่งแต่จะจับผิดหรือแซะจุดด้อยคนอื่น มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา แถมยังแสดงถึงทัศนคติที่แย่ของเราด้วย ทางที่ดีควรเปลี่ยนจากการติติง มาช่วยกันคิดวิธีแก้ไขร่วมกันดีกว่า

    6️⃣ แข่งกันน่าสงสาร (ชอบอวดความโชคร้าย)

    พอเพื่อนมาเล่าว่าป่วยหรือเจอเรื่องแย่ๆ มา แทนที่จะรับฟัง กลับสวนไปว่า “แค่นี้เองเหรอ? ตอนฉันเจอเนี่ย หนักกว่าแกร้อยเท่า!” การดึงซีนมาเป็นเรื่องตัวเองแบบนี้สร้างบรรยากาศติดลบมาก แรกๆ คนอาจจะสงสาร แต่หลังๆ เขาจะรู้สึกว่าคุยด้วยแล้วเหนื่อยใจ ไม่อยากเล่าอะไรให้ฟังอีก

    7️⃣ สวมบทเหยื่อตลอดเวลา (คิดว่าทุกคนจ้องจะทำร้าย)

    เซนซิทีฟเกินเหตุจนทำคนรอบข้างประสาทเสีย เช่น แค่เพื่อนตอบแชทช้า ก็คิดไปเองว่า “เขาเมินเราแน่ๆ” แล้วก็ไปใช้อารมณ์วีนใส่ การเอาความรู้สึกตัวเองเป็นใหญ่โดยไม่พยายามเข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย มีแต่จะทำให้คนรอบข้างเหนื่อยหน่ายและเลิกคบในที่สุด

    ✨ สรุปส่งท้าย

    ความไว้วางใจและมิตรภาพ ใช้เวลาสร้างเป็นปีๆ แต่สามารถพังทลายลงได้ในเสี้ยววินาที แค่เพราะคำพูดหลุดปากเพียงคำเดียว วันนี้ลองสังเกตตัวเองดูนะว่าเราเคยเผลอทำข้อไหนไปบ้างหรือเปล่า รู้ตัวไว ปรับตัวทัน จะได้รักษาคนที่รักเราให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ

    วันที่เผยแพร่: 7 กันยายน 2026

    ที่มา: TRILL (トリル)

    #มนุษย์สัมพันธ์ #พัฒนาตนเอง #จิตวิทยา #คำพูดทำร้ายจิตใจ #จิตวิทยาสายงาน #ชีวิตทำงาน #เตือนสติ #TRILL #ข่าวญี่ปุ่น

    https://www.facebook.com/share/p/19jeNmmvpK/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!!!!! ทวงแล้ว ทวงเร็ว ฮูตีลุยทวงแค้นซาอุฯ‼️‼️โจมตี 4 เมือง และมีบึ้มน้ำมันด้วย เจ็บระนาว 73 ราย⚠️ฮูตีบี้หนี้แค้น หลังกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมน (ที่ซาอุฯ หนุน) รุกหนักคะนองแผ่นดินเยเมน หมายยึดดินแดนคืนมาครอง และทัพซาอุฯ แสบ สบโอกาสสมทบ ซัดโดรนถล่มแผ่นดินเยเมน ล่าสุดฮูตีเอาแล้ว ทะลวงฐานทัพซาอุฯ ที่เมืองคามิส มุชัยต์
    และ "น้ำมัน" ที่เมืองอับฮา / นาจราน / ญาซาน
    เพลิงลุกไหม้โหยหวน
    และ ICE Brent ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกกรีดร้องกราดเกรี้ยว พุ่งทะยานสู่ $100!!! ใกล้แค่ปลายจมูก! (ครั้งสุดท้ายที่แตะ $100 คือปลายๆ เดือน ก.ค.)

    ฝั่งอ่าว เขาแค่ทิ่มๆ ทักทายกัน แล้วถอยฉาก พนมมือสวัสดี
    ทว่าฟากทะเลแดง แลกเดือดปุดๆ ไม่ต้องมีลีลาพูดพร่ำทำเพลง
    แตกเป็นแตก แลก!
    ให้มันรู้กันไป! สังเวียนรบของจริงมันต้องแบบนี้!

    น่าสยดสยองยิ่งนัก

    หวังว่าเดี๋ยวก็คลายๆ ลงอย่างเคยนะ ... ใช่มั้ย

    (ครั้งนี้เสียว เพราะปลุกกองกำลังฝ่ายรัฐบาลมาสู้บนภาคพื้นดินในเยเมนด้วยแล้ว แบบนี้ อืมม์ ยากจะจบลง ถ้าไม่แดดิ้นไปข้าง)


    https://www.reuters.com/world/middl...ne-threatens-us-with-new-missiles-2026-09-08/
    https://www.bloomberg.com/news/arti...sites-halted-after-attacks?srnd=homepage-asia
    https://www.facebook.com/share/19PFwd47JQ/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พันธบัตรสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี แย่ที่สุดในรอบ 223 ปี!
    FB_IMG_1788863872345.jpg
    ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ -1.85% ณ เดือนสิงหาคม 2026

    หมายความว่า นักลงทุนที่ถือพันธบัตรสหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขาดทุนจากการลงทุน แม้ยังไม่ได้หักผลกระทบจากเงินเฟ้อ

    นับตั้งแต่ปี 1793 ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีของพันธบัตรสหรัฐฯ อยู่ที่ 5.41% ต่อปี

    https://www.facebook.com/share/14oFFhkKRXq/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย” กำลังสูญเสียน้ำใต้ดินถึง 24 พันล้านตันทุกปี เรื่องนี้บอกอะไร? คนใช้น้ำใต้ดินทั่วโลก
    .
    การสูญเสีย "น้ำใต้ดิน" (เป็นคำรวมที่ใช้เรียกน้ำทั้งหมดที่อยู่ใต้พื้นดิน รวมถึงน้ำตื้นในระดับดินชั้นบนที่พืชใช้ดูดซึม มีปริมาณน้อย และขุดพบได้ง่าย น้ำบาดาลเป็นน้ำประเภทหนึ่งของน้ำใต้ดิน) ปีละ 24.2 พันล้านตันของ "หอคอยน้ำแห่งเอเชีย" เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับโลกว่า มนุษย์กำลังดึงน้ำสำรองใต้ดินมาใช้จนใกล้แตะจุดวิกฤตที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ (Risk Tipping Point) ซึ่งสะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญถึงผู้ใช้น้ำทั่วโลก ดังนี้
    .
    .
    1. วิกฤตการสูญเสียน้ำใต้ดิน
    .
    - หอคอยน้ำแห่งเอเชีย (Water Tower of Asia / High Mountain Asia: HMA): ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสำคัญ เช่น หิมาลัย, ฮินดูกูช, การาโกรัม และที่ราบสูงทิเบต ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงประชากรหลายร้อยล้านคนในกว่าสิบประเทศปลายน้ำ
    .
    - อัตราการสูญเสีย: งานวิจัยในวารสาร Environmental Research Letters ระบุว่า ภูมิภาคนี้กำลังสูญเสีย "น้ำใต้ดิน" สูงถึง 24.2 พันล้านตันต่อปี
    .
    .
    2. เทคโนโลยี AI และดาวเทียมในการสำรวจ
    .
    - แก้ข้อจำกัดในอดีต: ทีมวิจัยนำโดย ศ. Shudong Wang (สถาบันวิจัยข้อมูลการบินและอวกาศ สถาบันวิทยาศาสตร์จีน - AIRCAS) พัฒนาแบบจำลองประเมินผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับข้อมูลดาวเทียมหลายดวง เพื่อเอาชนะอุปสรรคด้านข้อมูลภาคสนามที่จำกัดและภูมิประเทศภูเขาสูงชัน
    .
    - การประเมิน 2 ทศวรรษ: ย้อนรวบรวมและสร้างแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำใต้ดิน (GWS) ระหว่างปี 2546–2563 พร้อมตรวจสอบความแม่นยำเปรียบเทียบกับบ่อน้ำบาดาลจริงนับพันแห่ง
    .
    .
    3. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
    .
    - กระทบ 2 ใน 3: ราวสองในสามของพื้นที่ลุ่มน้ำในหอคอยน้ำแห่งเอเชียประสบปัญหาปริมาณน้ำใต้ดินลดลง
    .
    - ลุ่มน้ำปลายน้ำวิกฤตสุด: การลดลงรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในลุ่มน้ำตอนล่างที่มีประชากรหนาแน่นและใช้การชลประทานเข้มข้น เช่น ลุ่มน้ำคงคา-พรหมบุตร, ลุ่มน้ำสินธุ และลุ่มน้ำอามู ดาร์ยา
    .
    - บางพื้นที่เพิ่มขึ้น: มีเพียงพื้นที่ส่วนน้อยตรงแถบภูเขาสูงภายในประเทศบางแห่งเท่านั้น ที่พบปริมาณน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
    .
    .
    4. ปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำใต้ดินลดลง
    .
    - สภาพภูมิอากาศ (เกือบ 50%): ความแปรผันของภูมิอากาศและการละลายของธารน้ำแข็ง มีบทบาทสำคัญต่อวัฏจักรน้ำ
    .
    - การสูบน้ำของมนุษย์: การดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ทางการเกษตร และการชลประทานปลายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอิทธิพลจากการใช้น้ำของมนุษย์ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นหลังปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553)
    .
    .
    5. แนวโน้มและอนาคต
    .
    - ผลกระทบระยะยาว: หากยังคงพฤติกรรมการใช้น้ำรูปแบบเดิม การสูญเสียน้ำใต้ดินจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
    .
    - ปรากฏการณ์กันชนชั่วคราว (Buffer Effect): การละลายของธารน้ำแข็งอาจช่วยชะลอการลดลงของน้ำใต้ดินได้ชั่วคราวไปจนถึงช่วงปี 2060 (พ.ศ. 2603)
    .
    - ความเสี่ยงหลังปี 2060: หลังจากพ้นช่วงดังกล่าว อัตราการสูญเสียน้ำใต้ดินจะเร่งตัวเร็วขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศ ตัวเมือง และความมั่นคงทางการเกษตรปลายน้ำ
    .
    .
    6. เรื่องนี้บอกอะไร? คนใช้น้ำใต้ดินทั่วโลก
    .
    จากรายงานเรื่องความเสี่ยงภัยพิบัติที่เชื่อมโยงกันจาก สถาบันสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของมนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (UNU-EHS) ระบุว่า การลดลงของระดับ “น้ำใต้ดิน” เป็นหนึ่งในหกจุดเปลี่ยนความเสี่ยงระดับโลกที่โลกกำลังเผชิญอย่างรวดเร็ว ต่อไปนี้คือเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการลดลงของระดับน้ำใต้ดิน
    .
    - สะสมตัวช้าใช้เวลาหลายร้อยถึงพันปี: น้ำใต้ดินคิดเป็น 30% ของน้ำจืดทั้งหมดบนโลก การที่ระดับน้ำลดลงจนต้องขุดบ่อลึกลงเรื่อย ๆ สะท้อนว่าเรากำลังดึงน้ำสำรองที่สะสมมาหลายชั่วอายุคนมาใช้จนเกือบหมด
    .
    ถูกใช้เร็วกว่าอัตราการเติมเต็ม: แหล่งน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ 21 จาก 37 แห่งทั่วโลกกำลังวิกฤต การสูบน้ำขึ้นมาใช้โดยไม่มีน้ำผิวดินซึมลงไปชดเชยเสี่ยงทำให้ระบบชลประทานหยุดชักงัก
    .
    กระทบความมั่นคงอาหารระดับโลก: 70% ของน้ำใต้ดินถูกใช้ในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะประเทศผู้ส่งออกพืชผลรายใหญ่อย่างอินเดียและสหรัฐฯ วิกฤตน้ำในระดับท้องถิ่นจึงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารโลกทันที
    .
    สูญเสียหลักประกันยามภัยแล้ง: น้ำใต้ดินคือแหล่งน้ำจืดสำรองแหล่งสุดท้ายเมื่อเกิดภัยแล้ง การใช้จนหมดทำให้โลกสูญเสียกลไกการรับมือวิกฤตและตัดทางเลือกของคนรุ่นหลัง
    .
    ทางออกคือการใช้อย่างชาญฉลาด: แก้ไขได้โดยไม่ต้องเลิกใช้ แต่เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีอย่างระบบน้ำหยด ปรับไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อเพิ่มการซึมผ่านของน้ำลงสู่ชั้นใต้ดิน
    .
    อ่านบทความเต็มทางเว็บไซต์ในคอมเมนต์
    .
    --------------------------
    “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech #ThaiPBS #สิ่งแวดล้อม #Environment #น้ำใต้ดิน #น้ำบาดาล

    https://www.facebook.com/share/1EnyZnm3U1/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "วราวุธ" แย้ม นายกฯ ไฟเขียว เด้ง "ณัฐพล" จากกระทรวงอุตสาหกรรม รอโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งใหม่

    #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/1F2H4SChSu/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แคนาดาประกาศขึ้นภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เริ่มมีผลวันนี้

    แคนาดาเริ่มบังคับใช้ มาตรการภาษีตอบโต้สินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศหยุดชะงัก

    มาตรการดังกล่าวครอบคลุมสินค้าสหรัฐฯ หลายร้อยรายการ โดยมีอัตราภาษีสูงสุด 50% ครอบคลุมสินค้าในหลายภาคส่วน เช่น เหล็ก ผลิตภัณฑ์นม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร

    ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการตอบโต้หลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดา และถือเป็นการยกระดับ สงครามการค้าระหว่างสองประเทศ ที่ดำเนินมานานหลายเดือน

    8 กันยายน 2569

    #แคนาดา #สหรัฐฯ #สงครามการค้า #ภาษีนำเข้า #DonaldTrump #MarkCarney #ข่าวต่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/p/1GVu6Xs5dV/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘บิ๊กโก๋’ เผย #ทหารเขมร ส่งรถถังรุ่นเก่า5คัน ประชิดแนวรบ #ช่องจอม-โอเสม็ด แต่ติดหล่มอยู่ เผยเราขุด
    คูเลตดักไว้

    https://www.facebook.com/share/1BtC8seNrL/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โสคา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลง เกี่ยว การทํางานของหน่วยงานในระยะนี้ โดยมีประโยคหนึ่งหลุดออกมาจากการแถลง

    "แม้แต่ชาวออสเตรเลียก็อยากมาทำงานในกัมพูชาเพราะเงินเดือนสูง"

    ซึ่งก็มีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ตัดแต่ท่อนนี้ไปลงไปคลิปสั้น ทีนี้เลยเป็นคําถาม คิดว่างานอะไรทําไมคนออสเตรเลียถึงอยากมาทํางานในกัมพูชาเพราะเงินเดือนสูง ถ้าเป็นอาชีพทั่วไปไม่น่าเป็นไปได้

    สุดท้ายคําตอบก็คือท่านหมายถึงสแกมเมอร์ โดยอธิบาย เงินเดือนของสแกมเมอร์ในกัมพูชาเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถือว่ามีค่าจ้างที่สูงมาก จึงเป็นคําตอบว่าทําไมคนออสเตรเลียถึงอยากมาทํางานที่กัมพูชา เพราะจ่ายค่าแรงให้สแกมเมอร์สูงติดท็อป 5 ของโลกในเวลานี้โดยเฉลี่ย

    https://www.facebook.com/share/1M9FixthQp/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,385
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ท่านผู้นํายั๊วะ

    จัดเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุยด่วนแล้ว หลังจากช่วง 15 วันที่ผ่านมา เจอปัญหาหงุดหงิดกวนใจเกี่ยวกับประเทศไทย มาตลอด จนปรอทแตกจากป้ายโฆษณาล่าสุด

    ... ก่อนหน้านี้มีเรื่องการประชุมระดับประเทศของประเทศผู้ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ซึ่งก็มีดราม่ากัน (เรายังเขียนตัวเต็มไม่เสร็จเลย) เรื่องใหม่มาก่อนแล้ว แถมยังมีเรื่องที่ทางการไทยจะเข้าไป สํารวจพื้นที่คาสิโนวันนี้อีกด้วย

    เรื่องเริ่มที่สัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานเรื่องสินค้าของคนกัมพูชาเพื่อคนกัมพูชา ที่เป็นแคมเปญต่อต้านสินค้าไทย เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สรุป แนวโน้มในกัมพูชามีการกลับมาซื้อและใช้สินค้าไทยเพิ่มขึ้น ....

    โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า สินค้าของกัมพูชาหลายตัว กําลังการผลิตยังไม่เพียงพอประชาชนช่วยกันอุดหนุน กลับผลิตออกมาวางตลาดไม่ทัน ความต้องการ เลือกสินค้าจากไทยแทน

    รวมไปถึงกรณีที่อ้างว่าเป็นสินค้าคุณภาพ แต่รสชาติหรือคุณภาพยังห่างจากสินค้าจากไทย ส่งผลให้คนที่ลองซื้อไปแล้วเห็นว่ายังไม่ได้ตัดสินใจกลับมาซื้อสินค้าจากไทย

    โดยในปัจจุบันสินค้าจากไทยยังสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า อิออน และอีกหลายพื้นที่ เนื่องจากไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นการขอความร่วมมือ

    วันสองวันก่อน ก็มีกระแสเพลงของลิซ่าที่ ขึ้นอันดับหนึ่งหลายชาร์จในกัมพูชา... ซึ่งลิซ่าเป็นคนไทย แถมในเนื้อเพลงยังมีภาษาไทย สวัสดีค่ะ

    แล้วปรอทก็มาแตกตรง ตอนเดินทางกลับ เมื่อท่านผู้นํา หันไปเห็นป้ายโฆษณาระหว่างขึ้นทางด่วน เป็นภาพศิลปินเกาหลี เมื่อสอบถามดูจึงทราบว่าไปโฆษณาดังกล่าวเป็นการระดมทุนกันของแฟนคลับในกัมพูชาเอง ซึ่งทําขึ้นเพื่อขอบคุณศิลปินเกาหลี ออกมาทํากิจกรรมโปรโมตนอกประเทศครบรอบหนึ่งปี

    สิ่งที่ทําให้ปรอทแตกก็คือ ศิลปินเกาหลีจริงค่ะ แต่เป็นคนไทย คุณเจมส์ (James) หรือ จีรภัทร พิมานพรหม สมาชิกวงบอยแบนด์เกาหลีใต้ CORTIS จากค่าย Big Hit Music

    พอท่านผู้นํารู้ว่าวัยรุ่นในประเทศลงขันกันเป็นเงินจํานวนมากเพื่อขึ้นป้ายขอบคุณคนไทย แหล่งข่าวบอกว่าท่านโกรธมาก และเรียกหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาคุย เพราะนโยบายที่ให้ไปเริ่มหละหลวม ในวันนี้จึงมีหลายสำนักข่าวออกมาทำคลิปรักชาติทวงบุญคุณ
    หลายคลิปในกัมพูชาค่ะ

    https://www.facebook.com/share/p/1RUyEsyQwr/
     

แชร์หน้านี้

Loading...