เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 30 สิงหาคม 2026 at 17:03.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,997
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +27,000
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,997
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +27,000
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ทางวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ โดย "มหาตี้" (พระมหาวสุพล อภิปุญฺโญ ป.ธ. ๔) และคณะศิษย์ ได้นำเอาภัตตาหารมาถวายแต่เช้า

    ครั้นฉันแล้ว เก็บข้าวของขึ้นรถทุกอย่างเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็ต้องแต่งตัวเตรียมพร้อม เพื่อที่จะรอเดินทางไปยังบริเวณมณฑลพิธีของวันนี้ ซึ่งตอนแรกตกลงกันว่า เวลา ๐๗.๒๐ น. จะมีรถแบตเตอรี่มารับ แต่ว่าเพิ่งจะ ๐๗.๐๒ น. เท่านั้น เสียงโฆษกก็ประกาศว่า "ตุ๊พ่อสิงห์" (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ ลงไปยังบริเวณพิธีแล้ว

    กระผม/อาตมภาพจึงต้องขึ้นรถแบตเตอรี่ โดยมี "พระครูปลัดฟลุก" (พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที) เจ้าอาวาสวัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขึ้นรถไปด้วย ไปถึงบริเวณหน้างาน ก็เห็น "ตุ๊พ่อสิงห์" และ "หลวงพ่อบุญส่ง" (พระครูพิศาลสันติคุณ) เจ้าอาวาสวัดเขาแร่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ จังหวัดสุโขทัย มานั่งอยู่แล้ว

    พอกราบท่านเรียบร้อย บรรดาพระเถระรุ่นน้องต่าง ๆ ก็แห่กันมากราบกรานเป็นการใหญ่ เท่าที่เห็นก็มี

    "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร

    "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" (พระครูสมุห์เจษฎา โชติปญฺโญ) ประธานที่พักสงฆ์ลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ จังหวัดนครราชสีมา

    "ครูบาวิฑูรย์ ชินวโร" ประธานที่พักสงฆ์ปรียนันท์ธรรมสถาน จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น

    นั่งอยู่พักหนึ่ง บรรดาพี่ ๆ ก็ทยอยกันมา ประกอบด้วย "ท่านเจ้าคุณหลวงตาวัชรชัย" (พระราชภาวนาพัชรญาณ วิ.) เจ้าอาวาสวัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี

    "หลวงพ่อโอ" (พระครูสมุห์พิชิต ฐิตวีโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจันทาราม (ท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,997
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +27,000
    กราบกรานกันแล้ว กระผม/อาตมภาพก็นั่งถกหัวข้อธรรมกับ "ท่านเจ้าคุณหลวงตา" เนื่องเพราะว่าฤกษ์บวงสรวงอยู่ที่ ๐๗.๔๐ น. บางสิ่งบางอย่างที่พูดคุยกับ "ท่านเจ้าคุณหลวงตา" นั้น ไม่สามารถที่จะบอกกล่าวเป็นสาธารณะได้ แต่ก็ยังคงตอกย้ำในจุดที่ว่า "บุคคลอยู่ในยุทธจักร ไม่เป็นตัวของตัวเอง"

    บรรดาลูกศิษย์ตัวดีนั่นแหละ ที่มักจะปั่นหัวให้ครูบาอาจารย์ของตนเองออกไป "ไฟต์" กัน ถ้าหากว่าใครบ้า สติไม่ดีพอ ก็มีโอกาสที่จะสูญเสียความสามัคคี ตลอดจนกระทั่งกำลังใจของตนเองได้ เป็นเรื่องที่ "ใครวางก่อนก็สบายก่อน..!"

    "ท่านเจ้าคุณหลวงตา" ยังบอกว่า "ก็เห็นมีแต่เล็กนี่แหละที่สม่ำเสมอตั้งแต่ต้นยันปลาย ผมเองถึงเวลาหลวงพี่สุรจิตรท่านถามว่า "ดูศีลตัวเองบ้างหรือเปล่า ?" ได้ยินแล้วยังสะดุ้งแปดตลบ..!"

    กระผม/อาตมภาพเรียนถวายไปว่า "สำหรับหลวงพี่สุรจิตร (พระครูสังฆรักษ์สุรจิตร สุรจิตฺโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจันทาราม (ท่าซุง) นั้น กระผม/อาตมภาพไม่ห่วงท่านมานานแล้ว เนื่องเพราะว่าเคยไปเรียนถามเรื่องกำลังใจของท่านแล้ว เป็นห่วงแต่เจ้าคุณหลวงตานี่แหละ..!"

    ท่านเองก็ขอบอกขอบใจ แล้วก็บอกว่า "สายของเรานั้นจะว่าไปแล้ว ไม่สามารถจะทิ้งสายเหนือได้ เพราะว่าภาคเหนือเป็นจุดกำเนิดต้นตระกูลของพวกเราเลย" กระผม/อาตมภาพก็ได้เรียนถวายไปว่า "ผมเองก็ไม่คิดว่าตนเองจะต้องมาพัวพันกับบรรดา "ครูบาสายเหนือ" มากขนาดนี้..!"

    พูดยังไม่ทันจะจบคำ "ครูบาเหนือชัย โฆสิโต" พระขี่ม้าบิณฑบาต เจ้าของฉายา "นักบุญแห่งขุนเขา" เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำป่าอาชาทอง จังหวัดเชียงราย ก็ให้ลูกศิษย์ประคับประคอง ค่อย ๆ ย่าง ค่อย ๆ เดินเข้ามา "แม่อี๊ด" ที่เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดครูบา บอกว่า "หมอให้ลดยามา ๒ เดือนแล้ว ครูบาพอไม่ได้ฉันยาแล้ว อาการดีขึ้นมาก..!"

    กระผม/อาตมภาพก็ยังคิดว่า "ทำไมพวกเราเฮงซวยพอกันขนาดนี้ มีหมอมียาดูแล ทำท่าจะตายแหล่ไม่ตายแหล่ ตัดสินใจเลิกรักษา อยู่ก็ได้ตายก็ดี กลับทำท่าดีมากกว่าจะตายเสียอีก..!"

    เมื่อประคอง "ครูบาเหนือชัย" เข้าที่แล้ว ก็ยังได้เรียนถวาย "ท่านเจ้าคุณหลวงตา" ว่า "บรรดารุ่นน้องต่าง ๆ ที่เป็นครูบาสายเหนือนั้น ตอนนี้ที่อยู่ทางเหนือจริง ๆ ก็เหลืออยู่แค่ "ครูบาเหนือชัย" "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

    ส่วน "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" ก็ไปอยู่จังหวัดนครราชสีมา "ครูบาวิฑูรย์" ผมก็ให้ท่านไปดูแลสำนักสงฆ์สงฆ์ปรียนันท์ธรรมสถาน ที่นครสวรรค์" ท่านเองก็บอกว่า "ให้พยายามผูกความสัมพันธ์สามัคคีกันไว้อย่างนี้แหละ เพราะว่าสายเรากับสายเหนือนั้น ความจริงแล้วก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาตลอด"
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,997
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +27,000
    ครั้นได้เวลา กระผม/อาตมภาพก็กราบขอบรรดาพระเถระต่าง ๆ ว่า "ขออนุญาตทำงานครับ" เนื่องเพราะว่าแต่ละท่านล้วนแล้วแต่ชำรุดทรุดโทรม ไม่ว่าจะ "หลวงพ่อโอ" "หลวงพ่อบุญส่ง" หรือว่า "ตุ๊พ่อสิงห์" ไปไหนก็ต้องมีคนประคองซ้ายประคองขวา ไม่ต้องพูดไปถึง "ครูบาเหนือชัย" ที่ท่านเป็นรุ่นน้อง อายุก็น้อยกว่า พรรษาก็น้อยกว่า แต่ต้องมารักษาตัว จนกระทั่งให้คนลากเดินไปทีละก้าว..!

    ไอ้ที่ไม่พิการจากสนามรบอย่างกระผม/อาตมภาพ ก็เลยต้องใจกล้าหน้าด้าน มาเป็นประธานอยู่ในงาน ทำพิธีบวงสรวงบอกกล่าวขอบารมีพระท่านสงเคราะห์ ให้งานของวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่เป็นไปด้วยความสะดวกเรียบร้อยทุกประการ

    แล้วขณะเดียวกัน ก็กราบขอบารมีพระและครูบาอาจารย์ช่วยปลุกเสกวัตถุมงคลทุกอย่างในพิธี ให้มีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ พรหมานุภาพ เทวานุภาพ ตลอดจนกระทั่งอานุภาพแห่งครูบาอาจารย์อย่างเต็มเปี่ยม เหมือนกับสมัยที่ทุกพระองค์และท่านทั้งหลายเคยอนุเคราะห์สงเคราะห์ต่อ "หลวงพ่อฤๅษีฯ" วัดท่าซุงด้วย

    จากนั้นก็ประคับประคอง "ตุ๊พ่อสิงห์" และบอกให้บรรดาคณะศิษย์ประคับประคอง "หลวงพ่อโอ" ตลอดจนกระทั่ง "หลวงพ่อบุญส่ง" และ "ครูบาเหนือชัย" เข้าไปสู่ศาลาการเปรียญมณฑลพิธีด้านใน เมื่อส่ง "ตุ๊พ่อสิงห์" ขึ้นสู่อาสนะเตรียมปลุกเสกแล้ว กระผม/อาตมภาพก็แวบไปเข้าห้องน้ำเสียก่อน เนื่องเพราะรู้ดีว่ากว่าที่คนอื่นจะลากสังขารมาถึง อย่างไรเสียกระผม/อาตมภาพก็กลับก่อนแน่นอน

    เมื่อมาถึงที่นั่งของตนเองแล้ว ก็ได้เรียน "ท่านเจ้าคุณหลวงตา" ที่นั่งใกล้กันว่า "รู้จักครูบาสนิท วัดห้วยบงไหมครับ ?" กระผม/อาตมภาพเห็นท่านเจ้าคุณหลวงตาทำหน้างง ๆ จึงได้ยกนิ้วโป้งขึ้นบอกว่า "กำลังใจท่านอย่างนี้เลย เดี๋ยวอีกสักครู่ ท่านจะมานั่งข้าง ๆ ตรงนี้"

    พูดยังไม่ทันขาดคำ "ครูบาสนิท" ท่านก็มาถึง กระผม/อาตมภาพจึงได้เข้าไปกราบ เรียนท่านว่า "ไม่ได้จัดงานวัดตัวเองมา ๖ ปีแล้ว เพราะว่าติดเป็นกรรมการตรวจยกหมู่บ้านศีล ๕ ต้นแบบ" ท่านเองก็ยิ้ม ๆ บอกว่า "ไม่เป็นไร"

    เมื่อประคองท่านไปขึ้นที่นั่ง ซึ่งเขาติดไว้ว่า "พระครูวิบูลภาวนานุศาสก์" กราบกรานเสร็จสรรพเรียบร้อย
    แล้ว ก็เข้าที่นั่ง ส่งกำลังใจไปกราบพระ อธิษฐานขอให้ท่านช่วยอนุเคราะห์สงเคราะห์ ในการปลุกเสกวัตถุมงคลทุกอย่างในพิธี บรรดาพระน้อง ๆ จากวัดท่าซุง ก็ช่วยเจริญบทสรรเสริญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นจำนวน ๖ จบ ตามกำลังวัน
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,997
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +27,000
    ครั้นเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ทำน้ำมนต์พรมรอบบริเวณพิธี แล้วก็ไปนั่งเป็นเนื้อนาบุญ รับการทำบุญจากญาติโยม ซึ่งปีนี้มากันมากเป็นพิเศษ เนื่องเพราะว่าแม้แต่ "ท่านอาจารย์บ๊ะ" (พระอาจารย์ศิริชัย ชยธมฺโม) วัดโพธิลังการ์ จังหวัดสิงห์บุรี ก็โดนขุดกรุมาด้วย ทำให้บรรดาลูกศิษย์ติดตามครูบาอาจารย์มาเป็นจำนวนมาก

    แต่ว่าบรรดาศิษย์แต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่เคารพพระรัตนตรัยจนเกินไป พอถึงเวลาก็มาหมอบ ๆ คลาน ๆ ทำให้การทำบุญล่าช้า กระผม/อาตมภาพต้องประกาศบอกว่า "ให้ลุกขึ้นทำบุญ เดินไปโดยไม่ต้องหยุด ถ้าวิ่งได้ก็ยิ่งดี..!"

    เมื่อพูดคุยบอกกล่าวเรื่องต่าง ๆ แก่ญาติโยมกันแล้ว
    กระผม/อาตมภาพก็ถวายไมค์ให้แก่ "ท่านเจ้าคุณหลวงตา" ให้ท่านได้สนทนากับญาติโยมบ้าง ท่านบอกว่า "ผมเองตอนนี้เป็นหวัด สุ้มเสียงไม่ค่อยดี ขอถวายไมค์คืนมาก็แล้วกัน" ทำเอากระผม/อาตมภาพยกแก้วน้ำค้างอยู่ ยังไม่ทันจะเข้าปากเลย ไมค์ก็กลับมาอยู่ที่เดิมเสียแล้ว..! ญาติโยมทั้งหลายก็หัวเราะเฮฮาเป็นการใหญ่

    ช่วงต่อไปก็เป็น "ช่างฟ้อน" ต่าง ๆ มาช่วยรำฟ้อนเรียกขวัญ ในลักษณะของการฟ้อนบายศรีสู่ขวัญ ต้องบอกว่าทางภาคเหนือของเรานั้น เรื่องของช่างฟ้อนต่าง ๆ มีเอกลักษณ์และความงดงาม ที่แตกต่างจากภาคกลางอย่างมาก เมื่อเสร็จจากการฟ้อน กระผม/อาตมภาพต้องเป็นผู้มอบรางวัลให้กับทุกคนตามเคย แล้วก็ได้นิมนต์ "ตุ๊พ่อสิงห์" เข้าสู่ซุ้มสืบชะตา จัดการพันสายสิญจน์รอบศีรษะถวายท่าน แล้วก็เป็นประธานในการไปจุดธูปเทียนบูชาพระ

    โดยที่ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพรัตนนายก" (จำรัส ทตฺตสิริ ป.ธ. ๗) เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญไชย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน เมตตามาเป็นประธานในการเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวงในวันนี้ เจอหน้าท่านก็ทักทายว่า "เอ้า..มาถึงตั้งแต่เมื่อไร ?" จึงได้กราบเรียนท่านว่า "มาถึงตั้งแต่เมื่อคืนครับ ของหลวงพ่อตรวจศีล ๕ ไปถึงไหนแล้ว ? "
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,997
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +27,000
    ท่านตอบว่า "ของผมเหลืออีก ๓ จังหวัดเท่านั้น" กระผม/อาตมภาพเรียนถวายท่านไปว่า "ของผมเหลืออีก ๔ ภาคเท่านั้น..!" ทำเอาท่านหัวเราะ เนื่องเพราะว่า ๔ ภาคนั้นเป็นจำนวน ๑๐ กว่าจังหวัด..!

    หลวงพ่อเจ้าคุณจำรัสท่านบอกว่า ของท่านส่วนใหญ่แล้วได้ทำหน้าที่ก่อน เนื่องเพราะว่าเตรียมความพร้อมอยู่ในทุกที่ โดยเฉพาะพยายามเข้าไปในสถานที่ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ เนื่องเพราะว่าถ้าทำในลักษณะนั้น ก็จะทำให้วัดต่าง ๆ มีความตื่นตัวว่า วัดที่ "อยู่ไกลปืนเที่ยง" ยังได้รับการยกขึ้นเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ วัดในเมืองที่กลัวจะขายหน้าวัดบ้านนอก ก็ต้องเร่งรัดตัวเองเป็นการใหญ่..!

    กระผม/อาตมภาพกราบท่านแล้ว ยกหัวแม่มือให้ ๒ ข้าง บอกว่า "สุดยอดนโยบายเลยครับ นิมนต์ครูบาพ่อเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ด้วย เกล้าฯ ขออนุญาตไปจุดธูปเทียนก่อน"

    จากนั้นก็รับหน้าที่จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเทียนค่าคิง เทียนวิปัสสี เทียนขันแก้ว ๕ โกฐาก เทียนสัตตบริภัณฑ์ต่าง ๆ ตลอดจนกระทั่งเทียนสืบชะตา ๑๐๘ พูดง่าย ๆ ว่ามีกี่ดวง ต้องเหมาจุดไปทั้งหมด..! แล้วก็เข้าที่ภาวนา

    จนกระทั่งพระท่านบอกว่า "เต็มแล้ว" จึงจัดการทำสายสิญจน์หรือ "ฝ้ายผูกขวัญ" ตามภาษาเหนือ ผูกถวายให้กับ "ตุ๊พ่อสิงห์" กราบเรียนท่านว่า "กระผมขออนุญาตลาเลยนะครับ เพราะว่าต้องรีบเดินทางกลับ" "ตุ๊พ่อสิงห์" ท่านได้ทำการถวายปัจจัยไทยธรรมแก่พระเถระต่าง ๆ ขณะที่กระผม/อาตมภาพก็ขออนุญาตตัดหน้าท่านไปกราบลาพระเถระแต่ละรูปแต่ละท่าน

    มาถึง "หลวงพี่โอ" ของกระผม/อาตมภาพ ท่านก็ยังเหมือนเดิม ก็คือแจกมะเหงกให้ ๑ โป๊ก..! ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นที่รู้กันมาตั้งแต่สมัยยังอยู่วัดท่าซุง ประมาณว่าทำหน้าที่ได้ถูกใจเมื่อไร ก็ได้มะเหงกเป็นรางวัลเมื่อนั้น คนอื่นที่ไม่รู้ก็คงจะคิดว่า "พี่น้องคู่นี้เล่นอะไรกันอยู่ ?"

    จากนั้นก็เดินทางเล่นโค้งลี้-เถิน ซึ่งกระผม/อาตมภาพเคยตั้งข้อสงสัยเอาไว้ว่า "คนทำทางน่าปล่อยงูเลื้อยนำหน้าแล้วค่อยตัดถนนตามไปหรืออย่างไร ถึงได้คดเคี้ยวกันขนาดนี้ ?"

    ข้ามเขามาทางด้านฝั่งอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง แวะเข้าร้านอาหาร สั่งผัดกะเพราะไข่ดาวมาฉันเพล จากนั้นก็เดินทางฝ่าฝนกลับ ซึ่งกว่าจะถึงที่พักคืนนี้ก็น่าจะไม่หนี ๒ ทุ่ม เนื่องเพราะว่าฝนฟ้าตกแบบไม่เกรงใจเลย..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...