เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 31 กรกฎาคม 2026 at 19:16.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,770
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +26,976
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2026 at 19:46
  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,770
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +26,976
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ปีนี้แม้ว่าเข้าพรรษาจะมาช้า แต่ว่างานคณะสงฆ์ทุกอย่างก็ต้องส่งตามเวลา โดยเฉพาะเมื่อมาตรงกับสิ้นเดือนด้วย นอกจากรายงานต่าง ๆ ที่ต้องส่งทุกครั้งที่เข้าพรรษาแล้ว ก็ยังต้องมีบัญชีรายรับ - รายจ่ายประจำเดือนอีกต่างหาก

    สำหรับคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมินั้น วันนี้มีการประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสและเลขานุการ ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ ที่วัดปรังกาสี หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในการประชุมนั้น มีวาระต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนที่สำคัญก็คือการติดตามงานต่าง ๆ โดยกลุ่มเลขานุการ ซึ่งถ้าว่าไปแล้ว เจ้าอาวาสของเราต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว

    หลวงพ่อพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิได้กล่าวชื่นชมพระครูวิลาศกาญจนธรรม เจ้าอาวาสวัดท่าขนุนว่า เป็นบุคคลที่ส่งรายงานและบัญชีต่าง ๆ ก่อนเวลาเสมอ เนื่องจากกระผม/อาตมภาพนั้นไม่ชอบให้มีงานอะไรที่คั่งค้างอยู่ จึงใช้วิธีทำงานทุกอย่างให้เสร็จในแต่ละวัน โดยเฉพาะช่วงหลังทำวัตรค่ำแล้ว เมื่อลงบัญชีโดยเฉพาะรายรับ - รายจ่าย ประจำวันจนเรียบร้อยถึงจะเข้านอน

    ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่มีงานคั่งค้าง สมมติว่าเป็นบัญชีรับ - จ่าย ก็เพียงแต่รอยอดรวมในการบริจาคออนไลน์ ซึ่งจะตัดยอดภายในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ ๓๑ นี้ เมื่อลงบัญชีเป็นบรรทัดสุดท้ายก็สามารถที่จะส่งได้เลย

    แต่ว่าคณะสงฆ์นั้น ส่วนใหญ่แล้วเจ้าอาวาสท่านก็มักจะนิ่งดูดาย กลายเป็นว่าบางทีทั้งเดือนมารอลงในวันเดียว ซึ่งทำให้บางครั้งก็มีความผิดพลาด เพราะว่าหลายรายการท่านก็ไม่ได้บันทึกเอาไว้ เมื่อมานึกหาก็กลายเป็นว่าหลงลืมบ้าง ลงไม่ครบถ้วนบ้าง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,770
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +26,976
    เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่บรรดาเจ้าอาวาสท่านต้องมีจิตสำนึก หลวงพ่อพระครูสุวิมลกาญจนวัฒน์ รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ เจ้าอาวาสวัดพุทโธภาวนา (พุเย) ท่านกล่าวว่า "ไม่มีใครหรอกที่บวชแล้วคิดว่าเราบวชมาเพื่อเป็นเจ้าอาวาส แต่ในเมื่อวันร้ายคืนร้าย ตำแหน่งตกมาถึง เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ไม่เช่นนั้นแล้ว ผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปก็ทำอะไรต่อไม่ได้..!"

    อย่างเช่นว่าเมื่อเจ้าอาวาสส่งรายงานขึ้นมาทางตำบล เจ้าคณะตำบลตรวจสอบแล้วก็ทำหนังสือนำ ส่งรายงานต่อให้กับทางเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะอำเภอตรวจสอบแล้วทำหนังสือนำ รายงานต่อเจ้าคณะจังหวัด และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เหล่านี้เป็นต้น

    ดังนั้น..ถ้าเจ้าอาวาส "เข้าเกียร์ว่าง" ทุกอย่างก็สะดุดหมด ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ แล้วท่านจะมาอ้างว่าไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าอาวาสก็เป็นไปไม่ได้อีก เนื่องเพราะว่าการเป็นเจ้าอาวาสนั้น แม้ว่าอยู่ภายใต้อำนาจของคณะสงฆ์ก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องให้ชาวบ้านในท้องที่นั้นเป็นผู้เลือก ว่าจะเอาใครเป็นเจ้าอาวาส จึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องมาคอยติดคอยตามกันอยู่เสมอ

    กระผม/อาตมภาพยังชื่นชมกองงานเลขานุการคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ที่ท่านทั้งหลายตั้งใจทำงานด้วยการติดตามงานต่าง ๆ จากเจ้าอาวาส หลายท่านก็ใช้วิธีลงไปถึงแต่ละวัด ควบคุมดูแลให้ท่านเจ้าอาวาสทำตามที่ท่านบอก หรือไม่บางทีก็ลงไปช่วยทำให้ แล้วรอเจ้าอาวาสเซ็นชื่อและประทับตราวัดเท่านั้น..!

    ต้องบอกว่าไม่มีใครเสียสละยิ่งกว่ากองงานเลขานุการคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิอีกแล้ว เนื่องเพราะว่าทองผาภูมินั้นพื้นที่กว้างใหญ่มาก ถ้าหากว่านับวัดท่าขนุนเป็นหลัก ไปวัดสุดท้ายของตำบลชะแล ก็ห่างจากวัดท่าขนุนถึง ๘๗ กิโลเมตร หรือว่าไปวัดสุดท้ายของตำบลปิล็อก ก็ห่างจากวัดท่าขนุน ๗๐ กิโลเมตร..! แล้วการเดินทางก็ไม่ใช่ง่าย ๆ บางพื้นที่ขนาดมีรถขับเคลื่อน ๔ ล้อก็ยังต้องทั้งขุดทั้งเข็น..!

    พวกเราประชุมกันในลักษณะของการประชุมแบบพี่น้องคุยกัน ไม่มีการบังคับ นอกจากขอร้องให้ช่วยปลุกปลอบใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดี

    เนื่องเพราะว่าคณะสงฆ์ของเรานั้น ส่วนสำคัญที่สุดก็คือเจ้าอาวาส ถ้าเจ้าอาวาสตรงต่อหน้าที่ มีความเข้มแข็ง ไม่โดนครอบงำโดยกรรมการวัดหรือชาวบ้าน ก็จะทำให้วัดนั้นเจริญรุ่งเรือง และมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ

    แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีชาวบ้าน โดยเฉพาะบรรดาท่านที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น หรือเป็นผู้ปกครององค์กรส่วนท้องถิ่น ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับทางวัดอยู่เสมอ โดยเฉพาะอ้างว่าเข้ามาช่วยดูแลการเงินของวัด แต่ว่าดูแลเท่าไรเงินวัดก็หายหมด..! อ้างว่าขอยืมไปใช้ก่อนบ้าง เอาไปเก็บไว้เพื่อไม่ให้สูญหายบ้าง แต่ว่าเก็บแล้วทางวัดก็ไม่เคยได้คืนสักบาทเดียว กลายเป็นเรื่องที่ "กลืนไม่เข้า คายไม่ออก" ถ้าเจ้าอาวาสร้องเรียนขึ้นมา ก็อาจจะโดนฟ้องร้องถูกถอดถูกปลดอีกต่างหาก กลายเป็นว่าตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ต้องเอากระดูกมาแขวนคอ" เหมือนอย่างภาษิตโบราณที่ว่าเอาไว้
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,770
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +26,976
    หลังจากที่ทำพิธีปิดการประชุมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ยังต้องเดินทางลงตัวเมืองกาญจนบุรี ที่ห่างออกไป ๑๔๐ กิโลเมตร เนื่องเพราะว่าโยมแม่ของพระครูกิตติชัยกาญจน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์นั้น ได้เสียชีวิตลง และจัดงานศพที่วัดกาญจนบุรีเก่า ทั้งในฐานะที่ปรึกษาผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์ก็ดี ในฐานะบุคคลผู้คุ้นเคยกันก็ตาม ก็ต้องมาร่วมงานศพเพื่อเป็นกำลังใจให้กับท่านผู้สูญเสียมารดาไป

    แต่ในขณะเดียวกัน กระผม/อาตมภาพเองนั้น ก็เฒ่าชะแรแก่ชราลงไปทุกวัน ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีเรี่ยวมีแรงวิ่งงานทั้งหลายเหล่านี้ได้อีกสักกี่ปี โดยเฉพาะในช่วงเข้าพรรษาระยะหลัง ๆ ก็มักจะมีงานตรวจยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ ซึ่งจะประเดประดังกันเข้ามาเพื่อให้จบลงก่อนสิ้นปีงบประมาณ คือก่อนวันที่ ๓๐ กันยายนของทุกปี

    ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งานบางอย่าง เช่นการให้โอวาทแก่พระใหม่ในงานประชุมพระนวกะของคณะสงฆ์ทั้ง ๑๓ อำเภอนั้น ส่วนใหญ่ก็จะต้องทิ้งเพื่อไปเป็นกรรมการตรวจยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพนั้นเป็นกรรมการหลัก ซึ่งมีหน้าที่ให้คะแนน จากปีก่อนซึ่งได้รับการมอบหมายให้คะแนนในส่วนของงานนิทรรศการซึ่งเกี่ยวข้องกับศีล ๕ มาปีนี้ มีการทักท้วงว่า "ในหมวดของการปฏิบัติธรรมนั้นให้คะแนนยากสุด ๆ ควรที่จะให้พระครูวิลาศกาญจนธรรม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปฏิบัติธรรม กลับมาเป็นผู้ให้คะแนนเหมือนเดิม"

    กระผม/อาตมภาพเองก็ได้แต่ถอนใจ เนื่องเพราะว่าแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ถ้าหากว่าเป็นงานคนอื่นในตำแหน่งอื่น กระผม/อาตมภาพสามารถที่จะทำหน้าที่แทนเขาได้ทั้งหมด แต่พอเป็นหน้าที่ตัวเองทีไร คนอื่นทำแทนไม่ได้หรือทำแทนได้ก็ไม่ดี ทั้งชีวิตของฆราวาสและพระก็มักจะเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ..!

    จนกระทั่งบางครั้งก็ยังสงสัยว่า "ตกลงว่าคนอื่นเขาด้อยสมรรถภาพหรือว่าเราเก่งเกินไปกันแน่ ?" แต่เรื่องพวกนี้ก็ได้แต่คิดอยู่ในใจเท่านั้น เนื่องเพราะว่าหน้าที่อะไรถ้าได้รับมอบหมายมา ก็ต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวไปเสียแล้ว ทุกวันนี้ทางคณะสงฆ์ก็มักจะชื่นชมอยู่เสมอว่า ถ้าเป็นงานในรับผิดชอบพระครูวิลาศกาญจนธรรม ท่านจะไปร่วมงานก่อนเวลา และผลงานที่ออกมาก็จะดีงามยอดเยี่ยมอยู่เสมอ..!

    ความจริงก็เกิดจากการอบรมของครูบาอาจารย์นั่นเอง เพราะว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ท่านบอกตั้งแต่วันแรก ๆ ที่บวชว่า เมื่อมาบวชที่วัดท่าซุงแล้ว "คำว่าไม่สามารถอย่าพูดให้ข้าได้ยิน..!" ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องสามารถในทุกเรื่อง แต่กลายเป็นว่าในเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ที่อื่นเขากลับไม่ค่อยสามารถกัน..!

    ในเมื่อครูบาอาจารย์ท่านอบรมมาแล้วเราประพฤติปฏิบัติตาม กลายเป็นว่ามีความสามารถหรือว่าสมรรถภาพในการทำงานสูงกว่าคนอื่นเขา จนกระทั่งทุกวันนี้กลายเป็นผู้นำในด้านของหน้าที่การงานอยู่ตลอด เป็นบุคคลที่เขาต้องยกตัวอย่างให้คนอื่นฟังอยู่ตเสมอ แม้กระทั่งตนเองยังคิดว่า "ถ้าเราเป็นคนอื่นจะหมั่นไส้ตัวเองบ้างหรือเปล่า ?" แต่ก็เป็นเพียงคำถามเท่านั้น เพราะว่าถ้าได้รับมอบหมายหน้าที่มา ก็ยังคงจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอยู่เสมอ

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้


    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...