เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 22 กรกฎาคม 2026 at 20:07.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,184
    ค่าพลัง:
    +26,973
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,184
    ค่าพลัง:
    +26,973
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Jove Mountain Hotel เมืองชิกัตเซ อยู่ที่ ๑๐ องศาเซลเซียส ห้องอาหารเปิดเวลา ๗ โมงตรง และอุดมสมบูรณ์มาก เมื่อพวกเรารับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเก็บข้าวของลงกระเป๋า ทำการคืนห้อง จากนั้นก็ขึ้นรถบัสของเรา วิ่งไปยังวัดชื่อประหลาด ก็คือ "วัด Ngor Ewam Choden Monastery" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า"วัด Ngor" ก็ได้

    จากทางหลัก เราวิ่งไปจนกระทั่งเป็นทางรอง ซึ่งคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปตามหมู่บ้านและไร่นาของชาวบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ ๘ โมงครึ่ง พวกเราก็มาถึงบริเวณวัด ซึ่งพวกเราจะต้องไปทางวิทยาลัยสงฆ์วัด Ngor นี้ก่อน เนื่องเพราะว่าวัดนี้นั้นเป็นวัดพิเศษ ก็คือสังกัดอยู่ในนิกายศากยปะของทางทิเบตก็จริง แต่ว่าโดดเด่นจนกระทั่งแทบจะเป็นนิกายย่อยอยู่แล้ว จึงทำให้มีพระนักศึกษามาร่ำเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก

    "นาย Keldor" มัคคุเทศก์ท้องถิ่นของเรา ทำการบรรยายสรุปเนื้อหาต่าง ๆ ให้พวกเราฟังที่บริเวณหน้าอาคารเรียน เมื่อจบแล้วก็ขอร้องว่า พวกเราสามารถเข้าไปดูการเรียนการสอนของเขาได้ แต่ว่าอย่าเสียงดัง และอย่าเพิ่งทำบุญ เพราะว่าพระทั้งหมด เดี๋ยวก็จะต้องไปทำวัตรเช้าร่วมกัน แล้วเราไปทำบุญกันตรงนั้น กระผม/อาตมภาพทำตามคำแนะนำแต่โดยดี

    ครั้นถ่ายรูปทุกซอกทุกมุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กลับออกมาทางเดิม จนถึงบริเวณลานจอดรถ แล้วต้องเดินขึ้นบันได ซึ่งอาการของความสูง ๓,๙๐๐ เมตร ทำให้หลายคนรู้สึกเมื่อยล้าจนแทบไม่อยากจะเดิน ถ้าหากว่าเดินที่ราบอย่างเดียวก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าเราเดินขึ้นบันไดซึ่งต้องใช้แรงกล้ามเนื้อมาก มีการผลาญออกซิเจนไปมาก แล้วอากาศเบาบาง หายใจเข้าไปทดแทนไม่ทัน จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยขบเป็นอย่างยิ่ง พวกเราไปจนกระทั่งถึงวิหารหลักทางด้านบน เข้าไปถวายผ้าขะตะสักการะท่านเจ้าอาวาสผู้สร้างวัดแห่งนี้ ซึ่งก็คือ "ท่าน Ngorchen Kunga Zangpo" แล้วพวกเราก็ทำการหยอดเงินทำบุญใส่ทุกตู้ที่เขามีอยู่

    เมื่อเห็นว่ามีผางประทีปซึ่งเป็นเนยจามรี อยู่ในถ้วยค่อนข้างใหญ่หลายใบ สอบถามราคาดูแล้ว ปรากฏว่าใบละ ๕ หยวนเท่านั้น กระผม/อาตมภาพมัวแต่ล้วงเงินอยู่เพราะว่ายัดพาวเวอร์แบงค์เข้าไปอยู่ในกระเป๋าอังสะด้วย จึงล้วงยาก พอดี "หมอพีก" (ทันตแพทย์อาทิตย์ ธำรงเลิศสกุล) จัดการควักกระเป๋าซื้อมา ๒ ดวง ถวายให้กระผม/อาตมภาพเสียก่อน

    ดังนั้น..จึงได้จุดกับผางประทีปที่เขามีอยู่ แล้วนำไปถวายบูชาที่องค์พระเจดีย์ ๑ ดวง และที่องค์พระประธาน ๑ ดวง เมื่อพวกเราในคณะเห็นว่าสามารถตามประทีปถวายเป็นพุทธบูชาได้ จึงเลือกซื้อกันเป็นการใหญ่..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,184
    ค่าพลัง:
    +26,973
    เมื่อทำการถวายบูชาจนเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมาทางด้านนอก แวะเข้าไปที่ห้องข้างวิหาร เข้าไปถึงแล้วรู้สึกว่ามืดทึบมาก ในนี้มีท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเขาเรียกกันว่า "ปางมหาเศรษฐีชัมภล" นั่งเด่นเป็นประธานอยู่ ทางด้านขวามือเมื่อเข้าประตูมานั้นก็คือองค์ธรรมบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอสุรกายมีฤทธิ์ โดนท่านคุรุป้ทมสัมภวะปราบแล้ว ก็นำมาเป็นธรรมบาลรักษาพระพุทธศาสนา

    แต่ด้วยความที่เป็นอสุรกายจะทำให้คนเห็นหน้าแล้วตกใจ ดังนั้น..รูปปั้นรูปหล่อทุกรูป จึงต้องมีผ้าคลุมหน้าเหมือนกับหน้ากากด้วย เมื่อทำบุญตรงจุดนี้แล้ว พวกเราก็ปีนบันไดชันดิ่งขึ้นไปชั้นที่ ๒ แวะเข้าไปสักการะและทำบุญตามห้องต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมาย กระผม/อาตมภาพเข้าไปถวายประทีปเป็นพุทธบูชา โดยมี "หมอพีก" เป็นนายทุนให้ตามเคย

    ครั้นวนทำบุญจนกระทั่งครบทุกห้องแล้ว ก็เห็นพวกเรามี "สาวโจ" (นางสาวธีร์วรา สุวรรณศักดิ์) ตะเกียกตะกายขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย สวนทางกับกระผม/อาตมภาพ "ทิดเฟิร์ส" (นายบัณฑิต เอี่ยมตระกูล) และ "ดร.ดอย" (ดร.ภาณุพงศ์ วังประภา) ที่กำลังเดินลงไปด้วยความระมัดระวัง เพราะว่าบันไดขั้นเล็กและสูงชันมาก เข้าไปรอไม่กี่นาที ก็มีเสียงตีระฆังสัญญาณทำวัตร แล้วบรรดาพระภิกษุทั้งหลายก็เดินตามกันเข้ามา

    ในช่วงทำวัตรนี้ แต่ละท่านจะมีจีวรในลักษณะเสื้อคลุมมาด้วย เหมือนอย่างกับที่พวกเราห่มดองพาดสังฆาฏิประมาณนั้น พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นชุดออกงาน เจ้าหน้าที่ท่านมาจัดให้กระผม/อาตมภาพ และญาติโยมทุกท่าน นั่งรออยู่ทางด้านหลังพิงผนังหอสวดมนต์ แล้วก็บอกว่าถ้าเขาถวายชานมเมื่อไร ก็แปลว่าพวกเราเริ่มทำบุญได้

    ญาติโยมทั้งหลาย โดยเฉพาะ "ทิดเฟิร์ส" และ "หม่าม้า" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ส่งธนบัตรใบละ ๑ หยวนมาให้คนละปึก ของ "หม่าม้า" นั้นมีใบละ ๕ หยวนติดมาด้วย เมื่อคนอื่นเห็นดังนั้น ก็เลยผลักภาระทั้งหมดให้กับพระ โดยที่ยัดเยียดธนบัตรมาทุกคน

    กระผม/อาตมภาพประมาณด้วยสายตาว่าพระนับ ๑๐๐ รูปนี้ ถวายรูปละ ๔ หรือ ๕ หยวนก็ยังไหว โดยมี "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) และ "ไอ้อ้วน" (นางสาวดวงฤทัย ตั้งวรกุลกิจ) สองคนช่วยกันจัดระเบียบธนบัตร มีการคัดของเก่าออกมาเพื่อใช้ก่อนเสียด้วย..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,184
    ค่าพลัง:
    +26,973
    เมื่อเจ้าหน้าที่วัดมาเสิร์ฟชานม กระผม/อาตมภาพฉันหมดถ้วยก็บอกว่าพอแล้ว มี "หม่าม้า" ที่ยอมดื่มอยู่คนเดียว นอกนั้นทุกคนสละสิทธิ์ นั่งมองตาปริบ ๆ กระผม/อาตมภาพที่เจอชานมทุกวันยังคิดว่า ถ้าพ้นจากอากาศหนาวนี้ลงไปบ้านเราที่อากาศร้อนเมื่อไร ความร้อนที่สะสมเอาไว้จากชานมคงจะไปปะทุ จนกระทั่งกลายเป็นหนุ่มมีสิวอย่างแน่นอน..!

    ครั้นเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินนำหน้า มี "ทิดเฟิร์ส" เดินตามไปช่วยถือเงิน เนื่องเพราะว่ามาเป็นมัด ๆ เลยทีเดียว "ดร.ดอย" เดินตามถ่ายวิดีโอ "น้องเล็ก" เดินตามถ่ายภาพนิ่ง

    กระผม/อาตมภาพถวายปัจจัยรูปละ ๔ หยวน เพื่อป้องกันไม่ให้ท้าย ๆ ได้ไม่ครบ แต่ปรากฏว่าตอนนับ บางท่านอาจจะบุญดี ก็เลยมีติดไป ๕ หยวนบ้าง ๖ หยวนบ้าง จนกระทั่งมาถึงพระเถระเจ้าอาวาส จึงได้ถวายเงินทั้งปึกที่เหลือลงไปให้ท่านทั้งหมด แล้วก็ยกมือไหว้บอกลา เดินออกมาทางด้านนอก ปรากฏว่า "นาย Keldor" รักษาสิทธิ์ให้กับพระวัดนี้ วิ่งมาบอกว่ายังมีพระเวรซึ่งทำหน้าที่หุงข้าววันนี้อยู่ ๗ รูป กระผม/อาตมภาพจึงควักเงินส่งไปให้ ๓๕ หยวน บอกว่าให้ถวายท่านรูปละ ๕ หยวน..!

    จากนั้นพวกเราก็เดินไปเข้าห้องน้ำ ครั้นออกมาแล้ว มีพระเถระท่านมาเรียกพวกเราขึ้นไปรับผ้าขะตะ ซึ่งถือว่าเป็นการต้อนรับด้วยความยินดีจากเจ้าของที่ กระผม/อาตมภาพมองหน้า "ทิดเฟิร์ส" และ "ดร.ดอย" ประมาณว่า "ทำไมเราถึงได้ใช้ผ้าขะตะไม่รู้จักหมดเสียที ?" ทำเอา "ทิดเฟิร์ส" บอกว่า "วันนี้หลวงพ่องดภาวนาพระคาถาเงินล้านก็แล้วกัน..!" กระผม/อาตมภาพเกือบจะง้างเท้าใส่ไปแล้ว อะไรที่ทำจนเป็นประจำ ดันมาแนะนำแบบนี้ได้..!

    เมื่อพวกเรามากันครบครัน และได้ผ้าขะตะทั่วหน้าแล้ว ก็กลับขึ้นรถให้พลขับเตมีย์ใบ้ของเรา พาซิ่งออกมาจากถนนเล็ก จนกระทั่งโผล่ขึ้นมายังถนนใหญ่ วิ่งกลับไปยังตัวเมืองชิกัตเซ ครั้นไปถึงแล้ว "นาย Keldor" บอกว่ายังมีเวลาเหลือพอ ให้พวกเราเข้าวัดทาชิ ลุนโป ไปทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลย หลังจากนั้นแล้ว ค่อยมารับประทานอาการกลางวันกัน แล้วจะได้เดินทางกลับเลยทีเดียว

    ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราว่าอะไรก็ว่าตามกัน แต่รถของเราเข้าไปไม่ถึงหน้าวัด เนื่องเพราะว่าตำรวจจราจรเอาแผงมากั้นเสียมากมายเต็มไปหมด จึงต้องลงรถแล้วเดินเลียบกำแพงวัดยาวเหยียดไปกันเอง
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,184
    ค่าพลัง:
    +26,973
    ครั้นเข้าไปถึงข้างใน ถ่ายรูปหมู่แล้ว "นาย Keldor" ก็พาพวกเราเดินเข้าไปทางด้านหลัง "ไอ้อ้วน" บอกว่าขอสละสิทธิ์ แปะอยู่กับร้านขายของที่ระลึกนี่แหละ.ใ! เนื่องเพราะว่าเมื่อวานเกือบเอาชีวิตมาทิ้งแล้ว ดีที่มี "หม่าม้า" คอยดูแลอยู่ เมื่อรู้สภาพสังขารก็เลยไม่ตามพวกเราไป ที่เหลือแต่ละคนก็พยายามฝืนเดินขึ้นที่สูง โดยเฉพาะตัววัดที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๓,๙๐๐ กว่าเมตร ก็ทำเอาเมื่อยขาจนบอกไม่ถูก..!

    เมื่อเข้าไปถึงวิหารหลักหลังแรก มีระฆังอยู่ตรงหน้า กระผม/อาตมภาพเห็นคนอื่นเพียรตีระฆัง ทั้ง ๆ ทื่ยื่นมือถึงบ้างไม่ถึงบ้าง บางคนถึงกับต้องกระโดดเลยทีเดียว จึงเอื้อมมือเคาะระฆังถวายเป็นพุทธบูชา แล้วก็ปีนบันไดชัน ๆ เข้าไปในตัววิหาร ถวายผ้าขะตะทั้งหมดที่รับมาเป็นพุทธบูชา ต่อองค์พระศรีอริยเมตไตรย ประธานในวิหารแห่งนี้ ซึ่งองค์ท่านสูงถึง ๒๖ เมตร หุ้มด้วยทองแดงแล้วปิดทองอร่ามเลยทีเดียว..!

    เมื่อประทักษิณรอบแล้ว กระผม/อาตมภาพก็มาถ่ายรูปต่อหน้าต่อตาพระเจ้าหน้าที่ ซึ่งยืนคุมอยู่บริเวณนั้น "ทิดเฟิร์ส" ถ่ายตามไปด้วย แต่ว่า "ดร.ดอย" ไม่ทัน เพราะว่าอยู่ห่าง ครั้นตัดสินใจยกกล้องขึ้นมา พระเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า " No Photo" ทำเอาด็อกเตอร์ของเราได้แต่ยิ้มแหย ๆ เดินออกมาแต่โดยดี ซึ่ง "ทิดเฟิร์ส" ก็พยายามที่จะสอนน้อง บอกว่า "อย่ายืนห่างหลวงพ่อมาก เพราะว่าถ้ายืนห่าง พลังของท่านจะคลุมไม่ถึง เมื่อคลุมไม่ถึง เขาก็จะเห็นว่าเอ็งกำลังทำอะไร ?" ด็อกเตอร์ของเราพยักหน้าหงึก ๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเข้าใจจริงหรือเปล่า ?

    พวกเราเดินมาจนกระทั่งถึงวิหารหลักหลังที่ ๒ ภายในเป็นเจดีย์ใหญ่โตมหึมา บรรจุสังขารของปันเชนลามะองค์ที่ ๔ ซึ่งเป็นอาจารย์ของดาไลลามะองค์ที่ ๕ กระผม/อาตมภาพถ่ายรูป โดยมีพระลามะท่านยืนพิงประตูดูนักท่องเที่ยวอยู่ ก็ไม่เห็นท่านว่าอะไร เมื่อเดินวนสักการะ และถวายปัจจัยทำบุญแล้ว พวกเราก็เดินตรงไปยังวิหารหลังที่ ๓ ซึ่งดูจากมุมด้านนอกแล้ว หลังคาเป็นทองคำอร่ามงามตามาก พวกเราจึงถ่ายรูปหมู่รูปเดี่ยวทางด้านนอกกันก่อน แล้วเข้าไปถวายสักการะและทำบุญ

    วิหารหลังนี้ภายในก็เป็นเจดีย์เช่นกัน แต่ว่าบรรจุสังขารของปันเชนลามะองค์ที่ ๕ องค์ที่ ๖ และองค์ที่ ๗ พูดง่าย ๆ ว่าในเมื่อไม่สำคัญเท่าองค์ที่ ๔ ท่านทั้งหลายก็เบียดเสียดเยียดยัดกันหน่อยแล้วกัน..! จนกระทั่งทำบุญเสร็จเดินออกมา วิหารหลักหลังสุดท้ายก็คือ วิหารที่เมื่อวานเรามาร่วมทำบุญกับพระที่ท่านทำวัตรนั่นเอง "นาย Keldor" เห็นดังนั้น จึงพาพวกเราเดินขึ้นไปชั้น ๒ ทำการถ่ายรูปมุมข้างบน ซึ่งดูสวยอร่ามงามตามาก
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,184
    ค่าพลัง:
    +26,973
    ครั้นได้รูปเรียบร้อยแล้ว พวกเราไม่มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์ จึงมาต่อคิวยาวเหยียดของบุคคลที่กำลังลงบันได ครั้นลงมาแล้วมองไป ก็เห็นญาติโยมเป็นร้อยเป็นพัน กำลังเข้าคิวเบียดเสียดเยียดยัดกัน เพื่อที่จะเข้าไปทำบุญด้านใน เนื่องเพราะว่าวันนี้เป็นวันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๘ - ๘ ใกล้จะเข้าพรรษาเต็มทีแล้ว

    พวกเราเดินออกมาจากวัด แวะร้านขายของที่ระลึก เมื่อซื้อหาข้าวของกันจนเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็เดินนำออกมาทางด้านนอก แต่ว่ารอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ คณะก็ยังมีแค่ ๙ คน ท้ายที่สุดก็เห็นคนช้า ก็คือ "หมอพีก" (ทันตแพทย์อาทิตย์ ธำรงเลิศสกุล) กับ "สาวโจ" (นางสาวธีร์วรา สุวรรณศักดิ์) นั่นเอง ทั้งสองวิ่งมาถึงก็ยกมือไหว้ขอโทษขอโพย เพราะว่ามัวแต่ซื้อข้าวของนานไปหน่อย..!

    "นาย Keldor" พาพวกเราเดินออกมาค่อนข้างไกลจากวัด ก็เป็นร้านอาหาร ครั้นบอกเขาว่าจองไว้แล้ว เขาก็พาไปยังโต๊ะซึ่งมีหม้อไฟเนื้อไก่อยู่ตรงนั้น กำลังเดือดคลั่ก ๆ เลยทีเดียว..! กระผม/อาตมภาพคว้าเอากระบวยมาได้ ก็ตักของตนเองออกมา ๑ ถ้วย แล้วก็บอกให้คนอื่นจัดการตักได้ตามอัธยาศัย ส่วนถ้าหากว่าใครจะเมตตาถวายภัตตาหารเพลเพิ่มเติม ก็ช่วยสั่งบะหมี่น้ำให้สักถ้วยแล้วกัน

    คราวนี้คนโน้นก็สั่ง คนนี้ก็สั่ง แต่ "นาย Keldor" ของเรานั้น มาพลาดตรงเรื่องนี้อยู่เรื่องเดียว ก็คือมักจะปลีกตัวออกไปเพื่อที่จะกินอาหารของตนเอง ปล่อยให้พวกเราคุยกับทางด้านพนักงานในร้าน รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะว่าเขาพูดภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้น้อย ส่วนใหญ่ใช้แต่ภาษาทิเบต

    จนกระทั่งบางทีเปิดรูปให้ดูก็ยังเอาอาหารมาผิดอีกต่างหาก ทำเอาปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง..! ร้านนี้มีนักดนตรีพื้นเมืองขึ้นไปเล่นดนตรี ร้องเพลงกันสนุกสนานสนั่นลั่นร้านอาหาร ช่วยกระทุ้งให้พวกเรารีบกินแล้วออกจากร้านไว ๆ..!

    ครั้นเสร็จเรียบร้อยจากมื้ออาหาร กระผม/อาตมภาพก็ไปเข้าห้องน้ำทางด้านหลัง แล้วมารายงานทุกคนว่าเป็นห้องน้ำเดี่ยว ความสะอาดพอรับได้ ทุกคนก็เลยไปเข้าห้องน้ำกันก่อน เนื่องเพราะว่าขากลับนี้เราจะขึ้นทางด่วนกลับ แทบจะไม่มีโอกาสแวะเข้าห้องน้ำกลางทางเลย
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,184
    ค่าพลัง:
    +26,973
    ครั้นรวมพลได้เรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปที่ลานจอดรถ พลขับเอามารถรับพวกเราแล้วก็วิ่งเลาะไปขึ้นทางด่วน กระผม/อาตมภาพตาไว มองเห็นว่าค่าทางด่วน ๕๐๐ หยวน ก็ยังรู้สึกว่าทำไมโหดแท้ ?! แต่ถ้านึกว่าเราวิ่งจากเมืองชิกัตเซ เพื่อตรงกลับไปยังเมืองลาซาเลย ๕๐๐ หยวนนี้ก็ถือว่าถูกทีเดียว..!

    ครั้นวิ่งมาได้ ๒ ชั่วโมงเล็กน้อย ก็ต้องแวะเข้าไปบริเวณที่เป็นที่พักรถ และสถานีบริการน้ำมัน เพื่อทำการพักรถตามกฎหมาย พวกเราไปเข้าห้องน้ำแล้ว ก็ต้องรีบเผ่นออกจากร้านค้า เนื่องเพราะว่านอกจากกลิ่นอาหารแล้ว กลิ่นบุหรี่ยังตลบอบอวลไปหมด..!

    ครั้นรอจนทุกคนมาพร้อม พลขับของเราก็นำรถไปเติมน้ำมัน แล้วกลับขึ้นมาทางด่วนอีกวาระหนึ่ง วิ่งเบียดเสียดเยียดยัดกับรถทั้งหลายที่เริ่มมากขึ้นทุกที จนกระทั่งมาถึงโรงแรมที่พักของเรา ซึ่งเป็นหลังเดิม ที่เดิม ในเวลาประมาณ ๖ โมงเย็นกว่าเล็กน้อย

    ครั้นได้ห้องแล้ว ทุกคนก็ยังทำท่างง เนื่องเพราะว่าได้ห้องเดิมกันทุกคน..! กระผม/อาตมภาพจัดการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เสร็จแล้วจะได้จัดการลอกคราบตัวเองต่อไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...