ร่วมทำบุญบูชา เหรียญคลี่คลายกรรมวณิพกภิกษาฏนะมูรติ (พ่อยอดขอทานล้างบาป) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 12 ตุลาคม 2014.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    พระนางจามเทวีไม้สักช่อฟ้าแกะ (เทวีแห่งชัยชนะและความมั่นคง)

    1ใน 4 ครูที่พ่ออาจารย์บอกว่าทำเเล้วขึ้นที่สุด เป็นตัวอย่างที่พ่ออาจารย์แกะไว้ ท่านว่าพระนางจามเทวีนี้เป็นวีรสตรีที่มีสิริโฉมงดงามเป็นที่สุด ขนาดกษัตริย์เมืองต่างๆอยากได้พระนางไปอภิเษกแล้วกัน

    แต่ความงามนั้นก็ไม่โดดเด่นเท่ากับพระปรีชาสามารถในการรบการศึกสงคราม อาจกล่าวได้ว่าพระนางเป็นวีรสตรีองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยเราเลยก็ว่าได้

    ความผูกพันธ์เรื่องทางจิตของพ่ออาจารย์นั้น หากท่านจำได้ ผมคงเคยเล่าว่ามีพระมหาเจดีย์ที่โผล่มาเพียงยอดซึ่งสร้างในสมัยพระนางจามเทวีอยู่ในที่ดินของท่าน ท่านต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันเเน่ มีอาจารย์บางท่านได้ขอตามพ่ออาจารย์ไปกราบพระเจดีย์ พอตกกลางคืนก่อนนอน นั่งสมาธิเห็นพระนางเคี้ยวหมากก็ปากพล่อยพูดเชิงหัวเราะว่า ผีปอปที่ไหนกินเลือดซะแดงไหลย้อยแบบนั้น ผลปรากฏว่านอนไม่ได้ ต้องรีบหนีลงจากดอยในคืนนั้นได้ความว่า พอจะนอนมีผู้หญิงคนหนึ่งทรงเครื่องกษัตริย์แบบโบราณมาเดินวนรอบๆที่นอนเเละสะกดตนเอง ตนเองไม่สามารถที่จะสู้ได้เลย วิชาอาคมอะไรก็ใช้ไม่ได้ พอรวบรวมกำลังได้จึงต้องรีบหนีออกมารุ่งเช้าถึงได้กราบขอขมาท่านและพ่ออาจารย์(นี่แค่ปากพล่อยนะ)

    พ่ออาจารย์บอกว่าพระนางจามเทวีนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก ประวัติของท่านที่ผู้สำเร็จสมาบัติทั้งหลายจะกล่าวตรงกันก็คือก่อนสิ้นประชนมห์พระนางบรรลุคุณธรรมขั้นสูง เรื่องฤทธิ์ทางโลกีย์วิสัยนี่สู้พระนางไม่ได้เเน่นอนเหมือนเป็นของเล่นสำหรับท่าน ท่านเป็นแม่ที่ดีของลูก ให้สังเกตุนะบรรดาผู้ชายทั้งหลาย ถ้าบูชาเทพที่เป็นอิสสตรีมักจะขอพรได้ง่ายเเละประสบความสำเร็จ ซึ่งนั่นก็มาจากความเป็นเเม่ที่เมตตาต่อลูกที่ตกทุกข์ได้ยากนั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านผูกพันธ์กับพระนางมาก ขนาดกลับมาบ้านที่กรุงเทพเเล้วท่านเชิญเเม่จามเทวีก็ยังตามมา ลูกศิษย์จะรู้เห็นกันประจำเวลาท่านออกปากเชิญพระนางจามเทวีมาเวลาท่านจะเสกของหรืออะไรก็ตาม ใครที่อยู่ในพิธี กลับบ้านอนเมื่อไหร่ฝันเห็นเเม่มาคุยด้วยมาให้พรต่างๆนานา

    เรื่องภูติผีปีศาจกุมารผีพรายทั้งหลายจะเกรงกลัวท่าน พ่ออาจารย์บอกว่าใครเลี้ยงกุมารหรือพราย มีรูปท่านไว้บูชาก็จะดีกว่าเก่า เพราะเจ้าพวกนี้เขาจะสงบไม่ก่อกวน ไม่สร้างความรำคาญจะใช้งานง่ายกว่าเดิม เพราะเค้ากลัวเเม่ใหญ่หรือแม่จามเทวีนี้มาก

    อิทธิคุณประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ที่ผู้บูชาจะได้จากการบูชาพระนางจามเทวีก็คือ ชัยชนะที่อยู่เหนือชัยชนะชื่อเสียงเกียรติคุณต่างๆ โดยเฉพาะข้าราชการทหารตำรววจหรือนักการเมืองควรบูชาเป็นอย่างยิ่ง (รู้กันในหมู่ศิษย์ว่าอดีตนายกชื่อดังสมัยก่อนเข้าเล่นการเมืองก็ยังเคยมากราบพ่ออาจารย์ถึงบ้าน) ท่านว่าบูชาไว้เเล้วถ้าเราไม่ทำตัวเลวเกินไปเลวจนรับไม่ได้ ชื่อเสียงเกียรติคุณต่างๆท่านก็จะดลบันดาลให้เกิดขึ้นแบบมั่นคง

    พระนางจามเทวีที่พ่ออาจารย์สร้างขึ้นนั้นจะเน้นพุทธคุณครอบจักรวาลรอบด้าน เสน่ห์เมตตาจนถึงคุ้มครองป้องกัน นอกจากนั้นยังทำเป็นองค์เปรียบคือเชิญองค์จริงที่ท่านสื่อท่านสัมผัสกันมานานมาลงสิงสถิตย์มาเสกด้วยพระองค์ท่านเอง พ่ออาจารย์ท่านเสกเทพสตรีขึ้นมากเเละศักดิ์สิทธิ์ใช้คำว่าเฮี้ยนผิดปกติก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าใช้ได้ทุกเรื่องอยู่ที่จะขอเรื่องอะไร ใครที่เคารพพระนางห้ามพลาดเพราะว่าพ่ออาจารย์แกะมือทีละองค์

    หากไม่มีบรรดาศิษย์รบเร้าให้ท่านสร้างคงจะไม่ได้เห็นกันง่ายๆแน่ ท่านว่าทำไว้ดีเเล้วอยู่ที่คนจะใช้คำว่าชัยชนะเหนือชัยชนะนี่มันครอบคลุมในทุกเรื่องเเละก็เป็นชัยชนะที่มั่นคงด้วย คงจะคิดกันเองได้ ทั้งการงาน ความรัก โชคลาภ คู่เเข่ง มันครอบคลุมไปทั้งหมด

    ท่านแกะจากไม้สักช่อฟ้าสมเด็จโตเก่า กรหนึ่งพระนางถือพระเเสงดาบ อีกพระกรหนึ่งอยู่ในลักษณะประทานอภัยให้กับผู้บูชาหรืออีกนัยน์หนึ่งคือพร้อมรับการสักการะของผู้บูชาด้านบนจะอุดผงพระเจดีย์เก่าที่พระนางสร้างไว้ซึ่งพ่ออจารย์ไปพลีขออนุญาติมาพร้อมปิดแผ่นโค้ด ด้านล่างจะอุดตะกรุด3ชนิดเเบบเต็มสูตร ด้านหลังปิดด้วยแผ่นจารตอกโค้ด

    ไม่ว่าจะห้อยคอหรือวางไว้บูชา จะขาดน้ำเปล่า น้ำชา หมากพลู ผลไม้ไม่ได้ ถ้าจะบนจะขอท่านให้บนด้วยสิ่งเหล่านี้

    เมื่อจะสวดบูชาขอพรท่านให้ว่าคาถาดังนี้
    ยาเทวี จามเทวีนามิกา อภิรูปาอโหสิทัสสนียา ปาสาทิกา พุทธสาสะเน จะอภิปสันนา สาอตีเต เมตตายะ เจวะธัมเมนะ จะหริภุญชะยะ ธานิยา รัชชัง กาเรสิ หริภุญชะยะนคระ วาสีนังปิมหันตัง หิตสุขขังอุปปาเทสิ อะหังปะสันเนนะเจตะสาตัง วันทามิสิระสาสัพพะทา



    ครูท่านองค์นี้จะเมตตาทำใหเป็นรายบุคคลไป โปรดสอบถามPM เข้ามาก่อน พระนางจามเทวีไม้สักช่อฟ้าแกะ บูชาองค์ละ 5,000 บาท

    ท่านพ่อพล ธรรมราช สื่อกลางจองบูชาวัตถุมงคล พ่ออาจารย์พล ธรรมราช
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    จองบูชาบรมพรหมสหัมบดี (ครูสูงสุด)

    ท้าวสหัมบดีพรหม เป็นบรมในพรหมมา
    ทรงฤทธิ์ศักดา กว่าบริษัททุกหมู่พรหม
    น้อมหัตถ์นมัสการ ประดิษฐาน ณ. ที่สม-
    ควรแล้ว จึ่งบังคม ชุลีมาศ พระสัมมา
    ขอพรอันประเสริฐ วาระเลิศ มโหฬาร์
    ปวงสัตว์ในโลกา กิเลสน้อยก็ยังมี
    ขอองค์พระจอมปราชญ์ สู่ธรรมาสน์อัศรุจี
    โปรดแสดงพระสัจธรรม เทศนา แลวาที
    เพื่อให้สำเร็จผล แด่ปวงชน บรรดามี
    สู่สุขเกษมศรี สมดังเจตนา เทอญ

    สุดยอดบรมครูผู้ยิ่งใหญ่และประเสริฐสุดในฝ่ายพรหมของพระพุทธศาสนา เจ้าแห่งพรหมโลกผู้อาราธนาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกโปรดเวไนยสัตว์ ด้วยพระเมตตาของพระองค์ บรมครูผู้เป็นใหญ่เป็นผู้นำแห่งหมู่พรหมสุทธาวาส พรหมผู้ได้ชื่อว่ามีรัศมีรุ่งเรืองที่สุด เป็นใหญ่สูงสุดเปรียบดั่งกษัตริย์เหนือกษัตริย์ เทพเจ้ายิ่งเทพเจ้าในหมู่พรหม ผู้ได้รับการกราบไหว้บูชาทุกภพภูมิ และเมตตารักใคร่สรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากมากที่สุด ก็คือ ท้าวสหัมบดีพรหมผู้เป็นบรมครูใหญ่ของพ่ออาจารย์พลนั่นเอง

    เนื่องจากมีศิษย์ที่เดือดร้อน ต้องการบูชาครูทั้ง4ของท่านให้ครบจึงขอเมตตาท่านให้สร้าง ซึ่งท่านก็เมตตาใจหาย ท่านขออนุญาติเพื่อจัดสร้างให้เป็นการณ์เฉพาะ แต่อย่าได้ชะล่าใจไปว่าจะมีให้เช่ามีให้บูชาเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้น ท่านพูดระหว่างแกะว่า ครูสหัมบดีนี้ เราจะเเกะเท่าที่ไม้ช่อฟ้ามี(ไม้ช่อฟ้าท่อนเล็กที่สุดและท่านก็เอาไปแกะอย่างอื่นไปเยอะเเล้วด้วย) ถ้าไม้ส่วนนี้หมดก็คือจบ เราจะไม่ทำพรหมสหัมบดีอีก

    บรมพรหมสหัมบดีนั้น มีความผูกพันธ์กับพ่ออาจารย์มากดั่งที่กล่าวแล้วในตอนต้นเป็นที่รู้กันในหมู่ศิษย์ว่าอาจารย์พ่อท่านมีสื่อพิเศษกับพระพรหมที่ชื่อสหัมบดีเเละพระพรหมองค์นี้เเหละที่ท่านรับสัตย์เลิกเหล้าเลิกบุหรี่กลับตัวทุกสิ่งทุกอย่างด้วย เเละดูเหมือนพ่ออาจารย์จะเกรงและกลัวพระพรหมองค์นี้มากๆ เพราะทุกเรื่องที่รับปากพระพรหมสหัมบดีไว้อาจารย์ไม่เคยผิดสัจจะเลย

    ท่านว่าเวลาเสกของหากตัวพ่ออาจารย์ไม่มีเวลาเสกก็ให้เอาขึ้นไปไว้กับท่าน ท่านจะเสกให้ก็ปรากฏเป็นเรื่องจริง ในสมัยเเรกที่อาจารย์มีสื่อกับพระพรหมสหัมบดีนั้นท่านได้ให้จัดหารูปองค์ท่านมาทำพิธีให้เป็นพรหมประจำตัวของอาจารย์ อาจารย์พ่อก็ไปซื้อรูปหล่อพระพรหมองค์เล็กๆหน้าตัด4นิ้วได้ที่เสาชิงช้าเล็กเเละเบามากเเล้วก็ทำที่ประดิษฐานวางบูชาซึ่งท่านใช้ไม้เเละเหล็ก ท่านทำของท่านเอง

    เมื่อวางไว้เรียบร้อยพออาจารย์พ่อทำพิธี เเดดจ้าๆกลับมืดฟ้ามัวดินเรื่องนี้เราเห็นกับตาเเละเเท่นใหญ่ๆที่วางรับองค์พรหมสหัมบดีองค์เล็กๆนั้นพออาจารย์ปักธูปก็ดังเอี๊ยดอ๊าดต่อหน้าต่อตาทุกคนเหมือนมีคนตัวใหญ่ๆลงมานั่งประทับลงไปอย่างไรอย่างนั้น นี่ก็เป็นอีกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อาจารย์พ่อเคารพมากและมักจะขอคำเเนะนำท่านประจำเเละยังเป็นครูที่ลูกศิษย์เคารพด้วย

    บรมครูสูงสุดนี้ดีอย่างไร ท่านบอกว่ามีดีทุกด้าน ขอได้ทุกอย่าง ท่านว่าเธอเชื่อมั๊ย คนเราเกิดมาไม่พ้นกรรม ไม่มีวัตถุมงคลใดช่วยเรื่องกรรมได้ เเต่พระพรหมองค์นี้ไม่ใช่แบบนั้น อิทธิคุณท่านพลิกฟ้าพลิกดินเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ใครที่มีกรรมหนักตามสนอง ถ้าครูท่านเมตตาก็จะช่วยให้เบาบางได้มีโอกาสทำคุณงามความดีชดเชยบาปกรรมทั้งหลาย เรียกได้ว่าผ่อนหนักเป็นเบา จากเรื่องร้ายๆก็จะค่อยๆจางหายไป ถ้ายังมีบุญเเละความดีอยู่ท่านก็จะช่วยให้ได้รับอานิสงค์ของผลบุญนั้นไวขึ้น นี่พระพรหมสหัมบดี ดีอย่างนี้ ไม่ต้องไปพรหมเปิดโลกหรืออะไรที่ไหน พระพรหมสหัมบดีนี้มีอายุยาวนานขนาดไหน เอาง่ายๆ ถ้านับแค่ภัทรกัปป์นี้ท่านอยู่มาก่อนเกิดพระกกุสันโธ พระพุทธเจ้าพระองค์เเรกก็เเล้วกัน

    มาดูประวัติเล็กๆของท่านกัน พ่ออาจารย์เล่าความเป็นมาของท้าวสหัมบดีพรหมคร่าวๆดังนี้
    ท่านสถิตย์อยู่ในอกนิฏฐาสุทธาวาสมหาพรหม พูดง่ายคือชั้นสูงสุด เป็นภพภูมิแห่งพรหมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชั้นปัญจสุทธาวาสและทั้งหมดของรูปาวจรภูมิ แม้แต่พระอินทร์หรือท้าวสักกะเทวราชแห่งดาวดึงษ์ ก็ยังตั้งความปรารถนาขอมาเกิดเป็นพรหมชั้นนี้


    เหล่าอกนิฏฐามหาพรหม เป็นพรหมชั้นผู้ใหญ่ที่อุบัติมาจากพระอริยบุคคลระดับอนาคามี ที่มีอินทรีย์ คือสัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาแก่กล้าบริบูรณ์ทุกส่วน แต่มีปัญญาโดดเด่นที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มพระอนาคามีระดับสูงสุดมีชื่อเรียกเฉพาะว่าอุปหัจจปรินิพพายีหมายถึง ผู้จวนจะถึงปรินิพพานกับอันตราปรินิพพายี คือผู้ปรินิพพานในระหว่าง หมายถึงไม่อยู่เป็นมหาพรหมจนครบอายุขัยแห่งมหาพรหมนั้น

    มหาพรหมอกนิฏฐาสุทธาวาสนี่แหละที่มักลงมาถ่ายทอดวิทยาการต่างๆให้มนุษย์โลก เพื่อจะได้ปรับตัวให้เผชิญปัญหาเหตุการณ์ซับซ้อนต่างๆได้

    ในติสสสูตร ข้อ53 หมวดสัตตกนิบาต อังคุตรนิกายแห่งพระไตรปิฏก สมเด็จพระบรมศาสดาได้ยืนยันเอาไว้เองว่า พรหมเหล่านี้แหละที่มักรอบรู้ถึงการบรรลุธรรมขั้นต่างๆของมนุษย์ ที่มนุษย์เองยากนักจะรับรู้ได้

    ท้าวสหัมบดีพรหมนั้น เป็นประธานใหญ่แห่งพรหมทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาล ทำหน้าที่อาราธนาพระพุทธเจ้าออกเเสดงธรรมเป็นครั้งแรก และติดตามแสดงข้อคิดเห็นทูลถวายพระพุทธเจ้าหลายครั้ง

    พรหมผู้ลงมาดูดอกบัวแห่งจักรวาลเพื่อจะได้รู้กำหนดปริมาณอุบัติการณ์แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนลงมาถ่ายทอดวิชาดูลักษณะมหาบุรุษไว้ในโลกมนุษย์เพื่อเตรียมการล่วงหน้า ก็คือท้าวสหัมบดีพรหมนั่นเอง

    และก่อนที่โลกกับจักรวาลทั้งแสนโกฏิจะถึงกาลอวสานด้วยไฟประลัยกัลป์ ท้าวสหัมบดีก็จะร่วมกับพรหมปัญจสุทธาวาสลงมาบอกข่าวและถ่ายทอดวิทยาการให้กับชาวโลกเป็นระยะๆ พร้อมกับเทวดาในฉกามาพจรสวรรค์ก็จะประสานบอกข่าวร้ายล่วงหน้าระยะเวลาหนึ่งแสนปี ชาวพุทธเรียกว่า กัลปโกลาหล

    รู้จักท่านผู้เป็นบรมครูแห่งพ่ออาจารย์พลกันคร่าวๆแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ศิษย์ทุกคนจะต้องรู้ พ่ออาจารย์ท่านจะเล่าหรือให้อ่านประวัติมหาพรหมองค์นี้

    ท่านว่าท้าวสหัมบดีพรหมท่านรักและเป็นห่วงมนุษย์มาก มากพอกับที่พ่อคนหนึ่งจะรักและเป็นห่วงลูกที่พรากไปจากอกได้ จะเลวชั่วหรือยากดีมีจนก็เป็นเพราะกรรมเเละการกระทำของเราปรุงเเต่ง เเต่ในบางเรื่องบางปัจจัยหากลูกๆนึกถึงพ่อก็จะสามารถช่วยให้ผ่านพ้นเเละเปลี่ยนเเปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่าลืมว่าท่านคือพรหมสูงสุดที่ทรงอภิสิทธิ์เด็ดขาดและรุนแรงที่สุด เป็นพรหมของชาวพุทธเราโดยแท้ ไม่ใช่พรหมที่จะลิขิตชะตามนุษย์แบบพราหมณ์

    หากถามว่าต่างจากตะกรุดสหัมบดีพรหมส่องโลกอย่างไร ต้องตอบว่าต่างมาก เพราะใช้ไม้ช่อฟ้าเก่ามาสร้าง ซึ่งไม้นี้สมัยก่อนก็ได้รับการอธิษฐานจิตจากสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)แล้ว และที่ต่างกว่านั้นคือการออกแบบ พ่ออาจารย์กำหนดของที่จะถือในมือท้าวสหัมบดีพรหมเอง ซึ่งก็คือ
    1. พระเเสงขรรค์ เป็นสัญลักษณ์อาญาสิทธิ์ไว้ปราบศัตรูหมู่มารอุปสรรคปัญหาทั้งหลายที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้บูชา
    2. พระคัมภีร์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของปัญญา ความรอบรู้และความทรงจำ ซึ่งจะเป็นแสงสว่างชี้วัดความผิดชอบชั่วดี
    3. แว่นแก้วสุรกานต์ เป็นสัญลักษณ์สือความหมายถึงการสอดส่องดูแล ความเป็นห่วงเป็นใยของศิษย์และอาจารย์ที่ต้องคอยสอดส่องดูแลปกป้องกัน
    4. ดวงแก้วมณีโชติ ซึ่งพ่ออาจารย์ได้นำเพชรรัสเซียซึ่งท่านเสกคาถาจินดามณีทุกบทไว้นานนับ10ปีมาติดแทนดวงแก้ว ท่านว่าคาถาจินดามณีนี้ดั่งแก้วสารพัดนึกที่เรารู้เราเห็น เราใช้กันในปัจจุบันนั้นก็เเค่ไม่กี่บท แต่จินดามณีตัวเต็มมีมากมาย เดิมทีเป็นคาถาของพระพรหม มอบให้พระอินทร์ พระอินทร์มอบให้นางพันธุรัตน์สืบมาถึงพระสังข์ ก็ในเมื่อเดิมเป็นคาถาของพระพรหม ถ้าคนใช้คือองค์ต้นจะยิ่งทวีความศักดิ์สิทธิ์รุนแรงขึ้นเเค่ไหนก็คิดเอาเอง


    นอกจากนี้ ด้านล่างยังอุดด้วยตะกรุดในสายวิชาพรหมล้วนๆ5ดอก เเละด้านบนยังบรรจุผงโสฬสมหาพรหม ผงที่พ่อท่านลี วัดอโศการามจับ ถึงขนาดออกปากว่าเเรง ผงที่เป็นตำนานสร้างพระมาเเล้วไม่รู้กี่ร้อยวัด ลูกศิษย์ยศนายพลได้นำมามอบให้เพื่อให้ท่านสร้างพระพรหมโดยเฉพาะ ผงนี้ท่านเทใส่เเบบเพียวๆล้วนๆก่อนจะปิดด้วยแผ่นโค้ด ด้านหลังปิดเเผ่นตะกั่วลงจารโองการพรหมตามตำรับหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัวและตอกโค้ดอีกครั้ง

    คาถาบูชา ท่านว่าคาถาบทนี้คือหญ้าปากคอก เห็นง่ายเอาง่ายแต่ใช้กันไม่เป็นซักคน คาถานี้เเม้เเต่หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัวยังใช้ และครูบาอาจารย์สมัยก่อนยุคโบราณท่านก็ใช้ก็ถือมาตลอด ให้ตั้งนะโม 3 จบ ว่าคาถา
    โองการพินธุนาถังอุปปันนัง พรหมาสะหะปตินามะ อาทิกัปเป สุอาคะโต ปัญจะปทุมังทิสวา นะโมพุทธายะวันทะนัง สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยะ ตถาคโต สิทธิเตโช ชโยนิจจัง สิทธิลาโภนิรันตรัง สัพพะกัมมังประสิทธิเม สัพพะสิทธิภวันตุเม


    ใครที่จะบูชารายการนี้รบกวนPM เข้ามาสอบถามพูดคุยกันก่อน ใครที่ชีวิตได้ดีหรือรวยเเล้วไม่ต้องเอาไป ท่านว่าแกะยากกว่าครูทั้ง3และองค์จะใหญ่ๆเขื่องคือกว้างกว่า เฉพาะรายการนี้ที่ย้ำว่าอย่าชะล่าใจ เพราะไม้ช่อฟ้าที่เราเห็นมีไม่มากแล้วจริงๆ

    บรมพรหมสหัมบดี (ครูสูงสุด) ให้บูชาองค์ละ 7,000 บาท

    ท่านพ่อพล ธรรมราช สื่อกลางจองบูชาวัตถุมงคล พ่ออาจารย์พล ธรรมราช
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • SAM_38831.jpg
      SAM_38831.jpg
      ขนาดไฟล์:
      4.5 MB
      เปิดดู:
      300
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    การสวดมนต์

    มีคนมาถามพ่ออาจารย์เรื่องทำสมาธิ ไล่มาเลย เขาสงสัยทุกอย่าง คุยกันไปคุยกันมา มาถึงการสวดมนต์ปรากฏว่าเขาไม่เคยสวดเลย เขาพยายามนั่งสมาธิหลายๆชั่วโมงก็ไม่เห็นไม่เข้าใจอะไรมากขึ้น

    พ่ออาจารย์ท่านให้เหตุผลแบบนี้ว่า คนเราสมัยนี้แปลกมาก ชอบคิดไปเองถึงรสชาติผลไม้นั้นๆทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นไม่เคยกิน แต่ก็กลับนำมาพูดได้เหมือนตนเคยกินมาเเล้ว กล่าวคือใช้ปัญญาจำวิธีปฏิบัติคำสอนคำเทศน์ของคนอื่นเขามาสงสัยเเล้วก็ถาม มันจะไปเกิดมรรคเกิดผลได้อย่างไรคุณอยากกินผลไม้เเต่คุณไม่ปลูกต้นไม้ คุณมีกระถางคุณไม่ใส่เมล็ดพันธุ์ชาติไหนจะได้กิน

    พระธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ปฏิบัติได้ ยึดถือเป็นแบบอย่างได้ งามทั้งในเบื้องต้น งามในท่ามกลางและงามในที่สุด หลักของธรรมนี้ก็ไม่ได้ไปไหนก็มาจากธรรมชาติรอบๆตัวเรานั่นเองไม่ใช่สิ่งไกลตัว ไม่ใช่สิ่งเข้าไม่ถึง ท่านเปรียบไว้ว่าพระธรรมเเละข้อปฏิบัติของพระองค์มีมากมายประดุจใบไม้บนต้นไม้มากจนประมาณด้วยตามิได้ว่ามีกี่ใบ ที่พระองค์ทรงนำมาสอนนั้นเปรียบเหมือนใบไม้ที่พระองค์หยิบมากำมือหนึ่งเท่านั้น เพราะอะไร ก็เพราะให้เหมาะกับสติปัญญามนุษย์ที่จะรับได้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในเเต่ละสมัยทรงเลือกธรรมที่เหมาะกับระดับสติปัญญาของมนุษย์ยุคนั้นมาสอนทั้งนั้นก็เพื่อความพอดีนั่นเอง

    พิจารณาตามเรา สมัยนี้คนฟังเทศน์กันมาก ฟังไปทำไมฟังเพื่ออะไร เคยคิดมั๊ย สมัยพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังดำรงค์พระชนม์ชีพอยู่ ท่านเทศนาธรรมวาระต่างๆ เเม้คนที่อยู่ไกลจนขนาดต้องยืนฟังเขาก็บรรลุโสดาบันเป็นพระอริยบุคคลได้ เพราะเสียงที่ผ่านหูเขานั้น เขาใช้ใจฟังใช้ใจรับ คนเหล่านี้เขามีอินทรีย์ที่แก่กล้ามีบุญวาสนามาก่อน เขาใช้ปัญญาที่ศรัทธาเที่ยงเเท้พิจารณาข้อธรรมที่เขาฟัง มันจึงเกิดมรรคเกิดผล ลองดูสมัยนี้ ผ่านไปซัก10วัน ลองถามสิว่าฟังเทศน์เรื่องอะไรมา เข้าใจเเค่ไหน อย่าถามว่าจะเข้าใจเลยเอาเเค่ว่าจำได้มั๊ย เห็นมั๊ยนี่คือความต่างของยุคสมัยเเค่2,500ปี

    สมัยก่อนนั้น ไม่มีการสวดมนต์เเต่เวลาที่ผ่านมาก็เป็นประสบการณ์สู่รุ่นต่อรุ่น บทสวดมนต์นั้นมีไว้ก็เพื่อให้นึกถึงคำสอนของพระศาสดา ไปลองอ่านคำแปลเเละทำความเข้าใจดูซะ ดีกว่าไปแสวงหาพระอรหันต์ที่ไหนอีก ก็ในเมื่อพระธรรมที่จะเป็นเครื่องปลดเปลื้องอาสวะกิเลสมีอยู่เเล้วในหนังสือ คนเรานี่ก็เเปลก ก็พยายามเเสวงหาไม่สิ้นสุด การสวดมนต์นั้นให้ตั้งใจสวดใส่จังหวะเเละทำนองจะทำให้ไม่ง่วงไม่น่าเบื่อ ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าปิติมันก็เกิดรู้สึกขนพองสยองเกล้าอิ่มเอิบใจ นี่เเค่คิดจะสวดนะ

    การที่เราสวดมนต์ต้องมาพนมมือเเทนดอกบัว ใช้ตาสองข้างเเทนเเสงเทียนนั่งตัวให้ตรงๆเพื่อบูชาคุณพระพุทธเจ้านี้ ก็เพื่อฝึกอินทรีย์ของเราให้เเก่กล้ากอปรด้วยศรัทธาตั้งมั่นมีความอดทน เพื่อระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าเเละเหนือสิ่งอื่นใดคือให้ซึมซับคำสอนทำความเข้าใจกับคำสอนเรื่องนั้นๆไปในตัว บ่อยเข้า บ่อยเข้า มากเข้า มากเข้า เมื่อเรามีเวลาทำสมาธิเลยไปถึงวิปัสนาทุกอย่างมันก็จะง่าย เพราะเรามีพื้นฐานที่ดี มีอินทรีย์ที่แก่กล้า แบบนี้สิไม่ต้องไปฟังหลวงปู่หลวงตาที่ไหนเทศน์ก็ได้ ก็ในเมื่อพระพุทธเจ้าเทศน์ไว้ดีเเล้ว หลวงปู่หลวงตาท่านก็เดินตามหลักธรรมเหล่านี้เช่นกัน เราก็มนุษย์เหมือนกัน ค่าความเป็นคนเท่ากัน ทำไมไม่ลองมาทำความเข้าใจกับเส้นทางนี้หลักธรรมนี้ด้วยตนเองกันบ้าง

    แง่คิดดีๆสำหรับวันพระใหญ่นะครับ :cool:
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ย้ำคำท่าน อย่าชะล่าใจ

    ของสูงครูแรงเเบบนี้หายากมาก ย้ำคำพ่ออาจารย์ท่านว่าอย่าชะล่าใจ เพราะเพิ่งเคยได้ยินครั้งเเรกที่ท่านทำวัตถุมงคลมา ไม้ใบระกา หางหงส์แกะไม่ได้ ต้องใช้เฉพาะส่วนช่อฟ้าเท่านั้น ซึ่งเหลือน้อยจริงๆ ยิ่งเป็นไม้สัก สมัยวัดระฆังได้รับการเสกจากเจ้าพระคุณสมเด็จโตด้วย ไม่อยากให้พลาดกัน

    ผมชอบกลอนบทนี้มากเลย ให้ท่านท่องเป็นทำนองเสนาะให้ฟัง เพราะติดหูทีเดียว


    ท้าวสหัมบดีพรหม เป็นบรมในพรหมมา
    ทรงฤทธิ์ศักดา กว่าบริษัททุกหมู่พรหม
    น้อมหัตถ์นมัสการ ประดิษฐาน ณ. ที่สม-
    ควรแล้ว จึ่งบังคม ชุลีมาศ พระสัมมา
    ขอพรอันประเสริฐ วาระเลิศ มโหฬาร์
    ปวงสัตว์ในโลกา กิเลสน้อยก็ยังมี
    ขอองค์พระจอมปราชญ์ สู่ธรรมาสน์อัศรุจี
    โปรดแสดงพระสัจธรรม เทศนา แลวาที
    เพื่อให้สำเร็จผล แด่ปวงชน บรรดามี
    สู่สุขเกษมศรี สมดังเจตนา เทอญ


    สุดยอดบรมครูผู้ยิ่งใหญ่และประเสริฐสุดในฝ่ายพรหมของพระพุทธศาสนา เจ้าแห่งพรหมโลกผู้อาราธนาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกโปรดเวไนยสัตว์ ด้วยพระเมตตาของพระองค์ บรมครูผู้เป็นใหญ่เป็นผู้นำแห่งหมู่พรหมสุทธาวาส พรหมผู้ได้ชื่อว่ามีรัศมีรุ่งเรืองที่สุด เป็นใหญ่สูงสุดเปรียบดั่งกษัตริย์เหนือกษัตริย์ เทพเจ้ายิ่งเทพเจ้าในหมู่พรหม ผู้ได้รับการกราบไหว้บูชาทุกภพภูมิ และเมตตารักใคร่สรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากมากที่สุด ก็คือ ท้าวสหัมบดีพรหมผู้เป็นบรมครูใหญ่ของพ่ออาจารย์พลนั่นเอง
     
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    สมาธิ กับประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

    ผมเป็นคนเหนื่อยง่ายเเละหอบบ่อย แค่วิ่งก็หอบเเล้ว พ่ออาจารย์บอกว่าเราหายใจผิดจังหวะผิดวิธี แล้วก็หายใจผิดๆแบบนี้มาตั้งเเต่เกิดจึงทำให้มีอาการดังกล่าวข้างต้น

    ท่านว่าการทำสมาธิช่วยเเก้ไขเรื่องเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ให้หัดฝึกทำซะใหม่โดยการหายใจ ให้หายใจเข้าสูดเข้าไปให้สุดและปล่อยลมหายใจออกให้สุด พยายามฝึกพยายามทำบ่อยๆจนกลายเป็นนิสัย ท่านว่ามีดีถึง 2 แขนงด้วยกัน
    1. สิ่งที่จะได้จากการฝึกลมหายใจนี้ คือสุขภาพดี ไม่เหนื่อยง่าย อาการหอบจะค่อยๆหายไป และยังเป็นคนมีสติรู้จักการคิดทบทวนสิ่งต่างๆเเบบฉับพลัน ไอ้ตัวสติที่ได้จากการทำสมาธินี่เเหละ มีคุณค่าสำหรับชีวิตคนๆหนึ่งมาก มีค่าเสียยิ่งกว่าสมบัติพันล้านเเถมยังไม่มีขายหาซื้อที่ไหนไม่ได้ หากมีติดตัวติดกายใครเเละหมั่นใช้หมั่นขัดเกลาเเล้ว คนผู้นั้นจะเป็นยอดคนเเละประสบความสำเร็จไม่ยาก
    2. การเล่นลมหายใจนี้จะช่วยยกระดับภูมิจิต ภูมิธรรมให้เราเเบบไม่รู้ตัว แค่การเล่นลมหายใจนี่เเหละ หมั่นฝึกให้เป็นนิสัย ทำได้ในทุกอิริยาบท ไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอนกินข้าวเเม้เเต่เข้าห้องน้ำก็ยังทำได้ และการเล่นลมหายใจนี้ ยังทำให้คนธรรมดาตาสีตาสากลายเป็นพระอริยบุคคลมามากกว่ามาก บางคนเป็นพระอรหันต์ได้ก็เริ่มมาจากการเล่นลมหายใจนี่เเหละ เห็นมั๊ยล่ะ ขึ้นชื่อว่าสิ่งมีชีวิต มีลมหายใจกันหมด ใครจะเอามาใช้ได้ขนาดไหนมันอยู่เเค่นี้จริงๆ มีสมบัติล้ำค่าติดตัวกันทุกคนให้หมั่นใช้หมั่นขัดเกลาสิ่งเหล่านี้ไว้จะเกิดผลดี

    สตินี้ทำไมต้องหมั่นฝึกในทุกอิริยาบท ทำไมต้องหมั่นเจริญสติตลอดเวลา คิดตามเรานะ คนเราจะตายวันนี้พรุ่งนี้ไม่มีใครล่วงรู้ จะตายตอนไหนเพราะอะไร หากไม่หมั่นเจริญสติไว้มันจะร้ายมากกว่าดี

    คนเราทำบุญมาทั้งชีวิต เผลอทำบาปกรรมครั้งเดียว คนๆนั้นยึดติดกับบาปที่ตนได้ก่อขึ้น เมื่อตายไปแล้ว หากพญายมท่านให้โอกาสถึง3ครั้งก็ยังระลึกถึงคุณความดีต่างๆที่ตัวทำไว้ไม่ออก เพราะอะไรก็เพราะกรรมมันบดบังสิ่งดีๆที่ได้กระทำ และคนผู้นั้นไม่เคยเจริญสติ ไม่เคยหมั่นฝึกการเล่นลมหายใจอะไรเลย เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องไปเสวยทุกขเวทนาในนรกให้หมดก่อนถึงจะรอกรรมดีที่ทำไว้ตามสนอง เเต่หากคนผู้นั้นมีสติพึงระลึกถึงสิ่งดีๆที่ตนเองได้ทำไว้เเล้ว พญายมท่านก็จะพิจารณาให้ขึ้นไปเสวยผลบุญนั้นๆก่อน เมื่อเสวยผลบุญนั้นก็หมั่นเจริญสติต่อไปทำพระกรรมฐานเจริญสมาธิเพื่อจะได้มีโอกาสเกิดมาในภพชาติที่ดียิ่งๆขึ้นไปไม่ใช่ปล่อยให้ผลบุญนั้นหมดก็จะได้ไปเสวยผลกรรมรับทุกขเวทนาต่อ

    เห็นมั๊ยคนเรานั้นคิดไม่ถึงกัน เเค่คำว่าสติตัวเดียวสำคัญขนาดนี้ สติตัวเดียวนี้ชี้นรกสวรรค์ได้ สติตัวเดียวนี้ทำให้ชีวิตคนประสบความสำเร็จได้ จะไม่ให้สำเร็จได้อย่างไร ก็ไอ้ที่เล่นลมหายใจก็คือการทำสมาธิภาวนาใช่มั๊ย เมื่อทำเป็นนิสัย ทำเป็นอารมณ์ เทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านรับรู้ท่านเห็นเเล้ว ท่านชอบเเล้ว คนๆนี้พวกเราพึงใจคนๆนี้ไปไหนก็ตามกันไป ไปช่วยไปอำนวยพรช่วยเหลือกันสารพัด นี่เเหละที่เค้าเรียกว่าสวรรค์เข้าข้างทำอะไรก็สะดวก มันโล่งไปหมด ถึงจะมีปัญหาอุปสรรค หากหมั่นเจริญสติเเละใช้ปัญญาพิจารณาเสมอๆ เชื่อแน่ว่าปัญหาใหญ่เท่าช้างเราก็จะมองมันไม่ต่างจากเมล็ดถั่วเขียวเเละหาทางออกได้เเบบคาดไม่ถึงอีกด้วย

    ก็ฝากกันไว้ เรื่องที่ใครก็ทำได้ คือการเล่นลมหายใจนั่นเอง
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    มหาเทวีจิตรา (แม่ครูเสน่ห์) *งดใช้ความคิดลามก อนาจาร

    โอม มหาจิตตะรา เทวาไย นามะฮา
    มหาเทวีจิตราพูดชื่อนี้คงไม่มีใครรู้จัก เรียกว่าเป็นการเปิดตัวครั้งเเรกเลยก็ว่าได้ ท่านเป็นเเม่ครูเสน่ห์ ที่มักจะปรากฏพระวรกายออกมาเพื่อสั่งสอนเก่ผู้ที่มีความพร้อมเเละเรียนศาสตร์ทางด้านนี้

    ซึ่งพ่ออาจารย์พลเมตตาเล่าให้ฟังว่า มหาเทวีที่ปรากฏรูปออกมาเป็นครูของท่านนี้ ท่านไม่เคยเห็นมาก่อนเเละไม่รู้จักเลย ท่านบอกว่าในขอบเขตญาณวิถีของเราก็เสาะหาที่มาที่ไปไม่พบว่าปรากฏออกมาเป็นเทพธิดาจากสวรรค์ชั้นไหน

    ความแปลกของมหาเทวีจิตรานี้ ท่านว่า พระนางมีความงามที่ไม่มีนางฟ้า นางสวรรค์ชั้นไหนจะมาเทียบรัศมีได้ พูดง่ายๆคือต่างกันราวฟ้ากับดิน เวลาปรากฏพระรูปจะมีพระวรกายใหญ่โต ที่เห็นในรูปแกะสลักเป็นหมอนรองเขียวๆนั่นไม่ใช่หมอนนะครับ ท่านว่าเป็นภูเขา คิดเอาว่าร่างกายพระนางใหญ่โตขนาดไหน มีรัศมีสีเหลืองที่สุกสว่างเย็นยะเยือก

    มหาเทวีจิตรานี้ เวลาปรากฏพระรูป ท่านจะไม่ทรงสวมใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องทรงอะไรเลย เว้นไว้เเต่เครื่องทองเครื่องประดับเเบบมหาเทวีชั้นสูง

    พ่ออาจารย์ให้เหตุผลว่า พระนางคือรูปเปรียบของพลังธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เป็นพลังงานทางด้านเมตตา ทางด้านเสน่ห์ที่ก่อตัวเเละสั่งสมมาจากสรรพชีวิตทั้งหลายที่เเตกดับไปนับกาลเวลาไม่ถ้วน เป็นพลังงานที่มีตัวรู้ มีความจำได้หมายรู้ความรู้สึกนึกคิด ที่จะเเสดงเเละปรากฏรูปออกมาโปรดผู้ศรัทธา ปรากฏออกมาเพื่อสั่งสอนศาสตร์และวิชาการลับบางประเภท

    มหาเทวีจิตรานี้ พ่ออาจารย์กล่าวว่าไม่ใช่คติความเชื่อทางฝั่งไทยเเน่นอน น่าจะเป็นทางฮินดูไปเลย เพราะว่ารูปลักษณาการของท่านนั้นเเปลก ท่านเหมือนเเขกขาว เป็นชนชาติชั้นสูงชาวอารยะโบราณประดับร่างกายด้วยเครื่องทองต่างๆเเพราวพราวเหมือนพระโพธิสัตว์ทางธิเบตแบบนั้นเวลาท่านมาสอน ท่านมาสนทนาด้วยก็จะปรากฏรูปออกมาในลักษณะนอนเอกเขนกคุยแบบนี้นี่เเหละ พ่ออาจารย์ถือเป็นเเม่ครูใหญ่ทางเสน่ห์ของท่านเลย ท่านว่าน่าจะเป็นคติทางฮินดูเป็นอวตารปางหนึ่งของพระนางอุมาเป็นเเน่ เพราะมีลักษณะพลังงานธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่คล้ายๆกันเป็นจุดกำเนิด

    พ่ออาจารย์กล่าวว่าของเสน่ห์ที่ท่านทำมาทั้งหมดที่จะดีจะเเรงกว่านี้ ทั้งในอดีตเเละต่อไปเบื้องหน้านั้น ถ้าดีกว่าครูท่านนี้ ย่อมไม่มี

    เนื่องจากมีผู้ถามเเละขออนุญาติให้ท่านแกะผมเห็นได้โอกาสจึงเอาด้วยเพื่อจะนำมาลงให้บูุชา

    ด้านในนั้นท่านฝังตะกรุดเฉพาะสายของมหาเทวีจิตราทีเดียว เพราะว่าตะกรุดดอกเล็กความกว้าง3นิ้วที่ใช้ฝังอุดด้านใน ท่านจารอักขระเกิน100ตัว ใส่วิชาสำคัญทางด้านเสน่ห์ไปทั้งหมดเรียกได้ว่าผูกสูตรเชิญครูตั้งเเต่ลงตะกรุดฝังเเล้ว เราเห็นยังตกใจดอกเล็กขนาดนั้นท่านลงซะไม่อยากจะเชื่อสายตา ยังต่อว่าท่านเพราะเป็นห่วงกลัวสายตาท่านจะเสีย ท่านตอบว่า หากเราไม่ทำเเล้วใครเขาจะทำ เรายังพอทำได้ก็ทำไปก่อน ไหนจะไม้ช่อฟ้าวัดระฆังที่เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นอีก ไม่ต้องบอกว่าเป็นของสูงเเละเเรงพอที่จะรับพลังงานที่ประจุลงไปได้มากขนาดไหน นับสิบ นับร้อยปีที่ผ่านพิธีเสกมาตั้งเเต่สมัยสมเด็จโต สมเด็จวัดระฆังเสกเเล้วยังเเจกออกไปเเต่ไม้นี้เสกเเล้วเสกอีกอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น พ่ออาจารย์เล่าให้ฟังว่า เวลาสมเด็จโตท่านเสกพระท่านไม่ได้เสกเเค่ในกองนะ พลังจิตท่านคลุมทั้งโบสถ์ทั้งอุโบสถเลย แบบนี้ก็เท่ากับว่าไม้นี้ได้รับพลังงานของท่านมาตลอดมากกว่ามากเท่าที่จะมากได้

    วิธีบูชา คาถาสั้นๆท่องเมื่อไหร่ก็ได้ ท่องให้เป็นสมาธิ ไม่มีอะไรทำก็ท่อง ว่างก็ท่อง
    โอม มหาจิตตะรา เทวาไย นามะฮา


    รูปลักษณ์ของท่านที่เปลือยกายล่อนจ้อนนี้ อย่าคิดในทางอุบาทว์สกปรกลามกอนาจาร ให้คิดว่าเราเกิดมาจากสิ่งนี้ จะสูงส่งหรือต่ำเตี้ยเเค่ไหนก็มีกำเนิดมาจากตรงนี้ ให้บูชาท่านในฐานะเเม่คนหนึ่ง พุทธคุณของท่าน คือครูเสน่ห์ ไม่อยากได้ก็มีเข้ามาให้เลือก ที่สำคัญคนที่ใช้ของเสน่ห์ไม่ขึ้นถ้าได้ไปเสริมก็จะมีอำนาจที่รุนเเรงขึ้นและผุ้บูชาจะไม่เป็นผู้ถูกกระทำด้วยคุณเสน่ห์ยาแฝดทั้งหลายทั้งปวง คุณไสยมนต์ดำก็ไม่สามารถทำอันตรายได้ ให้ภาวนาคาถาไว้เป็นประจำปรารถนาสิ่งใดก็ขอความสงเคราะห์ท่านเถิดเพราะพ่ออาจารย์ลงวิชามาดีเเล้ว

    แน่นอนว่ารายการนี้ผู้บูชา PM มาคุยกันส่วนตัวก่อน เพราะรูปของมหาเทวีจิตรานี้หากคิดไม่ดีไม่ซื่อทางลามกอนาจารเเล้วย่อมไม่ประสิทธิ์คุณานุภาพอะไรเลย เพราะผู้บูชาต้องรักเเละบูชาท่านในฐานะเเม่คนหนึ่ง แม่ที่ทนเห็นลูกเดือดร้อนหรือตกต่ำไม่ได้ แม่ที่ให้ลูกได้ทุกอย่างนั่นเอง

    เครื่องรางชิ้นนี้ต่อไปจะเป็นเอกลักษณ์ของพ่ออาจารย์พลเลยก็ว่าได้ ชนิดที่ว่าเมื่อพูดถึงพ่ออาจารย์ต้องนึกถึงมหาเทวีจิตรา ขึ้นเป็นลำดับต้นๆ ถ้าในเรื่องของมงคลวัตถุทางเสน่ห์ที่ทรงพลังและเเรงครูพิศดารขั้นสูงด้วยเเล้วยิ่งหนีไม่พ้นเเน่นอน

    รายการนี้ร่วมทำบุญบูชา 5,000 บาท

    ท่านพ่อพล ธรรมราช สื่อกลางจองบูชาวัตถุมงคล พ่ออาจารย์พล ธรรมราช
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    พญาสุบรรณราชปักษา (สุเรนทรชิต)

    เป็นที่ทราบกันดีว่า อยากเป็นใหญ่เป็นโตต้องบูชาพญาครุฑ และครุฑมีดีอะไร พ่ออาจารย์พลมีดีอะไรถึงสร้างเเละเสกพญาครุฑได้

    มาดูกันที่วิชาพญาครุฑนั้น ท่านบอกว่ายิ่งนานวันก็จะยิ่งเลอะจนกู่ไม่กลับ แต่เดิมนั้นครุฑเป็นความเชื่อของทางพราหมณ์ฮินดู เเต่พุทธก็รับเอาเข้ามาด้วย แม้ในนานาอารยประเทศก็มีเรื่องพญาวิหคเช่นครุฑตามความเชื่อของเเต่ละชนชาติ เช่นฟีนิกส์ หงษ์ไฟ เป็นต้น

    ครุฑที่เเท้จริงนั้นคือครุฑที่มีกำเนิดสูงส่ง มิใช่ครุฑที่เป็นเทพเจ้าในป่างิ้วตามคติพุทธไม่ ท่านว่าพราหมณ์สมัยก่อน เวลามีเทพเจ้าที่ไม่สามารถอธิบายถึงการเกิดได้ก็มักจะผูกเป็นตำนานยกให้เป็นลูกพระกัศยปเทพบิดร ครุฑก็เช่นกันถูกยกให้เป็นลูกของพระกัศยปเทพบิดร

    พญาครุฑของถิ่นต้นกำเนิดเเท้ๆนั้น ที่ว่าสูงส่งสูงอย่างไร สูงเพราะว่าเป็นเทพเดรัจฉานที่บินสูงสุดเเละมีฤทธิ์มากที่สุด มีรัศมีเป็นประกายไฟลุกเจิดจ้าเสมอด้วยพระอัคนี เวลาบินไปไหนเหล่าเทวดาก็นึกว่าพระอัคนีก็จะออกมาไหว้ทำความเคารพ ที่ว่ามีฤทธิ์มากนั้นมากเพียงไหน มากพอๆกับที่วชิราวุธของพระอินทร์ไม่สามารถทำอันตรายให้ระคายผิวได้ แต่ครุฑก็เป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนยอมคบหาพระอินทร์เป็นเพื่อนเเละสลัดขนปีกให้เป็นที่ระลึก1เส้น

    อำนาจของครุฑนั้นมากพอกับพระผู้เป็นเจ้า เนื่องจากครุฑได้สู้รบกับพระนารายณ์โดยไม่รู้ผลเเพ้ชนะเเละพระนารายณ์เองก็ไม่ประสงค์จะรบต่อ ถ้าเกิดเเพ้ก็จะเสียศักดิ์ศรีของพระผู้เป็นเจ้าจึงยอมตกลงทำสัญญากัน ซึ่งครุฑนั้นเวลานั่งจะอยู่สูงกว่าพระนารายณ์ เเละเวลาไปไหนจะยอมเป็นพาหนะให้ท่าน แต่ก็ปรากฏว่าในตำนานของพราหมณ์มีเเทบนับครั้งได้เลยที่พระนารายณ์จะเรียกใช้พญาครุฑมาเป็นพาหนะ หากไม่มีความจำเป็นเเล้วก็จะไม่รบกวนเเละยังให้เกียรติซึ่งกันเเละกันอีกด้วย

    เรื่องของพญาครุฑนั้น พ่ออาจารย์บอกว่า ครุฑที่เป็นเทพเจ้าในป่างิ้ว เป็นชาวสวรรค์จาตุมหาราชิกาที่มีนับล้านๆๆตนนั้น เป็นเพียงเชื้อสายเผ่าพันธุ์ของครุฑองค์ต้นเท่านั้น พญาครุฑองค์ต้นหรือพญาสุเรนทร์นั้นมีอานุภาพมาก มากขนาดที่ว่ากางปีกก็สามารถบดบังเเสงพระอาทิตย์ไม่ให้ตกต้องถึงโลกได้ กระพือปีกทีหนึ่งก็จะเกิดลมประลัยกัลป์พัดพาสิ่งที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรืออะไรก็ตามให้ปลิวหายไปได้ในพริบตา

    เมื่อไม่รู้จึงมีคนเขียนนิยายกันมาก เพื่อจะสร้างพญาครุฑ และพอสร้างออกมาเเล้วประสบการณ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    ถือเป็นโอกาสดีที่พ่ออาจารย์ได้นำไม้ใบระกาซึ่งเป็นไม้สักชุดเดียวกับช่อฟ้าวัดระฆังมาเเกะเป็นองค์ครุฑ ซึ่งใบระกาพระอุโบสถวัดระฆังโบราณนี้มีความหมายเป็นสิ่งเเทนตัวของพญาครุฑจริงๆนั่นเองเป็นไม้ที่มีอาถรรพ์เเละเหมาะที่สุดที่จะนำมาสร้างพญาครุฑ เมื่อนำมาเเกะเป็นรูปท่านเเละเสกโดยพ่ออาจารย์จะยิ่งมีอาถรรพ์สูงขึ้นไปอีกขนาดไหนก็ลองคิดดู

    ครุฑที่พ่ออาจารย์ท่านสื่อท่านทำนี้ มีชื่อว่าพญาสุเรนทร์หรือสุเรนทรชิตนั่นเอง ซึ่งเป็นชื่อที่มีเกียรติเป็นชื่อของครุฑองค์ต้นเป็นชื่อที่มีความหมายว่าครุฑผู้ชนะพระอินทร์นั่นเอง เเม้เเต่เจ้าสวรรค์และอาวุธที่ทรงอานุภาพสูงสุดในเทวโลกยังเอาชนะได้โดยไม่บาดเจ็บนับประสาอะไรกับปัญหาเรื่องเล็กๆของมนุษย์ ที่จะให้ท่านช่วยคลี่คลายหรือแก้ไข

    พ่ออาจารย์ท่านเเกะครุฑในท่ากระทำสิงหนาทสำเเดงรัศมีเเบบพระอัคนี ครุฑนี้เเหละที่อยู่ที่ไหนไปที่ใดเทวดาก็หลงเข้าใจผิดว่าพระอัคนีพากันออกมาบูชาเพราะเป็นครุฑองค์ต้นที่ทรงฤทธิ์ถึงปานนั้น

    หลายท่านอาจสงสัยเอาไว้ทำอะไร มีดีอย่างไร พ่ออาจารย์บอกว่า ในร่างกายคนเรานี้มีเสนียดมีอัปมงคลอยู่มาก อาจมีไฝในที่ลับ มีสิ่งไม่พึงประสงค์เป็นอัปมงคลในตัวโดยที่เราไม่รู้ ให้พญาสุเรนทร์นี้ท่านช่วยเเก้ไขอาถรรพ์เหล่านั้น ให้ท่านช่วยทำลายอาถรรพ์ต่างๆในร่างกายของเรา เมื่อร่างกายของเราไม่มีอาถรรพ์ทั้งหลายเเล้วเราจะทำอะไรก้จะสำเร็จได้โดยง่ายแบบคนอื่นเขา

    พญาสุเรนทร์นี้ นอกจากใช้อธิษฐานให้ท่านช่วยทำลายอาถรรพ์ทั้งหลายในร่างกายเเล้วยังให้ท่านทำลายอาถรรพ์ทั้งหลายสิ่งอัปมงคลทั้งหลายในเคหสถานบ้านเรือนได้อีกด้วย บ้านใครตรงทางสามเเพร่งตรงเสาไฟอยู่ในที่อาถรรพ์เจ้าที่เฮี้ยนเป็นมิจฉาทิฏฐิ เทวดาเกเรรังแก ท่านว่าสิ่งเหล่านี้บอกกล่าวพ่อพญาสุเรนทร์ท่านเถิด ศักดิ์ศรีท่านสูงเเค่ท่านมาสิ่งอัปมงคลเหล่านี้ก็กระจัดกระจายเเล้ว

    เหมาะกับอาชีพนักการเมือง อาชีพที่ต้องการยศตำเเหน่งเป็นใหญ่เป็นโตรับราชการ เเละอาชีพที่มีศัตรูคู่เเข่งที่ไม่อาจหักล้างเอาชนะได้ สมควรอย่างยิ่งที่จะบูชา

    นอกจากนั้นพ่ออาจารย์ยังเชิญองค์ท่านมาเสกทีละองค์เองอีกด้วย ท่านว่าใช้ได้ทุกทาง เสน่ห์ก็ดี ดูลูกหลานท่านสินับล้านๆๆตน ของอย่างนี้อิทธิคุณออกได้ทุกทางตามที่เราอธิษฐานเลย ใต้ฐานจะอุดตะกรุด5ดอก ด้านบนบรรจุผงลบปิดเเผ่นโค้ด

    ข้อแม้มีอยู่เรื่องเดียวคือ
    ตนเองต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นคนดี ถึงจะใช้ขึ้น พ่อพญาสุเรนทร์นั้นชอบคนมีสัจจะ รักษาคำพูดอย่างมาก ระวังเรื่องนี้ให้ดี ถ้าประพฤติให้เป็นนิสัยในชีวิตประจำวันได้ มีเเต่รุ่งกับรุ่ง อย่าพูดในสิ่งที่ตนไม่คิดจะทำหรือทำไม่ได้

    คาถาบูชา
    ในเวลาปกติ ให้ภาวนาว่า "ครุฑโธ" เป็นสมถกรรมฐานอย่างหนึ่ง เเละจะไปได้เร็วด้วย เมื่อจะสวดระลึกถึงท่านให้ว่าคาถา ดังนี้
    โอม นะโม วิโลโค วิลูคะรีนะตีอูรู นะมัตเตร ฮีเรคารัมมาตู
    เมื่อจะอาราธนาพกให้ภาวนาคาถา ดังนี้
    มหิทธิกาสุปัณณาเย นาคะราชะมะหัพพเล คเหตวาชินะเขตเตวะ ปักขันทิงสุนะเภพะลา เต พุทธสรณา สทาโสตถิง กโรนตุโนสะทา ครุฑโธ ครุฑธัง มาบังตนกู พระเจ้าแผลงฤทธิ์ นิมิตรจิตโต มหาเถโรครุฑโธ ครุฑธัง มาบังอังอุ สิจิลิเต ข้าเเต่จอมฟ้า ผู้มีนามยิ่งใหญ่ปรากฏว่าพ่อพญาสุเรนทรชิต จอมครุฑผู้เป็นต้นกำเนิดเเห่งมหาพญาครุฑทั้งหลาย จงสดับสัจจะวาจาเเละคำอธิษฐานของข้าพเจ้า ขอให้........... ครุฑโธ ครุฑโธ ครุฑโธ .


    พญาครุฑนี้แกะเเละทำยากมาก ถ้าจะบูชาก็ PM แจ้งอาชีพมาก่อน เนื่องจากจะเซฟสุขภาพของพ่ออาจารย์ด้วย ขนาดเท่าพระพรหมสหัมบดี

    พญาครุฑสุเรนทรชิต ให้บูชา องค์ละ 6,000 บาท

    ท่านพ่อพล ธรรมราช สื่อกลางจองบูชาวัตถุมงคล พ่ออาจารย์พล ธรรมราช
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    พิจารณา พิจารณา พิจารณาๆๆๆ

    ขอยกเรื่องคำสอนเล็กๆมาให้อ่านใคร่ครวญกัน คุณธรรมวันละนิด

    หลักสำคัญใหญ่ของการมีชีวิตในสังคมมนุษย์ปัจจุบันนั้น เป็นอะไรที่แยบคายและมีสิ่งลวงหลอกปรนเปรอเธออยู่มาก การที่ผู้ปฏิบัติธรรมหมั่นเจริญสมาธินั้นก็ดี ก็คือการเจริญสตินั่นเอง ทีนี้สติตัวนี้มันก็คือความระลึกได้ เมื่อเราฝึกให้ชำนาญเเล้วมันก็จะระลึกได้ในการกระทำก่อนที่เราจะลงมือทำลงมือตัดสินใจในทุกๆสิ่ง

    ดังนั้นผู้ที่ฝึกสตินั้นจะฝึกสติอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องฝึกการพิจารณาเป็นพื้นฐานควบคู่กันไปด้วย การพิจารณานี้ก็คือการใช้ความคิดเเละสติทบทวนไตร่ตรองสิ่งที่เห็น เหตการณ์ที่มีอยู่เบื้องหน้า โดยตั้งมั่นอยู่ในความถูกต้องไม่โลเล ซึ่งเราเริ่มฝึกได้จากตัวเราเองจนถึงสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราทุกอย่าง เราสามารถใช้ปัญญาพิจารณาสิ่งเหล่านั้นได้ เท็จในจริง จริงในเท็จ สิ่งใดลวงสิ่งใดเเท้ ความรู้สึกที่เป็นรากเหง้าเดิมของจิตเราที่ผ่านการฝึกมาดีเเล้วจะตอบปัญหาเหล่านั้นเอง

    ทำไมถึงต้องฝึกการพิจารณา เพราะศาสนาพุทธนั้นสอนศาสนิกให้เชื่อในเหตุผล เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ เเละการพิจารณาให้ชินเป็นนิสัยนั้นยังส่งผลต่อการทำวิปัสนาด้วย ดังนั้นเวลาเราจะเจริญสมาธิ เราจะท่องคำว่าพิจารณาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆท่องเเบบนี้ไปเรื่อยๆก็ได้ เพื่อฝึกสติเราให้ยึดติดกับคำๆนี้จนกลายเป็นคนช่างสังเกตุให้เป็นนิสัยต่อไปก็จะพิจารณาสิ่งที่อยู่รอบตัวพิจารณาตัวเอง มองเห็นธาตุขันธุ์ แยกธาตุทั้ง4 พิจารณาจากเกิดจนดับจากดับจนเกิดใหม่ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า พิจารณาความทุกข์ความสุขความสำเร็จความผิดหวัง พิจารณากลับไปกลับมาย้อนไปย้อนมา ก็จะเกิดความเบื่อหน่ายในวัฏฏะ ทีนี้เมื่อมาทำวิปัสนามันก็จะง่าย

    การพิจารณานี้ควรฝึกไปควบคู่กับการเจริญสติ ทำได้ทุกวันในทุกสถานที่อย่าได้ขาด ลืมก็ทำใหม่ จะทำให้ความคิดให้ตัวปัญญาของเราเฉียบขาดมากขึ้น เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆกระทบเข้ามาในชีวิตก็พิจารณาถึงเหตุที่มาของสิ่งนั้น ไล่ไปถึงเหตุเเตกย่อยไปถึงกิเลสเเละตัณหา3ที่ผสมกันเป็นรูปนามเป็นความทุกข์เป็นความสุขของเหตุการณ์เหล่านั้น ฝึกเอาไว้จนมองโลกเเละรู้เท่าทันความเป็นไปของโลก เพียงเท่านี้ก็จะเป็นคนที่สามารถใช้ปัญญาเเก้ไขปัญหาต่างๆได้ทันท่วงที

    สมัยนี้สิ่งลวงหลอกมันเยอะ สิ่งปรนเปรอมันก็เยอะ ยิ่งนับวันคุณธรรมก็จะเสื่อมสัจธรรมก็จะถอยหลัง เพราะอะไร คุณธรรมเเละสัจธรรมที่เเท้นั้นตั้งอยู่โดยธรรมชาติเเละเราจะเกิดดับสิ่งนี้ก็ยังอยู่ไม่ได้ไปไหน จะโทษว่าเป็นความเสื่อมของยุคสมัยมันก็ไม่ถูก เพราะร่างกายนี้เราควบคุมอยู่ ดังนั้นต้องโทษที่ตัวคนเอง การฝึกจากเรื่องเล็กๆง่ายๆเพื่อเข้าไปหาหลักใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะถ้าข้ามขั้นคิดเเต่จะกระโดด ตกลงมามันจะเจ็บ หากเราไม่มีพื้นฐานที่ดีเเล้วจะต่อยอดอะไรได้ เมล็ดพันธุ์ที่ดีย่อมให้ผลิตผลที่ดีไปด้วย ถ้าคนที่ฟังใช้ใจฟังฟังด้วยสติพิจารณาทีละขั้นทุกคำพูดของเรา เขาก็จะพอเข้าใจได้ เเต่ถ้าใช้หูฟังคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว คิดว่าเป็นเรื่องทำเมื่อไหร่ก็ได้ แบบนี้เขาก็จะใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจ

    วันนี้จบเเรื่องการพิจารณาไว้เเต่เพียงเท่านี้นะครับ พิจารณา พิจารณา พิจารณาๆๆๆๆๆๆ
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ประโยชน์ของพาหุง 8 บท

    พิมพ์เป็นวิทยาทาน พ่ออาจารย์ถอดมาจากลายมือของหลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว ซึ่งถอดยากเเละพิมพ์อ่านยากมาก

    พระคาถาอิติปิโสแลให้เจริญภาวนาไว้ ไม่ตายด้วยคมอาวุธหอกดาบเลย ใช้เสกน้ำมันให้เดือดทาตัวเป็นคงทนทรหดอยู่คงหอกดาบปืนไฟ ทำอันตรายมิได้เลย เสกขมิ้นเสกว่านกินก็ได้ ผู้ใดได้บริกรรมไว้ผู้นั้นจะมีปัญญาดั่งพระพุทธโฆษาจาริย์แล ท่านตีค่าไว้เป็นค่าควรเมือง เมืองหนึ่ง

    พระคาถาพาหุงทั้ง8บท อันได้แก่
    - พาหุงสะหัส....
    - มาราติเร....
    - นาฬา.....
    - อุกขิต....
    - กัตวา....
    - สัจจัง....
    - นันโท.....
    - ทุคคา.....
    - เอตา....

    ไหว้คุณพระพุทธา พระมหาอนันตคุณ มีฤทธิ์อันสมบูรณ์ สืบบุราณมานานเนือง

    พาหุงบทต้นนั้น คุณอนันต์อเนกเมือง ช่วยสัตว์ไม่ขัดเคือง ล้ำเลิศยิ่งทุกสิ่งสรรพ์

    ถ้าแม้นจะแก้คุณ ให้ดับสูญสิ้นเสียพลัน ภูติผีปีศาจอัน ที่สมมติมนุษย์ทำ

    บทสองคือมารา ให้เสกยากินประจำ มีคุณนั้นเลิศล้ำ เสดาะโรคไม่ราคิน

    เเม้นเข้าสู้ไพรสณฑ์ จะผจญด้วยไพริน สารพัดสัตว์กลัวสิ้น ด้วยนาฬาประเสริฐสม

    แม้นจะจรไปต่างเมือง ให้รุ่งเรืองทั่วนิคม ฝูงชนยอมนิยม มโนน้อมเป็นไมตรี

    อุกขิตตะขักให้ภาวนา ได้ลาภาเหมือนวารี บูชาทุกดิถี มาสู่ที่สำนักตน

    อนึ่งมีศัตรูหมาย มาทำร้ายจราจล จะให้จิตผู้นั้นวน สามิภักดิ์มารักเรา

    ให้รำพึงพระคาถา กัตวาแล้วนึกเอา ผู้นั้นจะบรรเทา กลับใจจิตรเป็นมิตรพลัน

    เเม้นจะพูดให้เขาเชื่อ สัจจังเจือเป็นนิรันดร์ เห็นจริงทุกสิ่งสรรพ์ ไม่คลางแคลงระแวงใจ

    แม้นถูกอสรพิษ ไม่ว่าฤทธิสิ่งอันใด ดับพิษได้เร็วทันใจ วิเศษในบทนันโธ

    อนึ่งประจนปัจจามิตร ทุคหทิฏในมะโน ปิดฉาทิฏฐิโก มนุสโสระอายใจ

    เอตาปิพุทธ อย่าได้ละรำพึงไป พระคุณอนันต์ใน อุดมเลิศในธาตรี

    พาหุงทั้ง8บท ท่านกำหนดพระคุณมี ยิ่งพื้นพระธรณี จะกำหนดให้ชื่นชม หนึ่งแก้ความเขาปองหา ตักน้ำมาโดยนิยม สิบนิ้วนั่งประนม ทำน้ำมนต์ด้วยบาลี พาหุงทั้ง8บท เขียนชื่อจดจงทันที เสกแล้วเอาวารี ชุบขยี้ละลายไป ศูนย์สิ้นไม่แก่นสาร อธิษฐานตามชอบใจ โจทย์จนไม่ทนได้ กองทิ้งไข่เหนือศิลา จงจำกำหนดแน่ เท่านี้แลพระคาถา 8บทดั่งพรรนา ยุติกาเท่านี้เอย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ตุลาคม 2014
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ตะกรุดลงถมมันตราจินดามณีเรียกลาภ

    ถึงจะเรียกเต่าปลามัจฉาชาติ ฝูงสัตว์จตุบาทในไพรสณฑ์
    ครุฑธาเทวัญอยู่ชั้นบน อ่านมนต์ขึ้นแล้วย่อมมาพลัน

    ตะกรุดดอกเขื่อง ที่มีพุทธคุณวิเศษเเละเป็นของดีที่กลายเป็นตำนาน หาผู้ทำได้จริงเเละผู้สืบทอดได้ยากยิ่ง

    วิชาจินดามณีนี้ มาจากอะไร เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน หลายคนคงคิดว่ามาจากนิทานเรื่องสังข์ทอง เเล้วครูบาอาจารย์จะไปถือนิทานที่ไม่เป็นแก่นสารมาเป็นที่มาของวิชาศักดิ์สิทธิ์นับร้อยนับพันปีเพื่ออะไร

    วิชาจินดามณีนั้น มีปรากฏอยู่ในเรื่องสังข์ทองจริง แต่สังข์ทองนี้ไม่ใช่นิทาน หากเเต่ได้รับอิทธิพลเเละเเต่งเพิ่มมาจากชาดกเรื่องหนึ่ง ก็คือสุวรรณสังข์ชาดก พระสุวรรณสังข์(สังข์ทอง)ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเเจ้า เฉกเช่น พระชาติพระมหาชนก พระเวสสันดร พระเตมีย์ใบ้นั่นเอง ซึ่งพระชาติพระสุวรรณสังข์ก็เป็นชาติหนึ่งของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันนั่นเอง เป็นชาติของพระโพธิสัตว์ ที่กำลังสั่งสมพระบารมีเพาะบ่มให้เต็มเปี่ยม ดังนั้นต้องทำความเข้าใจว่า ครูบาอาจารย์นั้น ไม่ได้ถือนิทานหรือบทละครมาทำเครื่องรางกันเป็นตุเป็นตะเอามาปั้นน้ำเป็นตัว เเต่ถือวิชานี้มาจากความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงตรัสเล่าพระชาติของพระองค์เมื่อถือกำเนิดเป็นพระสุวรรณสังข์นั่นเอง

    ตะกรุดจินดามณีนี้ดีอย่างไร ทำไมคนถึงได้นิยมวิชาจินดามณีกันนัก เพราะมีความเชื่อว่ามนต์นี้ใช้เรียกเนื้อเรียกปลาได้ แต่เเท้ที่จริงมนต์บทนี้ยังมีอุปเท่ห์การใช้มากกว่านั้น

    เพราะว่ามนต์จินดามณีนี้ ไม่ได้จำกัดความอยู่เเค่เรียกเนื้อเรียกปลาเเต่ยังเรียกรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ครูบาอาจารย์บางท่านก็ดัดแปลงเอาไว้เรียกลาภผลเงินทองโภคทรัพย์ ใช้เรียกก็ได้ ใช้เร่งให้มาไวๆก็ได้ เรียกสัตว์สองเท้าอันได้เเก่มนุษย์หรืออิสตรี ใช้เรียกคู่ทำนองนี้ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์มหานิยมอย่างยิ่ง อย่าว่าเเต่ใช้เรียกคู่เรียกลาภเลย ขนาดครุฑธาเเละเทวดาที่อยู่เบื้องบน ถ้ามีความประสงค์อยากจะพบก็สามารถเรียกมาได้นับประสาอะไรกับเรื่องอย่างอื่น

    พ่ออาจารย์พลได้ลงวิชาจินดามณีเต็มสูตรในตะกรุดนี้ เพื่อให้ผู้บูชาใช้เร่ง ใช้เรียกลาภผลเเละโชคลาถวาสนาที่ยังมาไม่ถึง ท่านว่าสำหรับการใช้นั้นให้ตั้งจิตปรารถนาวันนึงเป็นเรื่องๆไป จะเรียกลาภก็เรียกลาภ จะเรียกคู่ก็เรียกคู่ ให้เลือกเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ท่านทำวิชาลงพระยันต์จินดามณีให้เต็มสูตร ที่ท่านเลือกทำเป็นตะกรุดลงถมเพราะถือคติที่ว่าจะได้ใช้เรียกให้มาแบบทับถม สิ่งที่เรียกมาเเล้วก็ทับถมอยู่ไม่ไปไหน สิ่งใหม่ก็เข้ามาเพิ่มขึ้นทวีไปเรื่อยๆ

    ด้านหลังพ่ออาจารย์ลงด้วยยันต์มหาบุรุษแปดจำพวกทั้งตัวผู้เเละตัวเมีย ท่านลงเป็นเคล็ดเสริมกับวิชาจินดามณี ท่านว่าวิชาจินดามณีใช้เรียก และมหาบุรุษแปดจำพวกนี้ให้ใช้ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้สามารถเป็นไปได้ แค่ยันต์มหาบุรุษคู่นี้พ่ออาจารย์ท่านใช้สงเคราะห์คนมานักต่อนัก ท่านว่าตามตำราป่าดงยังกลายเป็นเมืองได้ คนโสดยังมีคู่ได้ คนไร้บุตรยังมีลูกได้ ยาจกยังกลับเป็นเศรษฐีได้ เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปได้ทุกอย่าง ดังนั้นเมื่อใช้วิชาจินดามณีเรียกสิ่งที่ต้องการมาเเล้ว มหาบุรุษก็เป็นเสมือนตัวเสริมที่ทุกสิ่งที่เรียกมาที่ปรารถนาต้องเป็นไปได้ ต้องประสบผลสำเร็จ ตะกรุดนี้ไม่ควรคาดต่ำกว่าเอว อยู่ที่ไหนเทพยดาก็ลงที่นั่น เป็นเหตุเเละที่มาเเห่งความเจริญรุ่งเรืองก็ว่าได้

    กลเม็ดเล็กๆก่อนอาราธนาตะกรุดใช้ พ่ออาจารย์ท่านให้ยกมือไหว้ระลึกถึงพระพรหมเป็นที่สุด ก่อนจะภาวนาคาถา ท่านบอกว่าให้ระลึกถึงครูต้นของวิชานี้ จะได้ใช้กันขึ้น เพราะว่าวิชานี้เดิมทีเป็นของพระพรหม ท่านประทานให้กับพระอินทร์และก็ตกทอดมาถึงนางยักษ์พันธุรัตน์จนมาถึงพระสุวรรณสังข์นั่นเอง

    คาถาบูชาตะกรุด ให้บูชาจุณเจิมตะกรุดด้วยน้ำอบน้ำปรุงเสมอ
    นะกรีกรารังบังเกิด โอมจิตตรามณีมหามันตรานัง ปัญจะทานังยะสัง ทาสาทาสีโกมัง ปะสันติเสน่หัง มาตาปุตตังวะโอรสัง สัพเพชนา พหูชนา สัพเพปุริสา พหูปุริสา สัพเพอิตถี พหูอิตถี สาวังคุณณังภวันตุเม สาวังคุณณังภวันตุมา


    ตะกรุดมหาจินดามณีมันตรานี้ พ่ออาจารย์กล่าวว่าจะใช้เรียกอะไรก็แล้วเเต่สติปัญญาของผู้ใช้จะพิจารณาเถิด อย่าให้เกินความพอดี อยาใช้เรียกสิ่งที่น่ารังเกียจหรืออธิษฐานเกินตัวเป็นพอ เพราะคนบางคนอธิฐานขอในสิ่งที่ไม่สมกับตนเองก็มี แบบนี้ก็เสียเวลาเปล่า ที่เราทำตะกรุดนี้มาเพื่อใช้เรื่องการขอใช้เรื่องการอธิษฐานโดยเฉพาะ ใช้เร่งใช้เรียกให้มาไวๆแบบนี้

    ตะกรุดจินดามณีมันตรานี้ผู้บูชาจะใช้เรียกสิ่งใดรบกวนPMแจ้งพอสังเขปด้วย พ่ออาจารย์จะได้เปลี่ยนแปลงนะที่อยู่ด้านในทั้งหลายให้ตรงความประสงค์ของผู้บูชาต่อไป

    ตะกรุดมันตราจินดามณีเรียกลาภ ร่วมทำบุญบูชาดอกละ 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • SAM_39261.jpg
      SAM_39261.jpg
      ขนาดไฟล์:
      3.8 MB
      เปิดดู:
      319
    • SAM_39231.jpg
      SAM_39231.jpg
      ขนาดไฟล์:
      3.1 MB
      เปิดดู:
      148
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ถามท่านเเล้ว ถ้าเต็มสูตรคงจะไม่เล็กเลย คงจะยาวพอประมาณ เพราะมีจำนวนยันต์ถึง8ยันต์ด้วยกัน ต่างกันที่รายละเอียดในเเต่ละเเบบการลง เมื่อทั้ง8พระยันต์มาประกอบกันถึงจะเรียกว่ามหาบุรุษ8จำพวกแบบเต็มสูตร

    คำว่ามหาบุรุษแปดจำพวกนี้ ไม่ได้หมายถึงพระราชา อำมาตย์หรืออะไรเเบบที่นิยายเขาเขียนขายของ เเต่หมายถึงพระอริยบุคคลที่ได้คุณธรรมทั้ง8จำพวก อันได้แก่
    - โสดาปัตติมรรค
    - โสดาปัตติผล
    - สกิทาคามิมรรค
    - สกิทาคามิผล
    - อนาคามิมรรค
    - อนาคามิผล
    - อรหัตมรรค
    - อรหัตผล

    หนึ่งพระยันต์ก็เป็นตัวแทนของระดับคุณธรรมเบื้องต้น 1 ระดับ รวมกันเป็นแปดพระยันต์แทนคุณธรรมทั้ง 8 ระดับ ประกอบเป็นมหาบุรุษ 8 จำพวก

    ที่นิยมลงกันก็เพียงตัวย่อเเบบตัวผู้ตัวเมียเพียงเท่านี้ ก็ใช้ได้เเล้ว ท่านอธิบายมาประมาณนี้ครับ

    พิมพ์ตกไปหน่อย เหตุที่พลิกหน้ามือเป็นหลังมือทำเรื่องเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นได้ เพราะคุณธรรมทั้ง8นี้ สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นอริยบุคคลได้ คุณธรรมทั้ง8นี้ สามารถยังความมืดให้กลับเป็นสว่างได้ เป็นปริศนาธรรมที่ผู้ใดได้พบคุณธรรมทั้ง8นี้ ก็จะประสบเเต่ความเจริญรุ่งเรือง ไม่มีวันตกต่ำลงมาอีกเเล้ว ที่ใดที่มีคุณธรรมทั้ง8ปรากฏอยู่สถานที่นั้นก็จะงอกงามเจริญรุ่งเรืองเเม้เเต่เทพยดาก็จะมารักษาทุกเช้าค่ำเป็นพระยันต์ที่เมื่อลงเต็มสูตร ก็จะเป็นตามที่กล่าวมาเป็นปริศนาธรรมชั้นเลิศที่กล่าวสรรเสริญคุณธรรมทั้ง8ระดับของพระพุทธศาสนา ที่ถูกถอดเเละนำมาจารึกไว้ในรูปแบบของอักขระยันต์ การลงให้ประสิทธิทัั้ง8พระยันต์ก็มีขั้นตอนที่พิศดารที่ไม่สามารถกล่าวได้ พ่ออาจารย์ท่านเปรียบการลงพระยันต์ทั้ง8นี้ไว้ อุปมาเหมือนกับการสร้างบ้านแปลงเมืองทีเดียว

    พิมพ์ตกอีกนิดหน่อย ท่านว่าเเม้เเต่ในตำราของอ.เทพ สาริกบุตร ที่มีบันทึกพระยันต์ทั้ง8ไว้ ก็ยังมีการบังอักขระ ถ้าไม่ได้เรียนเเละสืบทอดมาจริง สำหรับยันต์มหาบุรุษ8จำพวกนี้ ก็เป็นอันว่าเลิกคิดไปได้เลย ที่ทำกันก็เป็นเพียงตัวย่อเหลือ2พระยันต์ตัวผู้ตัวเมียเท่านั้น ในบันทึกทั้ง8พระยันต์ของอ.เทพก็มีการบังอักขระเอาไว้อีก สำหรับการทำนี้ พ่ออาจารย์บอกว่าถ้าต้องการตัวเต็มจริงๆ ให้ไปรีดเเผ่นทองคำ หรือแผ่นเงินเเท้ๆมาท่านถึงจะลงให้
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    เปิดจอง สีผึ้งมหากำเนิดตลับครู (พรายยาแฝด) 9 ตลับ

    รายการนี้คุ้มค่าสมการรอคอยจริงๆ

    หลายๆคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมพ่ออาจารย์ถึงชอบทำของทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม เหตุผลท่านอธิบายไว้ว่า สมัยนี้บ้านเมืองมันร้อน ทั้งอากาศทั้งจิตใจผู้คนมันร้อนไปหมด มีเเต่เรื่องราวทะเลาะเบาะเเว้งมิได้รู้จบสิ้น จะทำของให้เขาไปรบราฆ่าฟันกันทำไม ทำของเมตตา ทำให้คนรักให้คนชอบเเบบนี้เเหละดี พอคนเขาเมตตาเราอะไรๆมันก็จะดีตามไปหมด

    สีผึ้งมหากำเนิดนี้ ยุ่งยากตั้งเเต่การสร้างการเสกทีเดียว อธิบายง่ายๆคือยากตั้งเเต่การเลือกไม้ที่จะนำมาเเกะเป็นโยนีเเละลึงค์(พ่อปู่เเม่ย่าเลยทีเดียว) พ่ออาจารย์ได้ออกไปพลีเเละตัดไม้มะยมด้วยตัวเอง โดยไม้มะยมนี้ท่านใช้ไม้มะยมอาถรรพ์ กล่าวคือ มีศพหญิงสาวถูกฝังอยู่ในบริเวณที่ปลูกถึง3ศพ ท่านติดต่อชาวบ้านในละเเวกนั้นจึงรู้ว่าที่มาของศพเหล่านี้ไม่ธรรมดา ที่ตายท้องกลมก็มีและอื่นๆ พ่ออาจารย์ได้ทำบุญสวดส่งวิญญาณให้กับวิญญาณเหล่านั้นเพิ่มเติมก่อนขออนุญาติพลีไม้มะยมตัดกิ่งที่ชี้ไปทางทิศตะวันออกมาทำการเเกะเป็นโยนีและลึงค์(พ่อปู่เเม่ย่า)

    เมื่อทำการเเกะเเล้ว พ่ออาจารย์ได้นำมาเสกก่อนครั้งหนึ่ง ผมมีโอกาสได้เห็น ท่านกำลึงค์ทั้ง9ชิ้นนี้มาใส่มือผม ท่านบอกว่าอยู่นิ่งๆคอยดูนะ ปรากฏว่าลึงค์ที่วางอยู่บนมือผมทั้ง9ชิ้นนี้ ค่อยๆดิ้นไปดิ้นมาทีละชิ้นสองชิ้นอย่างน่าประหลาด ถ้าเป็นบนมือพ่ออาจารย์จะไม่สงสัยเลยเเต่นี่คือมือเรา มันหมุนไปหมุนมาเหมือนมีชีวิต หลังจากนั้นพ่ออาจารย์จึงนำลึงค์และโยนี(พ่อปู่เเม่ย่า)เเช่ในน้ำมนต์ที่ท่านทำพิเศษเพื่อชุบให้มีชีวิตเเละเเรงกว่าเดิม และท่านได้เพียรเป่าคาถาเพิ่มเติมทุกวัน

    หลังจากได้ลึงค์เเละโยนี้เเล้ว ท่านได้นำไม้ช่อฟ้าสมัยสมเด็จโตวัดระฆังที่เหลือเป็นชิ้นเล็กๆจากการเเกะองค์พระ มาทำการเเกะปูตัวเล็กๆขึ้นมา ท่านบอกว่าจะเสกให้คลานได้ทีเดียว เมื่อแกะได้ครบ9ตัวเเล้วท่านก็นำลงเเช่ในน้ำมนต์พร้อมลึงค์และโยนีเหล่านั้น ค่อยๆเสกของท่านไปเรื่อยๆ ท่านบอกว่าปูนี้ดีมีก้ามที่ใหญ่โตหนีบอะไรเเล้วไม่หลุดง่ายๆ ที่เราทำปูเพราะนอกจากเรื่องโชคลาภเงินทองแล้ว คนใช้เป็นเขาจะรู้ ปูนี่ดีมากๆ อยากให้หนีบใคร พอหนีบได้เเล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจไปจากเราเเน่นอน ยิ่งนี่เป็นปูที่เเกะจากเศษไม้ช่อฟ้าเก่าวัดระฆังด้วยเเล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ว่าจะสูงเเละเเรงขนาดไหน เอาง่ายๆตอนเสกเสร็จก่อนท่านจะฝังลงตลับ ท่านได้เอามือของท่านจุ่มลงไปในน้ำมนต์ ท่านเรียกให้เราดู ปรากฏว่าปูนี้เกาะอยู่ตรงเเขนท่าน 1 ตัว ก็แล้วกัน คงจะเป็นคำพูดที่ว่า เราจะเสกจนมันคลานได้นั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านทำสีผึ้งนี้ขึ้นเป็นตลับครู 9 ตลับโดยเฉพาะ เป็นสีผึ้งเฉพาะว มวลสารมีดังนี้

    เริ่มจากได้บูชายาแฝดและยาสั่งของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ท่านทำไว้สมัยเป็นฆราวาสซึ่งไม่สามารถเอ่ยนามได้ มาอย่างละชนิดซึ่งค่าครูก็เเรงเอาเรื่อง คือชนิดละ 10,000 บาท
    หลังจากได้ยาทั้งสองชนิดมาเเล้ว จึงนำยาวาสนาจินดามณีของวัดกลางบางแก้วมาตำโขลกผสมกันทั้งสามอย่างแล้วจึงกดพิมพ์เป็นพระขุนแผน หลังจากนั้นจึงปลุกเสกตั้งธาตุและอาการ32เรียกจิต ใส่มนต์ทางด้านเมตตามหาเสน่ห์สายเขมรและอีสานล้วนๆ พอเสกเสร็จถึงกับอุทานว่านี่มันมีผงกระดูกผีใช้คุณผีด้วยนี่หว่า ก่อนมอบให้กลับมา นำมาบดเป็นผงละเอียด


    เมื่อได้ผงยาสำเร็จมาเเล้วจึงนำมาผสมกับน้ำมันพรายหัวเชื้อชนิดเข้มข้น ที่เอาไว้ใช้งานเฉพาะกิจคือใช้ป้ายโดยเฉพาะ ซึ่งขอสงวนนามพระอาจารย์ผู้สร้าง เพราะท่านไม่ได้ออกให้บูชาเป็นการเฉพาะ

    หลังจากนั้นจึงนำสีผึ้งขวางตะวันของหลวงพ่ออึ่ง วัดเชิงหวาย ซึ่งหมดไปนานเเล้วมาผสม สีผึ้งนี้ว่ากันว่าแรงกว่าน้ำมันพรายเพราะหลวงพ่ออึ้งท่านใช้รังผึ้งที่ปิดตาพระพุทธรูปมาเคี่ยวสร้างกันเลย

    เมื่อผสมมวลสารทุกอย่างดีเเล้วสิ่งสุดท้ายจะขาดไปไม่ได้เลย นั่นคือสีผึ้งเขียวแท้ๆของหลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง สุดยอดมหาเสน่ห์หนึ่งในเเผ่นดินแม้เพียงหัวก้านไม้ขีดก็มีพุทธคุณสูงสุดทางด้านลุ่มหลงเเล้ว ซึ่งสีผึ้งเขียวนี้ พ่ออาจารย์พลได้มอบให้มาประมาณหนึ่งหัวเเม่มือ(หัวแม่โป้ง)คิดเอาว่าเยอะขนาดไหน เพื่อผสมเป็นหัวเชื้อในการจัดสร้างครั้งนี้
    หลังจากนั้นจึงกวนผสมมวลสารทั้งหมดเป็นหัวเชื้อสีผึ้ง ก่อนจะนำไปผสมกับสีผึ้งดับตะวันที่หุงด้วยน้ำมันช้างตกมันตอนเกิดสุริยคราสเมื่อปี 2538


    สีผึ้งตลับครูนี้ จะฝังตะกรุด 6 ดอก แต่ละดอกจะตอกโค้ดกำกับทุกดอก ประกอบด้วย
    1. ตะกรุดบัวบังใบ ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ลงเต็มสูตร ตัวเล็กละเอียดยิบดังในภาพเป็นหนึ่งในตะกรุดที่เเรงด้านเสน่ห์ชนิดเชื่อขนมกินได้ ให้ภาวนาคาถาใช้กำกับตะกรุดดังนี้ อูมมะศิวลึงค์กำลังจะหึงสวาโหม โอมพิศวาสหลงไหล พิศมัยแนบเนื้อใจจิตคิดถึงเคล้าลึงวิญญา นาสังสิโม พาจิตใจให้ร้อนรน สังสิโมนา ให้รัญจวนป่วนปั่นคะนึงคิดระลึกถึงกูอยู่มิวาย สิโมนาสัง คลุ้มคลั่งใจร้อนพิศวาสอาวรณ์ร้อนรนทนอยู่มิได้ กอดรัดมัดสวาทติด เอหิเสน่หามะมึงมามา นะฝ่าโยนี ทะทิ่มแทง อิตถีโยปุริโส เตชะนารี อุมิอะมิ
    2. ตะกรุดมหาละลวย หนึ่งในตะกรุดเอกที่ใช้ด้านเสน่ห์เมตตาเเต่โบราณ ให้ภาวนาคาถาใช้กำกับตะกรุด ดังนี้ ปถมังพินธุกังชาตัง นะกกุสันโธ นะละลวยหันตวา ทุติยังทันทเมวะจะ โมโกนาคมโน โมละลวยหันตวา ตติยังเภทะกัญเจวะ พุทกัสสโปพุทธัสสะ พุทธละลวยหันตวา จัตตุกังอังกุสัมภะวัง ธาโคตโม ธาละลวยหันตวา ปัจจมังสิรสังชาตัง ยะอริยเมตตัยยังยะละลวยหันตวา ตรีนิกัตวานะ นะการังปัญจะสัมภวัง
    3. ตะกรุดนะฉัพพัณณรังษี(นะหน้าทองตำรับประดู่โรงธรรม) ภาวนาคาถาใช้กำกับตะกรุด ดังนี้ นะสุวัณโณนมัสสิตวา โมกาโรมณิโชตกัง พุมธาโรสังขเมวะจะ ธากาโรสุริยังเอวะ ยะกาโรมุขเมวะจะ สะทะมะมัง มังมะสะทะ กรณียเมตตสุตตัง เมตตากรุณามุทิต่อุเบกขาจิตตัง เชยยนารี จักกวัตติราชา มโนโจรังไมตรีจิตตัง
    4. ตะกรุดเงาะถอดรูป ภาวนาคาถาใช้กำกับตะกรุด ดังนี้ นะกาโรกุกุสันโธสิโรมัชเฌ โมกาโรโกนาคมโนนลาฏิเต พุทธกาโรกัสสโปเทวะกัณเณ ธากาโรสิริศากยมุนีทะเวเนตเต ยะกาโรอริยเมตตรัยโยชิวหาทิเต ปิโยเทวมนุสสานัง ปิโยพรหมมานมุตตโม ปิโยนาคะสุปัณณานัง ปินินทรียังนะมามิหัง
    5. ตะกรุดนะอกแตก ภาวนาคาถาใช้กำกับตะกรุด ดังนี้ นะพุทธังเทพลำจวน นะจังงงโมจังงัง พุทธหลงใหลอ่อนระทวยไปทั่วกายา ธาท้าวพระยาแล่นหารักใคร่ ยะหญิงสาวแก่แม่หม้ายร้องให้มากอดรัดมัดสวาทติด เห็นหน้ากูนั่งนิ่งอยู่บ่มิได้ร้องไห้มาหากู เอหิพุทธัง เอหิธัมมัง เอหิสังฆัง พุทธังรักกันจนวันตาย ธัมมังอย่าคลาย สังฆังตามมา นาสังสิโม สังสิโมนา สิโมนาสัง โมนาสังสิ สัพพเมตตา สัพพกรุณา สัพพเสน่หา ประสิทธิเม
    6. ตะกรุดสาลิกาป้อนเหยื่อ ภาวนาคาถาใช้กำกับตะกรุด ดังนี้ โอม กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา สังวิธาปุกะยะปะ อิตถีโยปุริโสวาสมาคโม เอหิอาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ มาตาปิตุอุปัตถานัง ปุตตะทาระสังคโห พุทธังเสน่หา ธัมมังเสน่หา สังฆังเสน่หา อินทะเสน่หา พรหมเสน่หา เทวตาเสน่หา ราชาเสน่หา อัคคะมเหษีเสน่หา มนตรีเสน่หา ปัญฑิตเสน่หา ปุริสสเสน่หา อิตถีเสน่หา พาณิชโชเสน่หา พาณิชชาเสน่หา สัพเพชนา พหูชนา สัพพะเสน่หาจะปูชิโต สัพพทุกขัง สัพพโกรธัง วินาสสันตุ อมละลวยมหาละลวยงวยงงจงใจรักแก่กู เอหิจิตตังจิตตังพันธัง ปิยังมะมะ


    เฉพาะตะกรุดเหล่านี้ก็คุ้มเเล้ว บางที่ลงดอกใหญ่ๆไม่เต็มสูตรให้บูชาดอกละพัน-5พันก็ยังมี พ่ออาจารย์ลงอย่างละเอียด เพียรจารละเอียดยิบเห็นเเล้วดูมีเสน่ห์มากๆ เพียรจารเก็บไว้เพื่อจะสร้างทั้ง9ตลับนี้

    สีผึ้งนี้เป็นยอดเสน่ห์เเละเมตตามหานิยมอย่างเเรง เนื่องจากแกะจากไม้ที่มีอาถรรพ์ในตัวทั้ง 2 ชนิด เป็นรูปพ่อปู่เเม่ย่า รูปแห่งการกำเนิดสัญลักษณ์ต้นสายที่เเสดงถึงภาวะของแม่เเละพ่อ เป็นศิวลึงค์ของพระศิวะเเละโยนีของพระเเม่อุมา ซึ่งพ่ออาจารย์ได้ใช้วิชาประสระโลหิต(ประสระเลือด)ในการสร้างเเละเสกนับได้ว่าหาไม่ง่ายเลยที่ครูบาอาจารย์จะยอมพลีเลือดของตัวเองลงในวัตถุมงคลแบบนี้ พ่ออาจารย์บอกว่านอกจากเป็นเสน่ห์ชนิดขอได้ดังใจเเล้ว ยังเเก้ทางคุณไสยมนต์ดำลมเพลมพัดเมื่อเจอกับสัญลักษณ์ทั้งสองนี้ก็เป็นอันเสื่อมหมดอำนาจทันที

    เอาเป็นว่าเป็นของดีที่พ่ออาจารย์ตั้งใจสร้างซึ่งมีจำนวนเพียง 9 ตลับเท่านั้น ด้านหลังตลับลงจารมือด้วยนะเฑาะมหาเสน่เเละนะทางเสน่สำคัญต่างๆอีก6นะ ทางนะเวียนวง นะรำไร นะเสน่หาเป็นต้น

    เป็นวัตถุมงคลที่มีเเรงครูสูงสร้างเเละเสกยากมาก พ้นจากตลับครู9 ตลับนี้ก็จะไม่มีให้ได้เห็นกันอีกแน่นอน เมื่อจะใช้เจาะจงกับผู้ใดให้ตั้งจิตรนิมิตรูปบูคคลผู้นั้นกำลังโดนก้ามปูยักษ์หนีบเเน่นไม่สามารถคลายออกได้ เเล้วเดินทางไปหาเขาเถิด สำเร็จทุกประการทีเดียว

    ใครจะบูชารบกวนPMมาคุยกันก่อนบอกจุดประสงค์ในการใช้การบูชา ขนาดตลับจะใหญ่กว่าสีผึ้งพรายยาแฝดที่ท่านเคยทำถวายหลวงพ่อสมบูรณ์ประมาณเท่านึง สีผึ้งนี้พ่ออาจารย์ทำให้สามารถเลี่ยมพกเป็นพวงกุญแจได้หรือเอาใส่ในกระเป๋ากางเกงก็ได้ หากใครสงสัยว่ามีพรายมั๊ย ท่านเพียงเเค่ใช้เป็นเชื้อ เเต่พรายไม่มีเหลือนานเเล้ว เพราะท่านอุทิศส่วนกุศลทำบุญให้ไปผุดไปเกิดตามเวรกรรมเขาเเล้ว หากจะมีก็เป็นพยนต์ที่ท่านผูกขึ้นมารักษาพ่อปู่แม่ย่าเท่านั้น

    เปิดจอง สีผึ้งมหากำเนิดตลับครู (พรายยาแฝด) 9 ตลับทำบุญบูชาตลับละ 6,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • SAM_3919.JPG
      SAM_3919.JPG
      ขนาดไฟล์:
      8.7 KB
      เปิดดู:
      126
    • SAM_3931.JPG
      SAM_3931.JPG
      ขนาดไฟล์:
      5.4 KB
      เปิดดู:
      80
    • SAM_3932.JPG
      SAM_3932.JPG
      ขนาดไฟล์:
      5.6 KB
      เปิดดู:
      103
    • SAM_3929.JPG
      SAM_3929.JPG
      ขนาดไฟล์:
      7.5 KB
      เปิดดู:
      95
    • SAM_3930.JPG
      SAM_3930.JPG
      ขนาดไฟล์:
      7.1 KB
      เปิดดู:
      89
    • SAM_3933.JPG
      SAM_3933.JPG
      ขนาดไฟล์:
      8.6 KB
      เปิดดู:
      120
    • SAM_3918.JPG
      SAM_3918.JPG
      ขนาดไฟล์:
      3.4 KB
      เปิดดู:
      99
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    พระสมเด็จบรมครูยิ้มรับฟ้า(เกศทะลุซุ้ม) ไม้ช่อฟ้าวัดระฆัง

    เล่นพระสมเด็จ เสร็จทุกราย


    วลีดังกล่าวข้างต้น ผู้ที่เล่นพระเครื่องน่าจะคุ้นเคยกันดี พระสมเด็จวัดระฆังนั้นเป็นยอดปรารถนาของผู้ที่เล่นพระทุกคน ว่าซักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ครอบครอง จะเนื่องจากพุทธคุณที่เป็นตำนานเล่าขาน หรือราคาที่เเสนไกลเกินเอื้อมกับคนธรรมดา กล่าวได้ง่ายๆว่าถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่1 ยังซื้อพระสมเด็จวัดระฆังสวยๆไม่ได้ และที่สำคัญของปลอมได้ระบาดจนเเม้เเต่เซียนเองก็ยังเคยเสียเงินหลักล้านซื้อขายพระปลอมก็มี

    พ่ออาจารย์พลได้พิจารณาถึงปัจจัยตรงนี้ และคิดว่า คนเรานั้นที่ต้องการพระสมเด็จไว้บูชา เขาต้องการเพื่ออะไร ถ้าต้องการใส่อวดผู้อื่นแบบของเก่า อันนี้เราทำให้ไม่ได้ แต่ถ้าต้องการพุทธานุภาพเเละพลังพุทธคุณ อันนี้เราเองพอจะสงเคราะห์เขาได้

    พ่ออาจารย์พล ได้เดินทางไปวัดระฆังเพื่อทำการเสี่ยงทายว่า ท่านจะสร้างพระสมเด็จองค์ครูฝากชื่อไว้กับเเผ่นดินนี้ จะมีบุญทำได้ซักกี่องค์ กระปุกที่ใส่กระดาษตัวเลขมีตั้งเเต่1-100 พ่ออาจารย์หยิบได้เลข 8 ก็น่าแปลก ทำให้พระสมเด็จรุ่นนี้จะมีจำนวนการสร้างเเค่ 8 องค์ โดยทำจากไม้ช่อฟ้าวัดระฆังที่ท่านได้รับมอบมาในสมัยสมเด็จโตยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง

    เป็นที่ทราบกันเเต่ต้น ว่าพ่ออาจารย์นับถือสมเด็จโตเป็นครูใหญ่ และมีชาติภพที่ผูกพันธ์เป็นศิษย์ก้นกุฏิมานับเเต่อดีต เเละญาณทัศนะของท่านก็เชื่อมต่อเเละสื่อถึงกันได้อย่างน่าประหลาด เมื่อท่านคิดจะสร้างเเละทำก็ย่อมต้องเชิญครูต้นคือองค์สมเด็จมาทำมาเสกเองอยู่เเล้ว แต่ครั้งนี้ พ่ออาจารย์มีดำริว่า เรามีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่ง พระสมเด็จที่เราจะทำนี้ เราต้องการให้มีคุณภาพมากกว่าที่สมเด็จครูท่านทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ถึงตรงนี้ท่านบอกว่าท่านไม่ได้วัดรอยเท้าครูบาอาจารย์ไม่คิดนำตนเองไปเสมอหรือไปเปรียบกับสมเด็จ เเต่ท่านบอกว่าเราจะขอให้สมเด็จท่านทำให้ดีกว่าสมัยที่ท่านทำตอนมีชีวิตอยู่ เชิญองค์ท่านลงมาทำเอง ใช้สื่อใช้ความผูกพันธ์ที่ศิษย์และอาจารย์จะไม่ทิ้งกันในทุกภพทุกชาตินี่เเหละเชิญท่านมา ก็เป็นอันว่าเเน่นอนเเล้ว ว่าสมเด็จนี้ไม่ธรรมดา

    พ่ออาจารย์แกะสมเด็จทีละองค์ เป็นพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่เกศทะลุซุ้ม ท่านบอกว่าเพื่อให้คนใช้ไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตเขาแบบทะลุทะลวงด้วยบารมีของพระพุทธเจ้าซึ่งไม่มีสิ่งอื่นใดจะสูงส่งหรือดีกว่า บอกกันง่ายๆเลยว่าพระทั้ง8องค์ท่านแกะเสร็จแล้ว แต่การเสกนั้นเสกเรียงองค์ อีกนานกว่าจะเสร็จ เพราะท่านจะเสกองค์ต่อองค์ด้วยโองการพระพุทธเจ้า 108 จบ โองการพระพุทธเจ้า5พระองค์อีก 108 จบ คาถาชินบัญชรอีก 108 จบ ก่อนจะเชิญสมเด็จโตมาเสกอีกครั้ง

    ผงเเละของที่ฝังด้านหลังนี้ ท่านทำให้องค์ต่อองค์ ท่านเล่าว่า สมัยสมเด็จโตยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะลบผงวิเศษทั้ง5ประการบรรจุใส่กระปุกเล็กๆติดตัวติดย่ามท่านไว้เสมอ เวลาลูกศิษย์ตำพระตำมวลสารสร้างสมเด็จกัน เมื่อตำเเล้วท่านก็จะนำผงที่ท่านพกนี่เเหละหย่อนลงไปครกละนิดละหน่อย เกิดเป็นสมเด็จวัดระฆังที่มีคุณภาพจนกลายเป็นตำนานขนาดนั้น ผงนี้สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ตกทอดมาถึงหลวงปู่หิน หลวงปู่นาค ท้ายที่สุดก็มาถึงมือพ่ออาจารย์พล(ขอสงวนที่มา)

    พ่ออาจารย์ได้ผสมผงที่ใช้อุดหลังพระสมเด็จทีละองค์ชนิดองค์ต่อองค์ โดยใส่ผงวัดระฆังดั้งเดิมที่สมเด็จโตลบไว้ทุกองค์ ตักใส่ขนาดช้อนเล็กๆเข้มข้นผสมผงวิเศษที่ท่านลบถมไว้ ผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่ที่ว่า1ช้อนชาสร้างพระได้พันองค์ นี่ทำองค์เดียวท่านตักเกือบครึ่งช้อนคิดเอาเเล้วกัน เเละยังมีผงว่านที่ท่านบดรวมไว้รวมถึงผงรังต่อด้วย

    เฉพาะผงวิเศษทั้ง5ประการของสมเด็จโต ผงมหาจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่ ผงลบถมพ่ออาจารย์พล สิ่งเหล่านี้ก็มีคุณภาพเป็นเอนกอนันต์เเล้ว คิดดูว่าเเม้เเต่สมเด็จโตท่านสร้างพระครกหนึ่งยังผสมไม่ถึงช้อนนี่ทำองค์เดียว พ่ออาจารย์ทำให้ขนาดนี้ เห็นเเล้วซึ้งใจมากๆเลย เพราะคนที่ได้ไปเขาจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ว่าสิ่งที่เขาได้สิ่งที่เขาถืออยู่ครูบาอาจารย์ใช้ใจทำตั้งใจทำขนาดไหน เเต่ท่านก็ทำให้ดีที่สุดไว้ก่อน เพราะผสมผงออกมาฝังเเล้วใครก็เเยกไม่ออกแต่ท่านทำของท่านกับมือ ผมพิมพ์บรรยายยังไงก็คงไม่เห็นภาพ เอาง่ายๆว่าผงสมเด็จโตนี้เคยมีนักทำพระมาขอซื้อท่าน โดยขอตักเเค่1ช้อนแกง ให้ช้อนละเเสนก็เเล้วกัน เเต่ท่านก็ไม่ได้ขายเเละไม่เคยนำออกมาผสมสร้างอะไรเลย จะนำออกมาใส่เป็นหัวเชื้อบ้างก็เเค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น ผสมผงที่ท่านลบเช่นนี้เป็นต้น

    หลังจากทำความเข้าใจกับผงที่อุดหลังพระเเล้ว มาดูของที่ฝังบ้าง องค์นี้ฝังเเร่เหล็กไหลประกายรุ้งเเละตะกรุด 4 ดอก ตะกรุด4ดอกนี้ บรรจุดวงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ของพระพุทธเเจ้า และดวงชะตาของสมเด็จโต ดวงของพระพุทธเจ้าดวงของมหาบุรุษที่เกิดมาก็เป็นใหญ่ในโลก ได้ตรัสรู้ประกาศศาสนาค้นพบสิ่งที่สำเร็จได้ยาก บรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดเเห่งวัฏฏสงสารเข้าสู่การดับขันธ์ปรินิพพาน เหล็กไหล7สีประกายรุ้งนี่ก็มีพุทธคุณทุกๆด้านอยู่เเล้ว มีดวงชะตาสมเด็จโตจารึกลงไปอีกยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเลย พ่ออาจารย์ตั้งใจให้ใช้เป็นองค์เปรียบเป็นตัวแทนท่านทีเดียว สามารถบอกกล่าวได้สื่อถึงได้

    พระทั้ง8องค์นี้ บอกได้เลยว่าฝังไม่เหมือนกันซักองค์ อลังการทุกองค์ เอาเป็นว่าคนที่ได้ครอบครองเมื่อได้รับเเล้วเขายิ้มได้ เขาภูมิใจที่เขาได้เเน่นอน เป็นยอดวัตถุมงคลที่พ่ออาจารย์ตั้งใจสร้างออกมาอย่างเต็มภาคภูมิ เฉพาะเนื้อไม้ช่อฟ้า ในพระอุโบสถหนึ่งๆนั้นอะไรจะสูงกว่าช่อฟ้าเป็นไม่มี เเถมช่อฟ้านี้ยังอยู่ในสมัยสมเด็จโตผ่านพิธีเสกที่ท่านอธิฐานจิตมาเเล้วนับไม่ถ้วน พระสมเด็จวัดระฆังเสกเสร็จก็เเจกออกเเต่ช่อฟ้านี้เสกอยู่อย่างนั้น เมื่อนำมาทำมาประจุผงเราเสกเเล้วยังเชิญองค์ท่านมาเสกอีก จะไม่ดีจะไม่เต็มได้อย่างไร

    วิธีบูชา
    ทุกวันพฤหัสบดี ถวายหมากพลู น้ำเปล่า น้ำชา พวงมาลัยมะลิ ให้แก่พระสมเด็จตั้งจิตมอบถวายบูชาคุณพระพุทธเจ้า หรือพระประธานยิ้มรับฟ้าของวัดระฆังเเละบูชาคุณของสมเด็จโต จากนั้นให้สวดคาถาชินบัญชรถวาย คาชินบัญชรนี้ถ้าสวดทุกวันได้จะยิ่งดีมาก ควรสวดตอนเช้าได้ทุกวันยิ่งดี


    พระสมเด็จนี้ถึงทำเสร็จเเล้วเเต่การเสกเรียงองค์ก็ค่อนข้างใช้เวลามาก ดังนั้นจึงรอกันเเบบใจเย็นๆได้เลย เพื่อให้ท่านได้ของดีที่สุดคุ้มค่ากับเงินที่ท่านเสียจริงๆซึ่งปัจจัยส่วนนี้ในอนาคตพ่ออาจารย์จะนำไปใช้เกี่ยวกับการขุดการบูรณะพระเจดีย์สมัยพระนางจามเทวีสืบต่อไป ใครได้เป็นเจ้าของ 1 ใน 8 องค์ก็เก็บไว้ให้ดี ใช้กันสืบลูกสืบหลาน เป็นพระประจำตระกูลได้เลย

    พระสมเด็จบรมครูยิ้มรับฟ้า(เกศทะลุซุ้ม) ไม้ช่อฟ้าวัดระฆัง ทำบุญบูชาองค์ละ 10,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • SAM_39361.jpg
      SAM_39361.jpg
      ขนาดไฟล์:
      3.7 MB
      เปิดดู:
      404
    • SAM_39371.jpg
      SAM_39371.jpg
      ขนาดไฟล์:
      4 MB
      เปิดดู:
      179
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ตะกรุดดอกจันทร์

    สืบสานตำนานโบราณไทย สุดยอดมหาตะกรุดอันเกรียงไกร

    ด้วยความเมตตาของพ่ออาจารย์พล ที่ต้องการทำสืบสานอนุรักษ์วิชาการสร้างตะกรุดดอกจันทร์ไว้ไม่ให้สูญหาย ท่านจึงได้ทำยอดของดีที่จะกลายเป็นตำนานไปเสียเเล้วขึ้นมา

    ตะกรุดดอกจันทร์นี้เป็นวิชาเก่าเก็บของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ที่ทำยากเเละสร้างยากมาก แม้เเต่ในสมัยหลวงปู่ยิ้มเองก็ไม่ปรากฏว่าท่านจะทำเเละประสิทธิให้กับใครซักเท่าไหร่นัก ต้องเป็นคนดีและเหมาะกับยอดของขลังชิ้นนี้จริงๆถึงจะได้

    พ่ออาจารย์พลใช้เวลาค้นหามวลสารอยู่นานกว่าจะรวบรวมได้ครบ เพื่อสร้างสุดยอดมหาตะกรุดในตำนานนี้ ท่านว่าสร้างมหาระงับเต็มสูตรยังง่ายกว่านี้100เท่า

    การทำตะกรุดดอกจันทร์นั้น เมื่อลงยันต์บังคับหน้าหลังเสร็จเเล้ว จะต้องลงถมด้วยไตรสรณคม สัตตโภชฌงค์ นวหรคุณ และทศพลญาณ

    - พระไตรสรณคมนั้น หมายถึง พุทธรักษาดอกเหลือง ธรรมรักษาดอกขาว สังฆรักษาดอกแดง
    - สัตตโพชฌงค์ หมายถึง ใบไม้รู้นอนทั้ง 7 สิ่ง ได้เเก่ใบชุมแสง ใบสมิ ใบระงับ ใบหิ่งหาย ใบกระเฉด หญ้าใต้ใบ ใบกระถิน
    - นวหรคุณ หมายถึง เครื่องหอมทั้ง9 อันประกอบด้วย จันทร์แดง จันทร์ขาว กฤษณา กลำพัก ขอนดอก ชะมด พิมเสน อำพันทอง น้ำมันหอม
    - ทศพลญาณ หมายถึง ชันนางโรง ดินสอกำบัง รังหมาร่าปิดพระกรรณ เกษรศรีมหาโพธิ ไคร่เสมา ผงมูลกัจจายน์ ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห ใบไมยราพ ดอกรักซ้อน



    กล่าวง่ายๆว่า ตะกรุดดอกจันทร์นั้นทำโคตรยาก เเถมยังต้องพอกผงบังคับถึง4รอบด้วยกันถึงจะสำเร็จ

    เมื่อสำเร็จเเล้วจะเป็นตะกรุดวิเศษตามที่หลวงปู่ยิ้มพรรณณาสรรเสริญไว้ว่า ตะกรุดดอกนี้วิเศษนักแล ถ้าผู้บูชาจะปรารถนาสิ่งใดก็จะได้สมดังความปรารถนาแล ให้ลงตะกั่ว เอาด้วยสาวพรหมจารีที่ชื่ออยู่เเละชื่อคงทำเป็นสาย

    ถ้าจะไปป่ากันเสือกันช้างกันสัตว์ร้ายต่างๆ ถ้าจะไปทางน้ำกันสัตว์ในน้ำจะทำร้ายเรามิได้เลย

    ถ้าจะไปหาขุนนางท้าวพระยาทั้งปวง(ผู้ใหญ่) ให้เอาตะกรุดสวมศรีษะภาวนาไปว่า เมตตัญจะสัพพโลกัสมิง

    ถ้าจะให้เป็นที่รักแก่มนุษย์เเละเทวดาทั้งหลายไม่ว่าหญิงหรือชาย ให้ภาวนา เมตตัญจะสัพพโลกัสมิง วันละ 3 เวลา เทวดาเเละมนุษย์จะรักใคร่สรรเสริญนักหนาแล

    ถ้าเป็นคดีความให้เอาตะกรุดนี้สวมศรีษะแล้วภาวนาว่า อนัตตา ความสูญแล

    ถ้าเข้ารณรงค์สงครามให้เอาตะกรุดนี้สวมศรีษะแล้วบริกรรมว่า อรหัง สารพัดแคล้วคลาดอาวุธทั้งปวงแล

    ถ้าเดินทางกลางคืนให้เอาตะกรุดนี้คล้องศรีษะ บริกรรมว่า ปฏิลิยะฏิ คนทั้งหลายมิเห็นเราเลย ป้องกันสารพัด อสรพิษทำร้ายเรามิได้

    ถ้าจะสะกดให้หลับ ให้เอาตะกรุดเคียนศรีษะเข้าเเล้วเข้าไปทางหัวนอนให้บริกรรมว่า อหังเห..(กันคนเอาไปใช้ไม่ดีขออนุญาติไม่พิมพ์) แล้วฝ่าไปตามช่องฝา ชนทั้งหลายหลับสิ้น ถึงตื่นก็พูดมิออกเลย(ขโมย หรือร่วมรักหลับนอนกับผู้อื่น)เอาไปใช้ครูต้นท่านสาปแช่งไว้รุนแรงมาก

    ถ้าเป็นไข้ให้เอาตะกรุดนี้ใส่บาตรน้ำมนต์ เสกด้วยหัวใจสัตตโพชฌงค์ สะธะวิปิปะสะอุ จึงเอาน้ำอาบกินหายไข้แล

    ตะกรุดนี้กันโจรเสือช้างปีศาจกันไฟ กันเสนียดจัญไรกันภัย กันการกระทำ คงทนเขี้ยวงาทั้งปวงดีนักแลให้ลงในฤกษ์วันจันทร์เพ็ญ

    กล่าวง่ายๆสั้นๆว่าเป็นตะกรุดที่ใช้ได้ครอบจักรวาลของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ที่ทำยากเเละเสกยากมาก

    วัตถุมงคลนี้ผมจะไม่ลงรูปยันต์บังคับทั้งหน้าหลัง กันคนฉลาดเอาไปสร้าง เอาเเค่ว่าเชื่อใจพ่ออาจารย์พลได้ว่าไม่มีสุกเอาเผากินเเน่นอน

    สำหรับตะกรุดดอกจันทร์นี้ ในสมัยหลวงปู่ยิ้ม ท่านจะมอบให้กับศิษย์รักจริงๆเท่านั้นไม่ได้ออกจำหนายหรือมอบให้ใครง่ายๆ เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมนั้น ใครต้องการบูชาตะกรุดดอกจันทร์จากพ่ออาจารย์ ท่านให้ขออนุญาติท่านเป็นการส่วนตัวก่อน(ไม่ใช่เรื่องเยอะ เพราะมันทำยาก กว่าท่านจะหาผงลบผงเเต่ละชนิดได้ไม่ใช่ของง่าย)

    ตัวตะกรุดท่านลงเก็บสะสมเอาไว้ ตั้งเเต่จันทร์เพ็ญที่ผ่านมาเสมอๆ ไม่ต้องห่วงลงในฤกษ์ทุกดอก เมื่อมีคนบูชาท่านจะนำมากพอกผงทีละชนิดจนครบทั้ง4ขั้นตอน เป็นตะกรุดดอกไม่ใหญ่มาก ประมาณ 4*4 นิ้ว ลงยันต์บังคับหน้าหลังเต็มสูตรละเอียดยิบ(รูปที่เอาลงนี้ผมเอารูปตะกรุดที่เพิ่งพอกผงชั้นเดียวมาดุเป็นตัวอย่าง)

    เมื่อจะใช้ ให้ระลึกถึง หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว และพ่ออาจารย์พลเป็นที่สุดเถิด

    ร่วมทำบุญบูช่า ตะกรุดดอกจันทร์ ดอกละ 5,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • SAM_3787.JPG
      SAM_3787.JPG
      ขนาดไฟล์:
      3.3 MB
      เปิดดู:
      146
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    คาถา พระเจ้า 28 พระองค์

    ตังเมสะทิโก มังสุเรโส อะปะนา ปะสุสุปิ อะทะสิติ ปุวิสิเว กุโรกะโค นะมามิหัง

    พ่ออาจารย์พลคัดลอกมาจากลายมือหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว พระคาถานี้เป็นหัวใจพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ ถ้าผู้ใดได้พบเป็นบุญของผู้นั้น ผู้ใดได้ภาวนาไว้จะเกิดบุญกุศลมาก แลภาวนากันอาวุธอันตรายได้ทุกประการ ใช้ปลุกเสกเครื่องรางทั้งปวงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าจะเสกน้ำมันทาตัวให้เป็นคงทนชาตรีให้เสก10จบ เสกเกลือกินก็ได้เสก 9 จบ เสกน้ำมันดิบทาบาดแผลทั้งปวง

    ถ้าจะผจญด้วยศัตรูให้ภาวนาพระคาถานี้ทำอันตรายเรามิได้ ถ้าไปศึกทางเรือ อาวุธทั้งหลายผิดสิ้นแล

    ถ้าเขาตามมา ให้เสกไม้ขว้างไว้ตามมามิได้เเล ถ้าจะเเหกหนีไป ให้ปิดปากเอามืออุดจมูกทั้งกลั้นหายใจภาวนา ศัตรูทำร้ายเรามิได้

    ถ้าเขาล้อมเรือนเราไว้จะหนี ให้เขียนตัวนะลงบนฝ่ามือ เสกด้วยคาถานี้ 7 จบ เสกด้วยนะโมพุทธายะอีก 7 จบแล้วตบที่หน้าผาก กลั้นใจเอาลิ้นดุนเพดานปากไว้ภาวนาลงไปเถิดมิเห็นตัวเราเลย

    เคล็ดวิชาวันละเล็กละน้อย เมื่อจะใช้ให้ระลึกถึงคุณหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว เจ้าของวิชาเป็นที่สุดก็จะประสิทธิทุกประการ
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    หลายๆคนอาจงงว่าทำไมพ่ออาจารย์ออกวัตถุมงคลเยอะจัง

    ท่านทำให้ดู ให้รู้ ทำแบบอนุรักษ์สรรพวิชาเเต่เก่าก่อน อันไหนที่ไม่มีคนทำ ท่านก็ทำเพื่อไม่ให้มันหายไป ไม่ต้องมาบูชากับท่านก็ได้ แค่ดูก็พอ เพราะว่าบางอย่างที่ลงที่ทำก็ทำยาก ไอ้ที่เห็นจารไม่เยอะอาจจะเสกยากกว่าไอ้ที่จารเยอะๆก็ได้ บางอย่างก็เป็นของที่ครูบาอาจารย์แต่โบราณหวงเเหนมากๆ ท่านก็ทำให้ดู ว่ามีดียังไงทำไมท่านถึงหวงไม่ยอมให้คนบูชาง่ายๆ

    ตะกรุดทั้งหลายที่จะอกมาช่วงนี้ ก็จะเป็นวิชาโบราณๆที่ถูกลืมไปแล้ว หรือไม่ครูบาอาจารย์ก็หวงเเหนไม่ค่อยถ่ายทอดสืบต่อให้ใคร ไม่ยอมทำออกให้ใครบูชาเป็นต้น ก็ดูไว้ประดับความรู้ ถ้าจะบูชาก็ค่อยมาว่ากันอีกที
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ตุลาคม 2014
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ตะกรุดแทนครูพลิกฟ้า (พุทธกัน)

    วิธีการใช้ตะกรุดแทนครูนี้ พ่ออาจารย์คัดมาจากลายมือหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว

    ตะกรุดเเทนครูนี้ เป็นสุดยอดวิชาตะกรุดในสายปรมาจารย์ใหญ่คือหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ที่ทำให้ใครเเต่ละครั้งนั้นต้องมีปาฏิหาริย์ มีเรื่องราวพิศดารปรากฏขึ้นทุกครั้ง(ครูแรง)

    ตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่า ถ้าลงในน้ำก็ดำน้ำทำ ถ้าลงในดินก็ปิดถ้ำทำ เราเองก็ไม่ปรารถนาจะลงให้ใครง่ายๆ เพราะเป็นของสูงค่าคู่ควรกับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน

    ตะกรุดเเทนครูนี้เป็นตะกรุดมหากันที่ใช้กันได้ทุกอย่าง เคราะห์โศกโรคภัยทุกชนิด ท่านว่าเมื่อลงต่อให้ฝนกำลังตกก็ต้องอุดฟ้าทำถึงจะสำเร็จ ถ้าคนทำอุดฟ้าไม่ได้อย่าได้คิดจะทำ

    พ่ออาจารย์ท่านทำอย่างฉลาด เพราะจะให้ท่านดำน้ำจารตะกรุดด้วยสังขารท่านคงไม่ไหว ท่านใช้ขันตักน้ำมนต์ใส่มาเเช่เเล้วลงเเทน ส่วนเคล็ดในการปิดถ้ำทำท่านก็ปิดประตูหน้างต่างทุกบานเเล้วตั้งอารมณ์มหาอุตม์ลงในบางส่วน

    ช่วงนี้ฟ้าฝนตกบ่อย เเละผมก็ได้เห็นอะไรดีๆกับตา ระหว่างไปรอท่านทำตะกรุด ฝนที่ตกหนักรอบๆ เเต่ไม่ตกบริเวณบ้านท่านซักเม็ด เเต่บ้านข้างๆซ้ายขวาเปียกเเฉะ พอท่านลงม้วนเสร็จเท่านั้นเเหละฝนเทกระหน่ำตกนานกว่าที่อื่น(คงจะเป็นคำว่าต้องอุดฟ้าทำ ถ้ากันฟ้ายังไม่ได้จะไปกันอะไรใครได้) ถามท่านว่าไม่เก็บไว้เสกหรอครับ ท่านว่าใช้ได้เเล้ว เราไม่ได้ลงเองนะ เชิญหลวงปู่ยิ้มท่านมาลงให้

    พุทธคุณของตะกรุดนี้ เมื่อลงแล้ว ใครมีวิชามาจากไหนจะเเก้หรือคัดถอนมิได้เลย กันสารพัดภัยอันตรายทั้งปวง สารพัดศัตรูตัวร้ายทำร้ายเรามิได้เลย

    แม้นจะไปที่ไหนแห่งหนใดเขาปองร้ายเรามิได้ มีชัยชนะแก่ศัตรูทั้งหลาย เป็นมหาจังงังคงทนแคล้วคลาดอาวุธทั้งปวง

    แม้จะไปในที่ใดๆท่านให้เอาแป้งหอมน้ำมันหอม เจิมที่ตะกรุดนี้ แล้วเอาแป้งที่เจิมนั้นมาใส่เกล้าใส่หัวเราจึงไปเถิด ดีนักแล

    ถ้าจะปรารถนาสิ่งใดใดทั้งหลายในโลกก็ดี ท่านให้เอาแป้งหอมน้ำมันหอม เจิมที่ตะกรุดแล้วเอามาทาที่หัวใจ ความปรารถนาใดๆย่อมได้สมหวังแล

    เป็นเมตตามหานิยมอย่างประเสริฐ ดุจดังแก้วมิสามารถประเมินค่าได้เลย

    ตะกรุดนี้ลงให้ชมเป็นวิทยาทาน เพราะอยู่ระหว่างถักเชือกรอท่านคลุกผงเฉพาะที่ท่านเพิ่งตำเพิ่งผสมเสร็จอีกรอบ

    เนื่องจากเป็นของสูงเป็นสิ่งเเทนครูวิชาในสายหลวงปู่ยิ้ม ถ้าผู้ใดคิดจะรับไว้บูชาก็ต้องมาคุยกันก่อน การลงผู้ทำตะกรุดนี้จะมีผลต่อสภาพอากาศเเละธรรมชาติ จึงไม่สามารถลงเล่นๆหรือลงให้ได้ทั่วไป

    ตะกรุดนี้ผมจะลงภาพที่ท่านจารเสร็จหน้าหลัง คร่าวๆไม่ขยายใหญ่นัก กันคนอ่านเเล้วเอาไปทำ เพราะวิชานี้ต้องสืบทอดมาจริงๆเท่านั้นถึงจะทำได้ อักขระทุกตัวทุกยันต์เป็นอักขระบังคับหน้าหลังเต็มสูตรทั้งหมด

    รายการนี้ลงให้ชมเป็นวิทยาทาน ช่วงนี้ผมให้ท่านฟื้นตำราเก่าๆวิชาเก่าๆที่ท่านเรียนมา ทำเครื่องรางไว้ อย่างน้อยผมก็จะได้เก็บ เดี๋ยวนี้ไปไหนเห็นตะกรุดมีกันอยู่ไม่กี่ชนิดชื่อซ้ำๆกันหมด ก็เลยอยากได้ของดีเเบบที่ครูสมัยโบราณท่านทำกันจริงๆ

    ตะกรุดแทนครูพลิกฟ้า (พุทธกัน) ให้ทำบุญบูชาดอกละ 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ตุลาคม 2019
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ปโชตา พระคาถาทั้ง14บท

    จะขอพิมพ์แบบเดิมๆเพื่ออรรถรสในการอ่าน เป็นการเขียนลายมือเเบบหลวงปู่ยิ้ม อาจจะค่อนข้างอ่านยากเเละตกหล่น การเขียนแบบโบราณๆ

    สิทธิการิยะ พระคาถาทั้ง14บทนี้ บางเกิดในเมืองลงกาทวีป นักปราชญ์และผู้วิเศษทั้งหลาย มีความปราถนาจะให้บังเกิดความเจริญแก่พระมหากษัตริย์ คือพระยาเทวานัมปิยะดิษ จึงเลือกเอาพระพุทธคุณที่วิเศษ ประกอบขึ้นเป็นพระคาถา 14 บท ถวายแก่พระพุทธเจ้า เทวานัมปิยะดิษ พร้อมด้วยอุปเท่ด้วย

    พระเจ้าเทวานัมปิยะดิษ เธอก็ทรงเล่าเรียนเอาพระคาถานี้ไว้ แล้วทรงสวดมนภวานาเป็นเนืองนิจ ก็ได้บังเกิดพระยศพระเกียรติตะบะเดชะ ปรากฏไปทั่วทิสานุทิส เสวยราชสมบัติยืนนานจีรังกาลอยู่ในเมืองอะนุราชบุรี ลังกานั้น

    จึงมีพระมหาเถรเจ้าองค์หนึ่ง ชื่อพระมหาชัยมงคลเถรเจ้า เธอมีศีลบริสุทธิ ได้ไปไหว้พระทันตธาตุถึงเมืองลังกา เธอมีความปราถนาจะให้เป็นผลประโยชน์ แก่พระมหากษัตริย์ในชมภูทวีป

    เธอจึงขอเอาพระคาถาทั้ง14บทนี้้ มาถวายแก่สมเด็จพระพรหมไตรโลกเจ้า สมเด็จพระพรหมไตรโลกเจ้าจึงถวายแก่พระมหากษัตริย์ในชมภูทวีป และพระมหากษัตริย์ก็ได้เรียนเอาไว้ สวดมนต์ภาวนาเป็นนิจ กาลก็ได้จำเริญพระยศพระเกียรติปรากฏไปทั่ว ต่างประเทศต่างก็อ่อนน้อมมาสู่พระราชสมภาน มิอาจจะแข็งอยู่ได้เลย ด้วยเดชะนุภาพพระพุทธมนทั้ง14บทนี้แล

    อธิบายว่า ท้าวพระยามหากษัตริตราธิราชและสมณพราหมณ์ เศรษฐีคหบดีทั้งหลาย ผู้ใดปราถนาซึ่งประโยชน์และความสุขในโลกนี้ ทั้งสามนี้ไซร้ ให้เรียนซึ่งคาถานี้ โดยอุปเทด์กระทำให้ชำนาญ แลสาทยายไว้ทุกวันเป็นเนืองนิตรมิได้ประมาศ

    และกษัตริย์พราหมณ์เศรษฐีกฏุมภีทั้งหลายนั้น ก็จะถึงซึ่งความศิริสวัดดิภาพ หาโรคาพาธมิได้ แลอาจกระทำให้เป็นที่เกรงขามแก่ข้าศึกสัตรู มีอายุยืนยาววัฒนาถาวร มีชัยชนะเเก่ข้าศึก ปรากฏไปในทิศสานุทิศต่างๆ

    บรรดาคนทั้งปวงมาอยู่ในอำนาจแห่งตนด้วยเดชะพระคาถานี้ คนทั้งหลายก็น้อมนำเอาบรรณาการมาให้ ได้รับความสุขตราบเท่าถึงการกำหนดสิ้นชนมาด้วยอำนาจพระคาถาทั้ง14บทนี้แล

    พระคาถาทั้ง14บทนี้ ชื่อจุทัสสะคาถา ไหว้นมัสการพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แก้วทั้งสามประการเป็นมหาวิเสสนักแล สำหรับองค์พระมหากษัตริย์เจ้าได้ทรงสาธยายสวดมนต์ภวานาทุกวันทุกค่ำเช้าเป็นนิจไป จะได้บังเกิดเป็นกุศลผลบุญยิ่งนัก ด้วยเดชะพระคาถา14บทนี้ ให้จำเริญยศ เกียรติ รักษาสิริสมบัติบังเกิดธนลาภ ประสิทธิชัยชนะตะบะเดชะสวัสดิมงคล สตรูพินาศและเทพยาดาทั้งหลาย ย่อมคุ้มครองรักษา ครั้นเมื่อถึงกาลดับขันธ์ จะได้ผ่านสวรรค์เทวโลกแล้วจะได้มาผ่านพิภพในมนุษย์(เกิดเป็นกษัตริย์)โลกนี้ และแม้จะไปบังเกิดที่ใดๆก็จะได้เป็นใหญ่เเก่คนทั้งหลายแล

    ๑.ปถมคาถา
    ปะโชตา ธัมมะภา โหตุ โชติวะโร สะตะวะโห
    ตะวะริโย สุวะตาภา ธะโร โยโค จ สุ สัมมา

    ๒.ทุติยคาถา
    โคโนชิโย โยชิโนโค โนทาตุโส โสตุทาโน
    ชิตุโนมะ มะโนตุชิ โยโสมะติ ติมะโสโย

    ๓.ตติยคาถา
    นะมามิตัง นะระวะรัง นะเยหิสะ นะรามะรัง
    เนตะวา มะตัง ปะระติรัง นิพพุโต สัพพิ โย ปะรัง

    ๔.จตุตถคาถา
    โนธิโร มุนิโน มะโน โนมะโน ธะมะโน ธิโน
    โนทิโนถะกะมาเตโน เตโตมาโรวิโรธิโน

    ๕.ปัญจมาคาถา
    กะรุณาธิ กะจิตตัตโถ กะตัดโถ สะกะ ธัมมะโต
    กะตะนะเม กะพุทธัสสะ กะตัญชุลิง กะโรมะหัง

    ๖.ฉัฏฐมคาถา
    มะโนชิโต มะโตชิโน มะโนภิโน มะโนธิโร
    มะโรธิโน มะโนตะโร มะโรตะโน

    ๗.สัตตมคาถา
    นะมามิ นาถังวะระทัง วะราทัง อะโนมะเกหา ภินะตัง ภะวัคคัง
    กุมาระนาสัง วะราทังนะรานัง อะกามะเทหา ภินะตัง ภะวัคคัง

    ๘.อัฏฐมคาถา
    โย โพธิปัตโต วะระโท มะรานัง เทวาติเทโว ภิตะมาระนาโส
    โยโพธิปัตโต สะระโส มะลานัง โอวาทะเทตัง ภินะมามินาถัง

    ๙.นวมคาถา
    โย เทติเทวะเทโวคัง มัคคังโนคคงผะลังตะโต
    นะมามิตัง ระหะมัคคัง โนโสปาเล ติทายะโก

    ๑o.ทสมคาถา
    นะมามิพุธธัง ตะมะหังธิโย ธิโย นะมามิธัมมัง ตะมะหังชิโย ชิโย
    นะมามิสังฆัง ตะมะหังริโย ริโย นะมามิติคคัง ตะมะหัง ภิยโย ภิยโย

    ๑๑.เอกาทสมคาถา
    นะยะสะนายะโก ปะชามะพุเชกา นะราภะมะหาติ
    พุทธาปะโมมะ นะยะสะนายะโกชิวิชะโย นะยะสะนายะโกวิมะโล วิโมมะโก

    ๑๒.ทวาทสมคาถา
    มุนิโน วะทะนาตายะ ปะโพเธตุ ปะชาปะชัง
    มุนิโน วะทะนาตายะ ปะโพเธตุ ปะชาปะชัง

    ๑๓.เตรสมคาถา
    สิริกิระณะ กิระโน ภาสะปาทังทวะอัคคัง สิริกิระณะภิมานัง มาระมันตังวิธังมัง
    สิริกิระณะมิเกตัง มิเกตุมิกังติโลเก สิริกิระณะกะรัตตังโลกะนาถัง นะมามิหัง

    ๑๔.จุททสมคาถา
    ติโลกะ มัคคา หะนะโก มะตัง นะโย สัพพะทะโย มะหะสะมะ ปะธังสะยิ
    ติโลกะ มัคคา หะนะโก มะตัง นะโย ปัตเตวะ นิพพานะ ปุรังปะเวสะโย

    ลงให้ขนาดนี้ เห็นบ่อทองก็ควรลงมือขุด รีบๆท่องเรียนเเละสวดไว้ทุกเช้าค่ำ ชาติหน้าเกิดมาได้ไม่ลำบาก ใครก็ทำแทนเราไม่ได้นะครับ สวดแล้วเป็นประโยชน์แก่ตัวก็ทำไปเถอะดีกว่าเอาเวลาไปเสเพล อย่างน้อยก็ได้ตั้งสติบูชาคุณพระรัตนตรัย:cool:
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ตุลาคม 2014
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    คาถา ปลุกเสกของ(วิทยาทาน)

    ให้ท่องอาราธนาก่อนใช้พระเครื่องเเละเครื่องรางทั้งปวง ประสิทธินักแล

    * เอหิพุทธานุภาเวนะ เอหิธัมมานุภาเวนะ เอหิสังฆานุภาเวนะ เอหิพุทธังมาเรโส เอหิธัมมังมาเรโส เอหิสังฆังมาเรโส ถะมาโทมะมัง นะเรนะรัง นะเรพุทธังวะจะนังมะมะ เอหิพุทธัง กูจะครอบกูจะครอบ เอหิธัมมัง กูจะครอบกูจะครอบ เอหิสังฆัง กูจะครอบกูจะครอบ เอหิพุทธัง กูจะสูบกูจะสูบ เอหิธัมมัง กูจะสูบกูจะสูบ เอหิสังฆัง กูจะสูบกูจะสูบ เอหิพุทธัง กูจะปลุกกูจะปลุก เอหิธัมมัง กูจะปลุกกูจะปลุก เอหิสังฆัง กูจะปลุกกูจะปลุก
    * กูจะปลุกหมื่นมนต์ พระยามนต์ กูจะปลุกหมื่นยันต์ พระยายันต์ กูจะปลุกคาถาทั้ง84,000อักษร อักขระ41ตัว อะอาอิอีอุอูเอโอ กะขะคะฆะงะ จะฉะชะฌะยะ ฏะฐะฒะนะ ตะถะทะธะนะ ปะผะภะพะมะ ยะระละวะสะหะละจะอัง กูจะสูบไว้ในดวงจิตกู มั่วสุมประชุมกันเข้า เป็นกำแพงแก้วภายในภายนอก บรรดากูจะออกปาก สิทธิทั้งหลาย มนุสสโตวา อมนุสสโตวา พุทธังคัจฉะติ ธัมมังคัจฉะติ สังฆังคัจฉะติ อย่าช้าอาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ในสถาน ทิเนฐาเนติฏฐะติ พระพุทธายะ พระธัมมายะ พระสังฆายะ สหัสสโกฏิพรหมมา ติเทวานัง ตังตัง มังมัง รักขันตุ สัพทา อิมังกายพันธนังอธิฏฐามิ พุทธังประสิทธิเม ธัมมังประสิทธิเม สังฆังประสิทธิเม สิทธิวาจา มหายะสัง สิทธิเตชา มหายะสัง พุทธังสัจจัง ธัมมังสัจจัง สังฆังสัจจัง สิทธิวันทา นะมามิหัง สิทธิกิจจัง สิทธิวาจัง สิทธิกัมมัง สิทธิตะถาคะโต สิทธิเตโช ชะโยนิจจัง สิทธิลาโภ นิรันตะรัง สิทธิวันทา นะมามิหัง สัพพะสิทธิ ภะวันตุเม
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,118
    ค่าพลัง:
    +22,462
    บุญทำ กรรมแต่ง

    วันนี้จะยกเรื่องเล็กๆที่จดไว้จากบันทึกพ่ออาจารย์มาพิมพ์นะครับ

    พูดถึงกรรม คนเราทั้งหลายจะรู้สึกไม่ดีทันที รู้สึกกลัวกันมาก จนลืมพิจารณาไปว่ากรรมนั้นแยกเป็นทั้งดีเเละชั่ว กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลหนึ่งได้เพียรกระทำสั่งสมมาและก็จะสนองคืนเเก่เขา ตามกฏแห่งกรรมที่ใครๆเขาก็พูดกันว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

    ทีนี้เรามาดูกันบ้าง คนสมัยนี้นิยมเสดาะเคราะห์ต่อชะตาตัดกรรม กรรมมันตัดกันได้ด้วยงั้นหรือ พระพุทธเจ้ายังไม่พ้นกรรมเเล้วเกจิอาจารย์ที่ไหนช่างหาญกล้ามาตัดกรรมแก่เราได้

    บางคนก็มีความเข้าใจผิด ทำดีทำเพื่อชะลอกรรมชั่วในอดีต ทำเพื่อลบล้างกรรมในอดีต มันลบล้างกันไม่ได้ มันก็เหมือนตะกอนที่อยู่ในน้ำ จะเอาน้ำเติมไปให้มากเท่าไหร่ ตะกอนมันก็นอนก้นอยู่อย่างนั้น เมื่อใช้น้ำหมดตะกอนก็ย่อมจะฟุ้งกระจายขึ้นมา เฉกเช่นเดียวกัน เปรียบกันได้เห็นชัดเจน

    การทำดี เพื่อจะลดทอนกรรมหนักให้เบาลงนั้น ที่จริงมันทำไม่ได้ จะได้เเค่กรรมดีที่เราทำมันจะสนองก่อน สุดท้ายก็ไม่พ้นกรรมชั่วสนองอยู่ดี ดูอย่างพระโมคคัลาน์สิ ท่านมีฤทธิ์เลิศเป็นเอกหาตัวจับยากถึงปานนั้น เวลากรรมชั่วตามสนองปกติท่านจะเหาะหนี เเต่สุดท้ายท่านก็ยอมรับโดยดียอมโดนทุบจนตาย ตายเเบบทรมานกระดูกแตกทั้งร่างเพราะมันหนีไม่ได้นี่ขนาดพระอรหันต์ที่ทรงฉฬภิญญาอรหันตานุภาพนะ ใครมันจะใหญ่เกินกรรมใครจะหนีกรรมได้ ส่วนตัวของเรา เราเห็นว่าที่ไปตัดกรรมมันเป็นเรื่องไร้สาระมากเสียเวลาเเละเสียเงินทองเปล่าๆ

    ถ้าอยากให้กรรมชั่วตามสนองช้าประสบความสุขก่อน ก็ทำดีมากๆ มันลบล้างไม่ได้เเต่มันก็ยังชดเชยกันได้ เเต่กรรมชั่วไม่ได้หมดไปนะ มันก็รอเวลาสนองอยู่ดี ดูอย่างพระโมคคัลลาน์สิกลับตัวกลับใจทำดีเเล้วบวชจนสำเร็จอรหันต์แล้วพอถึงเวลากรรมก็ยังตามท่านอยู่ดี นี่คนเรา ถ้าใจกล้าคิดว่าตัวเองเป็นบุรุษชาติอาชาไนยเกิดมาไม่ง้อฟ้าง้อดินเชื่อกฏแห่งกรรมมั่นใจการกระทำตัวเองนะ เวลากรรมตามทันก็รับไปเลย อธิษฐานไปเลย เอาให้มันหมดในชาตินี้ จะเรื่องร้ายเเรงเรื่องเเย่เเค่ไหนรับไปเลย เราไม่ลงนรกเเล้วใครมันจะลงนรก ไม่ต้องไปกลัวมัน มันคือผลการกระทำของเราเเต่อดีต ทำอะไรไว้เราควรรับผิดชอบด้วยตัวเราเองให้มันหมด ให้มันจบ

    ทีนี้เราจะผจญกรรมด้วยอะไร เราควรใช้สติ สติที่เราฝึก ที่เราได้จากสมาธิวิปัสสนานี่แหละใช้ผจญโรคเวรโรคกรรมได้ดีนัก ค่อยๆใช้สติพิจารณาความทุกข์ที่เข้ามา หาสาเหตุและตั้งใจแก้ไข สตินี้ดีกว่าพรของท้าวสักกเทวราชเสียอีก แล้วเธอก็จะผ่านห้วงกรรมที่ถาโถมอย่างไม่ยากเย็นอะไรเลย ไม่รู้สึกละอายบ้างหรอที่ต้องทำบุญเหมือนคอยตั้งใจซื้อบุญเพื่อชะลอกรรม คนแบบนี้ก็ทำไม่ถูก จะรังเเต่ผูกเวรผูกกรรมให้ทบถมขึ้นเป็นทวีคูณ ชาติหน้าก็ใช้ไม่หมดเเถมยังต้องเจอหนักกว่าเดิมเสียอีก

    ฝากไว้เป็นข้อคิดเล็กๆ เตือนใจตนเองนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...