ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า:

    “หากคุณไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป การยอมรับตรง ๆ ว่าคุณไม่รู้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย

    ท่ามกลางสิ่งที่น่าจะเป็นวิกฤตความมั่นคงด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยเผชิญมา ผมยังไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว และผมตั้งใจจะรักษาสถิตินั้นต่อไป เพราะผมเชื่อว่าการนิ่งเงียบก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสาร

    สำหรับผม การนิ่งเงียบคือการยอมรับอย่างถ่อมตนว่าผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่แค่วันพรุ่งนี้ แต่แม้กระทั่งอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าก็ตาม ดังนั้น หากคุณไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณก็ควรถ่อมตัวพอที่จะบอกว่า ‘ผมไม่รู้’ และผมก็อยากรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง รวมถึงความเคารพที่ผู้คนมีต่อผมไว้

    และนี่คือแก่นแท้ของสถานการณ์ในวันนี้ มีปัจจัยมากมายที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ มีความไม่แน่นอนมากมายเหลือเกิน... หากคุณไม่รู้ ก็จงเงียบไว้ การนิ่งเงียบก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารเช่นกัน”

    https://www.facebook.com/share/p/19AUoFzieE/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เนทันยาฮูไม่ยอมหยุดยิง โยนต้นเหตุมาจากฮิซบอลเลาะห์

    "เบนจามิน เนทันยาฮู" นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่า รัฐบาลอิสราเอลยังไม่ได้อนุมัติการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางเจรจาระหว่างอิสราเอลกับรัฐบาลเลบานอน เนื่องจากขณะนี้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงต่อต้านข้อตกลงดังกล่าว

    สื่ออิสราเอลรายงานโดยอ้างคำกล่าวของเนทันยาฮูระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีความมั่นคง เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีว่า

    "ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลง ฮิซบอลเลาะห์ยังคงคัดค้าน ดังนั้นผมจึงยังไม่ตัดสินใจตามข้อตกลง หากพวกเขาหยุดยิง ผมจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาอนุมัติ"

    ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน เพื่อยุติการสู้รบที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศ.


    https://www.facebook.com/share/p/1Qm3oToGmo/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หวานเจี๊ยบอีกราย !! หลังญี่ปุ่นปล่อยเงินกู้ให้ เขมรสูงถึง 6,908 ล้านเยน (ประมาณ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,570 ล้านบาท) เพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของเขมรโดยมีการประมูลเพียง 1 รายที่ได้โครงการไป
    .
    รายงานข่าวจากสื่อสำนักข่าวของกัมพูชาว่า ถนนเส้นนี้ ระยะทางเพียง 517 เมตร ที่กำลังก่อสร้าง ณ หมู่บ้านบองโกง ตำบลอำปิล อำเภอประสาทบากอง จังหวัดเสียมราฐ ทำมสูงถึง 20 ล้านดอลล่าห์ หรือประมาณ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 690 ล้านบาท ) ระยะทางเพียง 517 กิโลเมตร หนาเพียง 0.15 ซม ก่อนเสนอ 344,399,700 เรียล ประมาณ (2,816,438.51 บาท)
    .

    อ้างอิงจากสำนักข่าวในเขมรและข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศเขมร

    ตอนทำสัญญากู้
    https://www.mfaic.gov.kh/en/media/v...extension-of-japanese-yen-loan-for-f-22-08-27

    ตอนเจรจา
    https://www.facebook.com/share/p/1BD5be88Ms/

    ตอนทำถนน
    https://www.information.gov.kh/articles/194434

    คลิปตอนมันทำ
    https://www.facebook.com/share/v/1Kn9VmqTDB/

    https://www.facebook.com/share/1XpNcmTCYw/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พาไปดูฝั่งมันติดอรัญประเทศ ทหารเรารู้หมดแล้ว เพราะเรามีตาทิพย์ แต่คนทั่วไปยังไม่รู้ อาจจะไม่เห็นภาพ วันนี้เอามาให้ดูครับ บังเกอร์เขมรยาวตลอดแนว 500 เมตร เยอะแยะไปหมด

    จริงๆคลิปยาวกว่านี้ครับแต่ขอตัดมาเท่านี้ก่อน

    https://www.facebook.com/share/v/1H7zx866cu/

    https://www.facebook.com/share/18XuEeExzz/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A.mp4
      ขนาดไฟล์:
      3.6 MB
      เปิดดู:
      207
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คลัง "ล้างบางสวัสดิการซ้ำซ้อน" เตรียมใช้ ‘ภาษีเงินได้ติดลบ’ ภายใน 2 ปี เปลี่ยนระบบแจกเงินถ้วนหน้า สู่ช่วยเหลือเฉพาะคนที่เดือดร้อนจริง

    6 มิถุนายน 2569 #กระทรวงการคลัง เตรียม #ปฏิรูประบบสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ด้วยการผลักดันระบบ #ภาษีเงินได้แบบติดลบ หรือ Negative Income Tax (NIT) ให้เริ่มใช้งานจริงภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายสำคัญใน #การจัดระเบียบสวัสดิการภาครัฐ ลดความซ้ำซ้อนของสิทธิประโยชน์ และเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือจากการแจกแบบเหมารวม ไปสู่การช่วยเหลือตามระดับความจำเป็นของแต่ละบุคคล
    .
    นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ระบบ NIT จะกลายเป็นกลไกหลักใน #การดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อยในอนาคต โดยรัฐจะใช้ข้อมูลรายได้จริงของประชาชนเป็นตัวกำหนดว่าใครควรเป็นผู้เสียภาษี และใครควรได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
    .
    หลักการสำคัญของระบบนี้คือ “คนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์จ่ายภาษี ส่วนคนที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ” แตกต่างจากระบบปัจจุบันที่ใช้เกณฑ์คัดกรองเฉพาะบางโครงการและมีสวัสดิการกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานจนเกิดความซ้ำซ้อน
    .
    ปัจจุบันรัฐมีโครงการช่วยเหลือประชาชนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #เบี้ยผู้สูงอายุ #เบี้ยผู้พิการ #เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด หรือ #โครงการช่วยเหลือเฉพาะกิจต่าง ๆ แต่ละหน่วยงานต่างเก็บข้อมูลของตนเอง ทำให้บางคนได้รับสิทธิหลายช่องทาง ขณะที่บางคนที่เดือดร้อนจริงกลับตกหล่นจากระบบ
    .
    ระบบ NIT เปรียบเสมือนการสร้าง “ศูนย์ข้อมูลกลาง” ที่รวบรวมข้อมูลรายได้และสถานะชีวิตของประชาชนทั้งหมดไว้ในที่เดียว เพื่อให้รัฐมองเห็นภาพรวมว่าแต่ละคนควรได้รับการช่วยเหลือแบบใด และมากน้อยเพียงใด
    .
    ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ระบบใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะได้รับสิทธิได้เพียงอย่างเดียว แต่สามารถได้รับหลายสิทธิพร้อมกันได้ หากสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความจำเป็นจริงของแต่ละบุคคล
    .
    หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้ คือการยุติแนวคิด “แจกเท่ากันทุกคน” ที่เคยถูกวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณสูงแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างตรงจุด
    .
    ภายใต้ระบบใหม่ นโยบายลักษณะแจกเงินคนละ 2,000 บาท หรือช่วยเหลือแบบเท่ากันทั้งประเทศ อาจถูกลดบทบาทลง เพราะรัฐบาลต้องการใช้งบประมาณให้ตรงเป้าหมายมากที่สุด โดยผู้ที่มีปัญหาแตกต่างกันจะได้รับการช่วยเหลือแตกต่างกัน
    .
    เบื้องหลังการปฏิรูประบบครั้งนี้ กระทรวงการคลัง เร่งพัฒนาโครงสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 40 ฐานข้อมูลเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลภาษี ประกันสังคม ทะเบียนราษฎร สิทธิรักษาพยาบาล ข้อมูลผู้พิการ ผู้สูงอายุ และข้อมูลด้านสวัสดิการอื่น ๆ
    .
    เมื่อระบบสมบูรณ์ ประชาชนทุกคนจะต้องเข้าสู่ระบบการยื่นข้อมูลรายได้และภาระทางการเงิน เพื่อให้รัฐสามารถประเมินสถานะทางเศรษฐกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
    .
    ในอนาคต การยื่นภาษีอาจง่ายขึ้นอย่างมาก เพราะข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ ผู้ใช้งานอาจเพียงตรวจสอบความถูกต้องและกดยืนยันข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลเท่านั้น
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์มองว่า แนวคิด Negative Income Tax ไม่ใช่เรื่องใหม่ในเวทีโลก โดยหลายประเทศได้นำหลักการคล้ายคลึงกันมาใช้เพื่อสร้างระบบสวัสดิการที่แม่นยำ ลดการรั่วไหลของงบประมาณ และช่วยให้รัฐสามารถดูแลผู้มีรายได้น้อยได้ตรงจุดมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของไทยคือความถูกต้องของฐานข้อมูล และการยอมรับจากประชาชน เนื่องจากการจัดระเบียบสิทธิใหม่อาจกระทบต่อผู้ที่เคยได้รับสิทธิบางอย่างในอดีต จนนำไปสู่แรงต้านทางสังคมและข้อถกเถียงทางการเมืองในอนาคต
    .
    อีกประเด็นที่หลายฝ่ายจับตาคือเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลประชาชน เนื่องจากระบบ NIT จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากในการประเมินสิทธิ จึงต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวดและโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม
    .
    แม้มีความท้าทายอยู่ไม่น้อย แต่กระทรวงการคลังเชื่อว่าระบบ NIT จะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับสังคมสูงวัย และลดปัญหาความซ้ำซ้อนของสวัสดิการที่สะสมมานาน โดยถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบรัฐสวัสดิการไทยในยุคดิจิทัล
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/17fJrpy439/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราชการไทยเร่งติดอาวุธ AI ปั้นข้าราชการยุคใหม่ 7 ทักษะดิจิทัล รับมือภัยไซเบอร์-ดันบริการออนไลน์เต็มรูปแบบภายในปี 2570

    6 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเดินหน้า #ปฏิรูประบบราชการ ครั้งใหญ่ รับมือโลกยุคดิจิทัลและ #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยแผน #ยกระดับทักษะบุคลากรภาครัฐ ทั่วประเทศ ภายใต้กรอบ “7 ทักษะดิจิทัล” วางเป้าหมายให้หน่วยงานราชการเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2570 ลดขั้นตอนงานเอกสาร ลดภาระประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ได้แก่...
    .
    Digital Literacy : ความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
    Digital Governance : การปฏิบัติตามและใช้กฎหมายด้านดิจิทัล
    Digital Leadership : ภาวะผู้นำด้านดิจิทัล
    Digital Technology : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนางาน
    Digital Service : การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบริการ
    Data Utilization and Sharing : การใช้ประโยชน์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน
    Cyber Security : ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
    .
    นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูประบบราชการที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยนำ #เทคโนโลยีดิจิทัล และ #AI เข้ามาช่วยลดงานประจำที่ซ้ำซ้อน เช่น การจัดการเอกสาร การตรวจสอบข้อมูล และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการสามารถทุ่มเวลาไปกับการวิเคราะห์ปัญหา วางนโยบาย และพัฒนาบริการสาธารณะที่ตอบโจทย์ประชาชนได้มากขึ้น
    .
    ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐทั่วโลกต่างเร่งปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล หลังเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการให้บริการประชาชน ขณะที่ประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดจากระบบราชการแบบดั้งเดิมที่มีขั้นตอนจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนต้องเสียเวลาในการติดต่อราชการ และทำให้ต้นทุนการบริหารภาครัฐสูงกว่าที่ควรจะเป็น
    .
    สำหรับกรอบ #การพัฒนาข้าราชการ ในช่วงปี 2566-2570 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้กำหนดทักษะสำคัญ 7 ด้านที่บุคลากรภาครัฐทุกระดับต้องมี ได้แก่ ความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัล การกำกับดูแลด้านดิจิทัล ภาวะผู้นำดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การพัฒนาบริการดิจิทัล การบริหารและแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cyber Security
    .
    หนึ่งในประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ #การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานรัฐทั่วโลกตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการโจรกรรมข้อมูล การเรียกค่าไถ่ระบบคอมพิวเตอร์ และการแทรกแซงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ส่งผลให้ข้าราชการทุกระดับจำเป็นต้องมีความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่ไอทีเท่านั้น
    .
    รัฐบาลยังวางแผนพัฒนาหลักสูตรเฉพาะสำหรับข้าราชการแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งตามระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับภารกิจของแต่ละหน่วยงานได้จริง ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับหน่วยงานสำคัญด้านดิจิทัลของประเทศในการพัฒนาหลักสูตร ประเมินสมรรถนะ และรับรองมาตรฐานทักษะของบุคลากรภาครัฐ
    .
    เป้าหมายสำคัญภายในปี 2570 คือการผลักดันบริการภาครัฐเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร ผ่าน 4 เครื่องมือหลัก ได้แก่ e-Service การให้บริการออนไลน์, e-Form การยื่นเอกสารดิจิทัล, e-Payment การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Document การรับส่งเอกสารราชการผ่านระบบดิจิทัล
    .
    หากแผนดังกล่าวดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ประชาชนจะสามารถติดต่อหน่วยงานภาครัฐได้สะดวกขึ้น ลดการเดินทาง ลดการใช้เอกสารกระดาษ และลดระยะเวลาการอนุมัติงานจากเดิมที่อาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงในบางบริการ
    .
    นักวิชาการด้านการบริหารภาครัฐมองว่า ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการปรับวัฒนธรรมองค์กรและทัศนคติของบุคลากรภาครัฐให้พร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลง เพราะการปฏิรูประบบราชการในยุค AI ไม่ได้หมายถึงการนำคอมพิวเตอร์มาแทนคน แต่คือการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ข้าราชการทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
    .
    การยกระดับ 7 ทักษะดิจิทัลครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ “รัฐบาลดิจิทัล” ที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารประเทศ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1FgSiy6c59/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยรับร่วมวงอนุญาโตตุลาการ UN ปมทะเลทับซ้อนกัมพูชา แต่พักเจรจาชายแดนทวิภาคีทั้งหมด จับตาพื้นที่พลังงานมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์

    6 มิถุนายน 2569 Reuters รายงานว่า ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง รัฐบาลไทยประกาศ #เข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ย ภายใต้ #อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ตามที่ #กัมพูชา ยื่นเรื่องต่อ#องค์การสหประชาชาติ แต่ในขณะเดียวกันได้ตัดสินใจระงับการหารือทวิภาคีในประเด็นชายแดนอื่น ๆ เป็นการชั่วคราว พร้อมคงมาตรการควบคุมการผ่านแดนในหลายจุดต่อไป
    .
    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ไทยจะส่งผู้แทน 2 คนเข้าร่วมกระบวนการประนีประนอมภายใต้กรอบสหประชาชาติ หลังจากกัมพูชาใช้กลไกบังคับตาม #UNCLOS เพื่อผลักดันการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลที่ยืดเยื้อมานานกว่า 25 ปี
    .
    ท้้งนี้ ไทยแสดงความกังวลต่อท่าทีของกัมพูชาที่พยายามขยายขอบเขตการหารือให้ครอบคลุมถึง "การแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่พิพาท" ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ #พื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย ขนาดประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ดังกล่าวถูกประเมินว่ามีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองเกือบ 12 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต รวมถึงแหล่งน้ำมันดิบจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11 ล้านล้านบาท
    .
    ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังไทยประกาศยุติกรอบบันทึกความเข้าใจปี 2544 (MOU 2001) เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเคยเป็นกลไกหลักในการหารือปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างสองประเทศ ส่งผลให้กัมพูชาตัดสินใจเดินหน้าสู่กระบวนการภายใต้ UNCLOS อย่างเป็นทางการ
    .
    การเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการและการประนีประนอมของสหประชาชาติ อาจช่วยลดความเสี่ยงการเผชิญหน้าทางการเมืองในระยะสั้น แต่ก็มีแนวโน้มทำให้การเจรจาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนยืดเยื้อออกไปอีกหลายปี
    .
    ขณะเดียวกัน บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังคงตึงเครียดต่อเนื่องจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนเมื่อปี 2568 ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน และยังไม่มีการกลับมาเปิดด่านหรือผ่อนคลายมาตรการผ่านแดนในหลายพื้นที่
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระบุว่า พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาถือเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาค
    .
    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบัน การเข้าสู่กลไกของสหประชาชาติสะท้อนว่าความขัดแย้งได้ยกระดับจากการเจรจาระหว่างสองประเทศไปสู่เวทีระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในช่วงหลายปีข้างหน้า
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1FAZJxY1Mb/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทุกสินค้านำเข้าสหรัฐฯ แพงขึ้น 1,500 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน เงินเฟ้อ 3.2% บอกว่าเริ่มรู้สึกแล้ว

    ตัวเลข 1,500 ดอลลาร์ต่อปีอาจฟังดูไม่มาก แต่ถ้าแปลงเป็นภาษาบ้านๆ มันคือ 125 ดอลลาร์ต่อเดือนที่ชาวอเมริกันทุกครัวเรือนต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพราะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขึ้น แต่เพราะภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ถูกส่งผ่านมาครบ 100% ผ่านราคาสินค้า เงินเฟ้อในเดือนล่าสุดพุ่งขึ้นแตะ 3.2% ต่อปี สูงสุดในรอบสามปี และนี่ยังไม่ใช่จุดสูงสุด เพราะภาระจริงกำลังจะหนักขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

    เกิดอะไรขึ้นกันแน่

    นับตั้งแต่ต้นปี 2025 รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าในหลายรอบ ทั้งต่อจีน ยุโรป และสินค้ากลุ่มเหล็กกล้า อลูมิเนียม รถยนต์ และสินค้าเทคโนโลยี รวมกันแล้วกลายเป็นการขึ้นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 1993 กว่า 30 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ไม่เคยเก็บภาษีนำเข้าหนักขนาดนี้

    สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดคือ ต้นทุนภาษีถูกส่งผ่านมายังผู้บริโภคแทบจะทั้งหมด นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารกลางสหรัฐฯ ประเมินว่าอัตราการส่งผ่านต้นทุน (pass-through) อยู่ที่ประมาณ 100% หมายความว่าทุก 1 ดอลลาร์ที่รัฐบาลเก็บภาษีนำเข้า ผู้บริโภคจ่ายเพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์เต็มๆ ธุรกิจแทบไม่ได้แบกต้นทุนไว้เอง พวกเขาแค่ผลักมาที่ลูกค้า

    เมื่อเดือนที่แล้ว เงินเฟ้อพื้นฐาน (ตัวเลขที่ตัดราคาพลังงานและอาหารออก เพราะผันผวนเยอะ) ขึ้นมาแตะ 3.2% ต่อปี ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2023 และแนวโน้มยังชี้ขึ้น

    ยังไม่พอ สำนักงานตัวแทนการค้าสหรัฐฯ เพิ่งเสนอขึ้นภาษีเพิ่มอีก 12.5% ในรอบใหม่ โดยอ้างเหตุผลเรื่อง "การใช้แรงงานบังคับ" ครอบคลุมประเทศคู่ค้าหลัก 6-7 ประเทศ ตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ บราซิล ไปจนถึงสวิตเซอร์แลนด์ ขณะนี้อยู่ในช่วงรับความคิดเห็นสาธารณะถึงวันที่ 6 กรกฎาคม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

    กลไกที่ทำให้เงินเฟ้อฝังตัวได้นาน

    ภาษีนำเข้าไม่ใช่แค่ "ทำให้ราคาขึ้นครั้งเดียวแล้วจบ" มันทำงานซับซ้อนกว่านั้น

    เมื่อต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ธุรกิจต้องขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษากำไร เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น พนักงานเรียกร้องค่าจ้างสูงขึ้นเพื่อรักษามาตรฐานการครองชีพ เมื่อต้นทุนแรงงานสูงขึ้น ธุรกิจขึ้นราคาสินค้าอีกรอบ วงจรนี้เรียกว่า "wage-price spiral" หรือวงจรค่าจ้างและราคาที่หมุนขึ้นด้วยกัน และมันทำให้เงินเฟ้อกลายเป็นของที่กำจัดยาก

    สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าตัวเลข 3.2% คือโครงสร้างว่าใครแบกต้นทุน ตอนนี้ธุรกิจยังแบกต้นทุนส่วนหนึ่งไว้เอง ประมาณ 20% แต่ในไตรมาสที่สี่ของปี 2026 คาดว่าธุรกิจจะค่อยๆ ผลักต้นทุนส่วนที่เหลือออกมาด้วย หมายความว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีแนวโน้มปรับขึ้นได้อีก แม้ภาษีไม่ได้ขึ้นใหม่

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผชิญกับสถานการณ์ที่ยาก เงินเฟ้อสูงตามทฤษฎีต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอเศรษฐกิจ แต่เงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ได้มาจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง มาจากต้นทุนที่ถูกบังคับขึ้นผ่านนโยบายรัฐบาล การขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยได้จำกัด แต่จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวหนักขึ้น นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า "stagflation" เงินเฟ้อสูงพร้อมกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

    วิเคราะห์ : ภาระหนี้ของสหรัฐฯ กำลังโตพร้อมกับดอกเบี้ย

    ตัวเลขเงินเฟ้อ 3.2% ดูเหมือนปัญหาของผู้บริโภคอเมริกัน แต่ผลกระทบที่ใหญ่กว่านั้นซ่อนอยู่ในงบดุลของรัฐบาลสหรัฐฯ เอง

    สหรัฐฯ มีหนี้สาธารณะอยู่ที่กว่า 36 ล้านล้านดอลลาร์ ณ ต้นปี 2026 และทุกปีต้องต่ออายุพันธบัตร (Treasury bonds) ที่หมดอายุจำนวนมาก ในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ เช่น ปี 2020-2021 สหรัฐฯ ออกพันธบัตรที่ดอกเบี้ยต่ำมาก แต่ตอนนี้เมื่อพันธบัตรเหล่านั้นหมดอายุ รัฐบาลต้องออกพันธบัตรใหม่ในอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่สูงกว่ามาก

    เมื่อเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแรงกดดันให้ต้องคงดอกเบี้ยไว้สูง หรืออย่างน้อยก็ไม่รีบลด ซึ่งหมายถึงรัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรในอัตราสูงต่อไป สำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ประมาณการว่าดอกเบี้ยจ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ จะแตะกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีในไม่ช้า ซึ่งนั่นมากกว่างบกลาโหมของสหรัฐฯ เองด้วยซ้ำ

    สถานการณ์นี้สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลหาทางเพิ่มรายรับหรือลดรายจ่าย ภาษีนำเข้าดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่เลือกแล้ว แต่มันกลับสร้างปัญหาใหม่ เพราะดันเงินเฟ้อสูงขึ้น บังคับให้ดอกเบี้ยอยู่สูงนาน และทำให้ภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะยิ่งหนักขึ้นในวงจรที่ไม่มีทางออกง่าย

    สำหรับผู้ถือพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาว เช่น ประเทศไทยและธนาคารกลางหลายประเทศในเอเชีย ความเสี่ยงคือผลตอบแทนพันธบัตรอาจต้องเพิ่มขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้ยังซื้ออยู่ ซึ่งหมายถึงราคาพันธบัตรที่ถืออยู่จะลดลง นี่คือความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในทุนสำรองของหลายธนาคารกลางทั่วโลก

    สัญญาณที่ต้องจับตาใกล้ชิด

    ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2026 ที่จะออกมาในเดือนกรกฎาคม ถ้าขึ้นเกิน 3.5% จะเป็นสัญญาณว่าวงจรเงินเฟ้อกำลังเร่งตัว

    การตัดสินใจของสำนักงานตัวแทนการค้าสหรัฐฯ เรื่องภาษีใหม่อีก 12.5% หลังวันที่ 6 กรกฎาคม ถ้าผ่าน จะผลักต้นทุนนำเข้าขึ้นอีกระลอก

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ถ้าทะลุ 5% ขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ จะกดดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมใหม่ที่สูงมากเมื่อต่ออายุหนี้

    และที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ พฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ถ้าการถือครองพันธบัตรของจีน ญี่ปุ่น หรือประเทศในอ่าวเปอร์เซียเริ่มลดลงชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่าความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ กำลังสั่นคลอน

    https://www.facebook.com/share/18b1RjNRS2/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “มันจะดีมาก ถ้า Kevin Warsh จะลดดอกเบี้ยตอนนี้เลย”

    ทรัมป์กล่าว หลังจาก...

    ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรงเมื่อคืนนี้ มูลค่าตลาดหายไปเกือบ "2 ล้านล้านดอลลาร์" ภายในวันเดียว

    ทรัมป์ส่งสัญญาณหนุนลดดอกเบี้ย หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ มูลค่าหายเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว

    ประธานาธิบดี ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า

    “ผมคงไม่ติดอะไร ถ้า Warsh จะลดอัตราดอกเบี้ย”

    คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากดัชนี S&P 500 เผชิญแรงขายหนัก จนมูลค่าตลาดรวมของบริษัทในดัชนีหายไปเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียว

    ตลาดกำลังจับตาว่า ทรัมป์อาจต้องการเห็นนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจและตลาดการเงิน ท่ามกลางความกังวลเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจและความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยง

    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยหลายครั้ง โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจะช่วยกระตุ้นการลงทุน การจ้างงาน และสนับสนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ

    https://www.facebook.com/share/1JDAj6qFUL/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฟองสบู่ AI กำลังจะแตกแล้ว ?

    เมื่อคืนนี้เป็นวันที่หุ้นเทคสหรัฐ ดัชนี Nasdaq ร่วงลงแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ (หากนับเป็นจุดที่ลดลง)

    รวมอันดับเหตุการณ์ที่ดัชนี Nasdaq ร่วงหนักที่สุด ตั้งแต่เปิดตลาดมา

    1) วันที่ 5 มิ.ย. 2026 = ร่วง -1,121 จุด
    2) วันที่ 3 เม.ย. 2025 = ร่วง -1,050 จุด
    3) วันที่ 16 มี.ค. 2020 = ร่วง -970 จุด
    4) วันที่ 4 เม.ย. 2025 = ร่วง -962 จุด
    5) วันที่ 10 ต.ค. 2025 = ร่วง -880 จุด
    6) วันที่ 12 มี.ค. 2020 = ร่วง -750 จุด
    7) วันที่ 10 เม.ย. 2025 = ร่วง -737 จุด
    8 ) วันที่ 10 มี.ค. 2025 = ร่วง -727 จุด

    และ... ทุกวันที่ Nasdaq ร่วงหนักที่สุดทั้ง 8 ครั้ง..

    ล้วนเกิดขึ้นในช่วงที่ "ทรัมป์" เป็นประธานาธิบดีสหรัฐทั้งหมดเลย

    https://www.facebook.com/share/p/17n1w8mux6/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังจากจดหมายเปิดผนึก รัฐบาลเคียฟได้ส่งโดรนไปยังมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

    โดรนของยูเครนบินไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและมอสโกตลอดทั้งคืนและจนถึงเช้า นี่เป็นปฏิกิริยาของเซเลนสกีต่อการที่วลาดิมีร์ ปูตินปฏิเสธที่จะพบกับเขา ย้อนกลับไปที่ประธานาธิบดีรัสเซีย ตอบกลับ "จดหมายเปิดผนึก" ของเซเลนสกี โดยกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียว่า "จงทำงานต่อไป พี่น้อง!"

    ปูตินเสริมว่า ขณะนี้ทั้งรัสเซียกำลังจับตามองพวกเขาอยู่

    แต่ทั้งรัสเซียไม่ได้จับตามองเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร ตั้งแต่พลทหารไปจนถึงนายพล ที่ประธานาธิบดีกล่าวถึงในงาน SPIEF 2026 เท่านั้น แต่ยังจับตามองการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงสุดของรัสเซียอย่างชัดเจน นั่นคือ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพประเทศด้วย

    ในขณะเดียวกัน ศัตรูก็ตัดสินใจที่จะแสดงการกระทำของตนเองออกมา ผู้ว่าการอเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ รายงานเกี่ยวกับโดรนที่มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงทางเหนือว่า:

    เช้าวันที่ 6 มิถุนายน เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กถูกโจมตีอย่างหนักจากยานบินไร้คนขับทางทหาร กระทรวงกลาโหมขอให้ประชาชนในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอยู่แต่ในบ้านและอย่าออกไปข้างนอก ตามคำแนะนำของกองบัญชาการปฏิบัติการ บริการอินเทอร์เน็ตมือถืออาจถูกตัดขาด จะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อภัยคุกคามทางอากาศคลี่คลายลง

    ในขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรีมอสโก เซอร์เกย์ โซบยานิน รายงานว่า ตั้งแต่เย็นวานนี้ เครื่องบินข้าศึก 13 ลำถูกยิงตกขณะเข้าใกล้เมืองหลวงของรัสเซีย

    โดรนข้าศึกยังโจมตีเมืองอูสต์-ลาบินสค์ โดยตามข้อมูลล่าสุดระบุว่าโจมตีคลังเก็บน้ำมัน

    การโจมตีเหล่านี้ของยูเครนมีลักษณะทางจิตวิทยาเช่นกัน ทำให้เห็นได้ชัดว่าเคียฟมีอาวุธระยะไกลเพียงพอที่จะโจมตีภูมิภาคต่างๆ ของรัสเซีย รวมถึงเมืองหลวงทั้งสองแห่ง การโจมตีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กยังบ่งชี้ว่าประเทศสมาชิกนาโต้ของยูเครนมีบทบาทอีกครั้ง อย่างน้อยที่สุดก็คือการให้ความช่วยเหลือด้านน่านฟ้า และพี่น้องของเราที่ประธานาธิบดีกล่าวถึงเมื่อวานนี้ ย่อมจะดำเนินการตามที่จำเป็นอย่างแน่นอน แต่สิ่งนั้นต้องอาศัยคำสั่งที่สอดคล้องกัน ซึ่งก็คือการตัดสินใจทางการเมืองที่ชัดเจน
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1DxjXXJo3r/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คาดการณ์ว่ามันจะใช้ผ้าใบคลุมเพื่อพลางตาเทพของเรา

    - แล้วอาจไปไปได้ 2 ทาง
    - คือ 1. ไปตามแม่น้ำโขงขึ้นไปสตรึงเตรงแล้วส่งกำลังเลียบเขตแดนลาว เพื่อไปเติมช่องบก

    - 2. ไปตามแม่น้ำที่เราระเบิดสะพานของมัน แล้วไปเติมทมอดาและบ้านสามหลัง

    - เพิ่มเติมนิดหนึ่ง ถ้ามันเอากำลังล่องเรือตามแม่น้ำโขงขึ้นไปสตรึงเตรง คาดการณ์ว่าเป็นกำลังที่อยู่ติดฝั่งเวียดนามแล้วมันขนมาเสริมฝั่งช่องบก เพราะแม่น้ำโขงจะไหลจากลาวเข้าเขมรไปออกเวียดนาม

    ขอบคุณผู้หวังดีที่วิเคราะห์ให้ โดยไม่เปิดเผยข้อมูล

    ถือว่าเป็นประโยชน์ครับขอบพระคุณครับ
    “ ภาพนี้หลุดมาจากฝั่ง Telegram ของเขมรที่ฝังตัวอยู่”
    FB_IMG_1780740997282.jpg FB_IMG_1780740998987.jpg FB_IMG_1780741000952.jpg FB_IMG_1780741003373.jpg FB_IMG_1780741005273.jpg
    https://www.facebook.com/share/1JNEPo9rFH/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรอกแตกตายแน่
    นักท่องเที่ยวทะลุพันคน
    แห่เยือน “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”
    เรียนรู้ประวัติศาสตร์ -สัมผัสธรรมชาติ
    รำลึกวีรกรรมผู้กล้า วันแรกคึกคัก
    เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเต็มกำลัง

    เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สัมผัสธรรมชาติ และรำลึกวีรกรรมผู้กล้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เป็นไปอย่างคึกคัก หลังเปิดให้นักท่องเที่ยวทดลองเข้าชมเป็นเวลา 2 วัน โดยเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 มียอดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเยี่ยมชมรวมทั้งสิ้น 1,024 คน

    รายงานจากกองอำนวยการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ปราสาทตาควาย-เนิน 350 ระบุว่า หน่วยทหารจากกองพันทหารราบที่ 22 (พัน.ร.22) ได้จัดกำลังพลอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติในการเข้าชมโบราณสถานตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-15.30 น.

    สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชม ประกอบด้วย ชาย 389 คน หญิง 474 คน เด็กชาย 65 คน เด็กหญิง 55 คน พระภิกษุ 36 รูป และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 5 คน รวมทั้งสิ้น 1,024 คน สะท้อนถึงความสนใจของประชาชนที่ต้องการเดินทางมาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

    FB_IMG_1780741264578.jpg FB_IMG_1780741266790.jpg FB_IMG_1780741268660.jpg FB_IMG_1780741271621.jpg FB_IMG_1780741273609.jpg FB_IMG_1780741275464.jpg FB_IMG_1780741277267.jpg FB_IMG_1780741279188.jpg FB_IMG_1780741281450.jpg FB_IMG_1780741283501.jpg FB_IMG_1780741285462.jpg

    https://www.facebook.com/share/17bF5T9Wmg/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แหล่งข่าว(สรรพากร)บอกใน ART TALK เมื่อครู่ “ถ้าว่ากันตามกฎหมายเป๊ะๆ!” กรณีอุทธรณ์สิทธิ์ฯ จะโดนด่านแรก ”ใบ ลย.03“ ถ้าพ่อแม่เซนรับรองเองมีสิทธิ์โดน ”ให้การเท็จ“ , ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เซนแบบนี้ ”ลูก“ มีสิทธิ์โดน ”ปลอมเซน-เอกสารเท็จ“ควรถอยเถิด!

    https://www.facebook.com/share/p/18ejTPELbT/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เสียดายที่นางลบคลิปออกไปหมดแล้ว ตอนที่นางแบกของขึ้นปราสาทคนา บันไดไม้ฝั่งกัมพูชา (ก่อน ก.ค. 68) เหงื่อไหลโซก ๆ เพราะบันไดไม้ทางขึ้นปราสาทมี 1,181 ขั้น นางเดินขึ้นไปส่งของแทบทุกวัน รวมถึงนางก็เป็นคนซ่อมบำรุงด้วย เป็นทหารใหม่มีหน้าที่ลำเลียงของให้ทหารรุ่นพี่ แล้วตอนที่ทหารกัมพูชาอยู่บนปราสาทคนา อาหารที่ได้กินส่วนหนึ่งก็มาจากนาง (รณชิต หรือรอนชิต) เดิมนางเป็นนักเรียนทุนสมเด็จพระเทพฯ ม.ราชภัฎสุรินทร์ อยู่ดี ๆ ไม่ชอบ ลาออกมาเป็นทหารกัมพูชากลางคัน หันกระบอกใส่ไทยแบบงง ๆ ตอนนั้นปัญหาชายแดนก็ยังไม่ปะทุมากเท่าไหร่ด้วย แต่นางเลือกเองเหมือนรู้ล่วงหน้า พ่อนางเป็นอดีตทหารแดง (ปัจจุบันยังเป็นทหารอยู่) ส่วนแม่นางอ่านหนังสือไม่ออก มีคนคอยช่วยเหลือรณชิตมากมาย เพื่อนให้ใจนางเยอะมาก ๆ เพราะตอนมาเนียนฝั่งไทยทำตัวดี แถมตอนลาออกก็ไม่มาลาออกเอง ให้เพื่อนคนไทยไปทำเรื่องให้ แล้วก็บล็อกเพื่อนคนไทย เรื่องเนร์... นี่ต้องยกให้เขาจริง ๆ มาตอนนี้สะพานไม้ขึ้นปราสาทคนาโดนไฟไหม้หมดแล้ว บอกตามตรงว่าสะใจ อุตส่าห์ยอมลาออกจากมหาวิทยาลัยมาสร้างบันไดทางขึ้นปราสาทคนา นางเคยขึ้นมาเฝ้ายามเคลมตัวปราสาทข้างบนด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำไป 1-2 ปีกลับสูญเปล่า บันไดไม้ถูกเผาทำลาย ปราสาทคนากลับมาเป็นของไทยตามเดิม โอกาสที่เคยได้รับจากไทยนางเอาไปทิ้งหมด สิ่งที่ประเทศไทยให้รณชิตมันคงยังไม่เยอะพอ...
    FB_IMG_1780753398482.jpg FB_IMG_1780753400573.jpg FB_IMG_1780753402955.jpg FB_IMG_1780753405199.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1G7Gj3a6Hz/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทบ ไทยเตรียมฟ้องดำเนินคดีกับผู้ที่ตัดต่อภาพ แชร์ข้อมูลเท็จ ทำตื่นตระหนก +++ กระทบความมั่นคง. ++++

    ขอเสนอแนะข้อมูลก็มาจากสำนักข่าวหลักภายในประเทศทั้งนั้นแหละ
    ท่านก็ไปตรวจสอบ
    .
    ทัพภาค 2 จ่อดำเนินคดีเฟกนิวส์ ยันไม่พบทหารเขมร ขนรถถัง 200 คัน – .
    RPG ประชิดชายแดน ชี้แชร์ข้อมูลเท็จ ทำตื่นตระหนก กระทบความมั่นคง...
    วันที่ 5 มิ.ย. 2569 กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าฝ่ายทหารกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายรถถังจำนวนกว่า 200 คัน พร้อมอาวุธ RPG ล็อตใหม่ และกำลังพลจำนวนมากเข้าประชิดแนวชายแดนไทย ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด ยังไม่พบความเคลื่อนไหวดังกล่าวแต่อย่างใด
    .
    “ฝากถึงเพจและผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์บางรายที่นำภาพเก่าหรือภาพที่ผ่านการตัดต่อมาเผยแพร่ โดยบางกรณีพบว่าเป็นภาพรถถังของฝ่ายไทยที่ถูกนำไปสลับกับภาพของอีกฝ่าย จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและตื่นตระหนก”...
    .
    “ขอย้ำว่าหากพบการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือการตัดต่อภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และสร้างความเสียหายต่อธารณะ อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”...

    อ้างอิง https://www.khaosod.co.th/politics/news_10271088

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/p/18dkvGXNBP/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บ้า า า❓‼️ความเป็นไปได้ของดีลชักต่ำลงเรื่อยๆ! แว่วว่าอเมริกาจะถอนอายัดทรัพย์ให้อิหร่าน แล้วเอาเงินไปแจกจ่ายให้ "เพื่อนบ้านตะวันออกกลาง" เพื่อใช้ฟื้นฟูบูรณะบ้านเมืองที่เสียหายจากสงคราม ... อืมม์ อิหร่านคงบอกว่า "ไอเดียเยี่ยมไปเลยครับพี่น้อง เพื่อจะได้เจริญพรหมวิหาร 4 และอนุโมทนาไปด้วยกัน"
    FB_IMG_1780820129229.jpg FB_IMG_1780820134454.jpg
    (***ขณะที่ทัพยิวก็ล่าสังหารรัวๆ ทั้งในกาซาและเลบานอน ย้ำว่าทั้งกาซาและเลบานอน ชีวิตถูกพรากเกลื่อนเป็นเบือ ไม่มีรามือ)

    ประเด็นหนึ่งที่ติดขัด (ซึ่งจริงๆ มันก็มีหลายต่อหลายประเด็น) คือ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ที่อิหร่านถูกอายัดไว้ในแดนตะวันตก
    อิหร่านยืนกราน อเมริกาต้องถอนอายัดซะ
    อิหร่านต้องได้ก้อนนี้คืน

    ประเด็นที่คล้ายเกี่ยวเนื่อง (หรือจะไม่เกี่ยวก็ได้) คือ อิหร่านต้องการให้อเมริกาชดใช้ค่าเสียหายจากสงครามด้วย
    ซึ่งมันยาก เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติ มีแต่ "ผู้แพ้สงคราม" จึงจะต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามให้ "ผู้ชนะสงคราม"
    อเมริกาจะยอมเสียท่าและเสียหน้าได้ไง
    (*เพจเดือดฯ จึงเคยเขียนว่า เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างไม่เสียเชิงและดูไม่เสียเหลี่ยม ก็เอาจากที่อายัดนี่แหละมาจ่ายเป็นส่วนนี้ไป ; เอาสองประเด็นมาผูกเกี่ยวกันซะเลย)

    คือเอาแค่นี้ มันก็ตกลงกันไม่ได้ซะทีแล้ว!!!

    ละล่าสุด ถ้าจริงตามที่สื่อตะวันตกตีข่าว ก็ยิ่งบ้าไปใหญ่ ผูกไปอีกทาง เอาส่วนที่อายัด ไปฟื้นฟูบูรณะเพื่อนบ้าน
    แบบนี้ ก็เหมือนอิหร่านจ่าย "ค่าปฏิกรรมสงคราม"
    ก็เท่ากับตีตราว่าอิหร่านเป็น "ผู้แพ้สงคราม" ซิ
    อิหร่านคงยอมน่ะนะ
    หรือคิดง่ายๆ เลย เงินของอั๊วที่เอาออกมาไม่ได้ตั้งนาน ทีนี้พอเอาออกได้แล้ว ก็เอาไปเข้ากระเป๋าคนอื่น ... เอ่อ อย่างไหนแย่กว่ากัน
    ใครจะยอม(วะ)

    การเจรจายังค้างเติ่ง ชะงักงันอยู่เช่นนั้น ไม่เขยื้อนไปได้

    แต่ที่ขยับ สูงขึ้นๆ ทุกที ก็คือยอดดับในกาซาและเลบานอน
    ทัพยิวยังบวกเพิ่มให้เรื่อยๆ
    ไม่สุดไม่สิ้น

    ตราบใดดีลอิหร่านไม่เกิด ทัพยิวก็จะลงมือให้สาแก่ใจต่อไป

    แต่ถามหน่อย ถ้าดีลอิหร่านเกิดแล้ว ทัพยิวจะหยุดมือได้จริงหรือ

    NEW NORMAL ที่แท้จริง?
    https://www.bloomberg.com/news/arti...to-gulf-allies-for-repairs?srnd=homepage-asia
    https://www.reuters.com/world/asia-...allies-reconstruction-source-says-2026-06-06/
    https://www.aljazeera.com/news/live...lls-lebanon-general-pakistan-urges-end-to-war

    https://www.facebook.com/share/p/18hp9e3Kuf/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลุ่มภาคธุรกิจกล่าวโทษรัฐบาลที่ทำให้เศรษฐกิจรัสเซียชะลอตัวเกินไป “จนทรุดหนัก”ในขณะที่ปูตินให้คำมั่นว่าจะสร้างเสถียรภาพ

    เกิดรอยร้าวในการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (SPIEF) ประจำปี 2026 เมื่อบรรดามหาเศรษฐีและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในรัสเซีย (รวมถึงบุคคลในบัญชี Forbes) ได้จับมือกันออกมาส่งเสียงในเชิงวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลและธนาคารกลางอย่างรุนแรง โดยระบุว่ามาตรการสกัดเงินเฟ้อที่เข้มงวดเกินไปกำลังทำให้เศรษฐกิจรัสเซียเข้าสู่ภาวะ “หนาวจัดจนแข็งตัว” (Overcooling) ซึ่งฉุดให้การลงทุนดิ่งเหวและเสี่ยงพาประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ลากยาวหลายปี ขณะที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ยืนยันว่ารากฐานเศรษฐกิจยัง "มั่นคง" และมองว่าเสียงโอดครวญของภาคเอกชนเป็นเพียงอาการตื่นตูม

    ในงานเลี้ยงอาหารเช้าทางธุรกิจซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคาร Sberbank บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด เมื่อผู้นำภาคธุรกิจและธนาคารหันมาโจมตีนโยบายการเงินของธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) โดย เฮอร์แมน เกรฟ (German Gref) ประธานบริหารของ Sberbank และอดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "ทรัพยากรและแรงขับเคลื่อนเดิมที่เคยดันให้เศรษฐกิจโตได้ในอดีต บัดนี้ได้หมดลงแล้ว" พร้อมเปรียบเปรยสถานการณ์ปัจจุบันว่าภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับ “สี่อัศวินแห่งวันสิ้นโลกทางเศรษฐกิจ” อันได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว, ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น, ค่าเงินรูเบิลที่แข็งเกินไป และกำแพงอุปสรรคทางราชการ

    ทางด้าน อเล็กเซ มอร์ดาชอฟ (Alexey Mordashov) มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในรัสเซียและเจ้าของบริษัทเหล็กกล้า Severstal เปิดเผยว่า บริษัทของเขาจำเป็นต้องหั่นงบลงทุนในปีนี้ลงถึง 24% เนื่องจากความต้องการใช้เหล็กในประเทศหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แรงกดดันจากดอกเบี้ยนโยบายที่สูงเกินไป
    "อัตราดอกเบี้ยที่ค้างสูงเป็นเวลานานเริ่มส่งผลกระทบสะสมแบบลูกโซ่ ปัจจุบันทางการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตเพียง 0.7% ซึ่งหากคำนวณตามความเป็นจริง ตัวเลขนี้แทบไม่ต่างจากศูนย์เลย นี่คือการยอมรับโดยพฤตินัยว่าเศรษฐกิจรัสเซียหยุดชะงักแล้ว เอกชนเกือบทุกคนในห้องนี้กำลังทบทวนและลดแผนการลงทุน ซึ่งจะนำไปสู่การดิ่งลงของ GDP และอาจตามมาด้วยปัญหาคนตกงานในที่สุด นี่แหละคือความหมายของภาวะเศรษฐกิจหนาวจัด" มอร์ดาชอฟ กล่าว

    นอกจากนี้ โรมัน โทรเซนโก (Roman Trotsenko) เจ้าของสินทรัพย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานและเหมืองแร่ ได้เปรียบเทียบคำสั่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางรัสเซียว่าไม่ต่างจากวิกฤต "Volcker Shock" (การขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงของเฟดสหรัฐฯ ช่วงปี 1979-1982 จนทำให้อเมริกาทรุดหนัก) โดยเขาเรียกสถานการณ์นี้ว่า “กับดักซาบอตคิน” (Zabotkin’s Trap) (ตั้งชื่อตาม อเล็กเซ ซาบอตคิน รองผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย) ที่ทำให้ธุรกิจตกที่นั่งลำบาก เครื่องยนต์เศรษฐกิจดับสนิท และหมดปัญญาที่จะลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต

    ทางด้านฝ่ายนโยบาย อเล็กเซ ซาบอตคิน (Alexey Zabotkin) รองผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าคำว่า "เศรษฐกิจหนาวจัด" เป็นการใช้คำที่ผิดบริบท
    "เราจะเรียกมันว่าการแช่แข็งหรือนโยบายที่ตึงตัวเกินไปได้ก็ต่อเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจลดต่ำลงกว่าขีดความสามารถที่แท้จริงของประเทศ ซึ่งจุดที่จะชี้วัดคืออะไร? มันคือการมีแรงงานว่างงานล้นตลาด แต่ปัจจุบัน อัตราการว่างงานของรัสเซียอยู่ที่ 2.1% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะเพิ่มขึ้นเลย" ซาบอตคิน กล่าวเพื่อปกป้องแนวทางของธนาคารกลาง
    พร้อมกับ อเล็กซานเดอร์ โนวัค (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่านี่เป็นเพียงภาวะ “การชะลอตัวที่ควบคุมได้” (Managed Cooling) หลังจากที่เศรษฐกิจส่งสัญญาณร้อนแรงเกินไปในช่วงก่อนหน้า

    ในเวลาต่อมา ณ เวทีหลักของงานประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์โดยไม่ได้ให้น้ำหนักกับข้อกังวลของกลุ่มทุนใหญ่ และมองว่านโยบายชะลอความร้อนแรงเป็นสิ่งที่จงใจทำเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
    "ผมขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า ทั้งในวันนี้และในอนาคตอันใกล้ เรายังมองไม่เห็นภัยคุกคามใดๆ ต่อเศรษฐกิจของเราเลย" ปูติน กล่าวพร้อมระบุเสริมว่า "ในห้องนี้มีเพื่อนร่วมงานหลายคนจากภาคการผลิตจริง ซึ่งเราพบปะและหารือกันเป็นประจำ เราเข้าใจดีว่า เสียงร้องเรียนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและสิ่งต่างๆ นั้น แม้จะทำให้กระบวนการลงทุนดำเนินไปได้ยากขึ้นบ้าง แต่รากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจรัสเซียยังคงอยู่"

    เมื่อผู้ดำเนินรายการถามจี้ว่า รัฐบาลจะสามารถกระตุ้นวงจรการลงทุนรอบใหม่ได้อย่างไรภายใต้สถานการณ์สงคราม, การคว่ำบาตรอย่างรุนแรงจากชาติตะวันตก และการถูกแช่แข็งสินทรัพย์ในต่างประเทศ ปูตินได้ตอบกลับอย่างมั่นใจว่า:

    "คุณพูดถึงสงครามและการคว่ำบาตร แต่ดูสิ เศรษฐกิจของเราก็ยังพัฒนาไปได้ ทุกอย่างยังมั่นคง แม้กระทั่งตลาดในประเทศก็เติบโต ความเป็นอยู่ของประชาชนก็ดีขึ้น ดังนั้น แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่อย่างไรเสีย รากฐานพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจรัสเซียยังคงมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในระยะยาว"

    แม้ฝ่ายการเมืองจะพยายามแสดงความมั่นใจ แต่สถิติตัวเลขกลับสะท้อนภาพที่น่ากังวล ดังนี้1. เศรษฐกิจรัสเซียที่เคยชะลอตัวลงเหลือ 1% ในปีที่ผ่านมา ได้เริ่มหดตัวลงแล้ว 0.2% ในไตรมาสแรกของปีนี้ 2. ยอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Fixed-asset Investment) หลังจากที่ร่วงลง 2.3% ในปี 2025 ล่าสุดใน 3 เดือนแรกของปีนี้ ดิ่งฮวบลงถึง 14.3% 3. สำหรับภาพรวมทั้งปี 2026 หน่วยงานรัฐบาลคาดการณ์ว่าการเติบโตของ GDP จะอยู่ที่ประมาณ "ศูนย์เปอร์เซ็นต์" และยอดการลงทุนรวมจะลดลงอีก 1.5%

    https://ru.themoscowtimes.com/2026/...nomiki-rf-putin-poobeschal-stabilnost-a197493

    https://www.facebook.com/share/p/1FBQUHgUQq/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,560
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ไหวแล้ว !!! เขมรดิ้นหนัก ร้องให้นานาชาติเข้ามาตรวจสอบเผยปม .
    ไม่ยอมรับข้อกฏหมาย UNCLOS ที่เสนอไปยังนานาชาติ แต่ไทยให้สัมภาษณ์ภายหลังโดย รมต ต่างประเทศของไทย นาย สีหศักดิ์ บอกใช้เวลาถึง 2 ปีในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
    .
    กรณีดังกล่าวถือว่าละเมิดการทำงานร่วมและ GBC,JCB ที่เคยตกลงสัญญาร่วมเอาไว้เพราะที่ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไม่สามารถเลือกเฉพาะส่วนที่สอดคล้องกับวาทกรรมทางการเมืองของตนได้ในภายหลัง รัฐบาลที่กล่าวถึงความจริงใจและเจตนาดีไม่สามารถระงับกลไกที่จำเป็นต่อการพิสูจน์ความจริงใจนั้นได้
    .
    ข้อเสนอที่เคยยื่นต่อไทย (อ้างอิงจากข้อมูลเก่าที่เคยลง)
    ✅ เจรจาร่วมโดยใช้ UNCLOS แต่ใช้ MOU 2544
    ✅ การเจรจาจะต้องใช้แผนที่สยามฝรั่งเศส (แนบ)
    ✅ ต้องไม่มีกรมแผนที่ทางทหารเข้ามาร่วม (ใช้แผนที่คนละมาตราส่วน)
    ✅ ใช้การปักปันเขตทับซ้อนโดยใช้ *ผลประโยชน์ร่วม

    #beemnews
    #Scambodia

    อ้างอิง เขมรโพส
    https://phnompenhpost.com/opinion/t...-unclos-in-words-dialogue-frozen-in-practice/
    https://www.facebook.com/6157928075...G9cimH81hYiWM15REva8P7bAMovl/?mibextid=NOb6eG
     

แชร์หน้านี้

Loading...