การแบ่งภาคหรืออวตารของพระโพธิสัตว์ทำได้จริงหรือไม่? เชิญร่วมเสวนากันครับ

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย Norlnorrakuln, 31 ตุลาคม 2013.

  1. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,813
    ค่าพลัง:
    +15,095
    อย่างในธิเบตเขาเชื่อกันว่าสามารถทำได้ ยังมีเรื่องนารายณ์อวตาร ฯลฯ

    ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าบุคคลสำคัญในบ้านเมืองเราจะมีบ้างหรือไม่?
     
  2. ธัมมะสามี

    ธัมมะสามี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2013
    โพสต์:
    513
    ค่าพลัง:
    +2,781
    ... ในความรู้สึกของผมนะครับ จิตหรือเรียกอีกอย่างว่า " อทิสสมานกาย " คือ ตัวเราแท้จริงนั้น มีอยู่ดวงเดียว มาเกิดที่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบารมีก็มาเลย จะไปรับกรรมที่สวรรค์หรือนรกก็จิตนี้แหละ ไม่มีการแบ่งภาคแต่อย่างใด ไม่อย่างนั้นก็มีการแบ่งภาครับกรรมที่นรก แบ่งภาคเสวยสุขในสวรรค์ ในพรหมโลก มั่วไปหมดสิครับ ไอ้ที่เขาว่าแบ่งภาคนั้นผิดจากความเป็นจริงครับ

    ... อย่าสงสัยเลยครับเรื่องนี้ มีแต่พราหมณ์หรือฮินดูแหละครับที่เชื่อว่ามีการแบ่งภาคอวตารมาเกิดได้มาสร้างบารมีได้

    ... ขอย้ำเรื่องนี้เป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่ครับ มันไม่ใช่หนังเรื่องอวตาร อย่าสนใจเลยครับ ไร้สาระทั้งเพ ขอบคุณครับ ฯ.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 พฤศจิกายน 2013
  3. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,813
    ค่าพลัง:
    +15,095
    ถ้าพระโพธิสัตว์สามารถแบ่งภาคมาสร้างบารมีได้จริง
    นางแก้วก็อาจแบ่งภาคได้เช่นเดียวกัน

    เพราะเห็นมี พระแม่อุมาเทวี กับ พระแม่กาลี ก็เป็นองค์เดียวกัน!
     
  4. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,813
    ค่าพลัง:
    +15,095
    อย่างในคติพุทธแบบมหายาน และหินยาน บางครั้งก็ยังเกิดความเคลือบแครงอยู่
    โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการสร้างบารมี!

    เช่น พระแม่กวนอิม เป็นต้น
     
  5. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,813
    ค่าพลัง:
    +15,095
    โดยความรู้สึกแล้วก็คิดเห็นเช่นเดียวกับคุณธรรมะสามีเช่นกันครับ แต่ที่สนใจเพราะว่าเคยสนทนากับพระคุณเจ้ารูปหนึ่งท่านเป็นสายของหลวงพ่อดิน จ.กาญจนบุรี มีนัยสำคัญว่าสามารถแบ่งภาคได้จริง!(อาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล)
     
  6. กสิณี

    กสิณี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2009
    โพสต์:
    141
    ค่าพลัง:
    +333
    ตัวดิฉันเองได้รับนิมิตเป็นเสียงบอกว่าเป็นดวงจิตภาคแบ่งของพระโพธิสัตว์ ส่งมาเกิดเพื่อเสริมสร้างพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ตอนนั้นยังไม่เคยได้ยินหรือรู้จักคำว่าดวงจิตภาคแบ่งเลย ก็ไป search ใน Google ดู อ่านแล้วก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ มีแบบนี้ด้วย
     
  7. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,708
    เรื่องเหล่านี้เป็นอจิณไตยค่ะ พูดไปก็ไม่มีใครเข้าใจเพราะว่าเกินปัญญาของมนุษย์
    ดังนั้น อย่าไปวิพากษ์กันเลยค่ะ

    พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ทำไมจึงมีถึงพันเนตรพันกร?
     
  8. GhostHead

    GhostHead เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    1,010
    ค่าพลัง:
    +1,878
    จิตมีดวงเดียว แยกร่างลงมาเกิดไม่ได้หรอก แต่ฝากพลังลงมาพร้อมกับพระโพธิสัตว์องค์อื่นได้ ทำให้เห็นสลับไปมาและเข้าใจผิดได้ว่าเป็นอีกองค์หนึ่ง ถ้าฝากลงมาพร้อมพระโพธิสัตว์หลายองค์ก็ทำให้เข้าใจผิดได้ว่าแยกร่างลงมาหลายร่าง
     
  9. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814
    สวัสดีครับทุกๆท่าน ขอแสดงความคิดเห็นอันน้อยนิด จริงใช่อยากเข้ามา แต่บางเรื่อง ถ้าจะมีประโยชน์ อันน้อยนิด อยู่บ้าง ผมจึงเข้ามาแสดงความคิดเห็นครับ ผิดถูกประการใด ขออภัยครับ ผมก็ยังเป็นผู้ ศึกษาอยู่ มันเกินวิสัยจริงๆ พวกท่าน ลองย้อน ไปมอง ในสมัยครั้งพุทธกาล ดูบ้าง ตอนที่ พระพุทธเจ้า จะประกาศ ในความดีของ พระเรวตะ พระอรหันต์ ๗ ขวบ ทรงด้วยปฏิสัมภิทายาน ซึ่งเป็นน้องชาย ของพระสารีบุตร เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จ พระดำเนิน ในระหว่างทาง พระเรวัตตะ ได้แสดงนิมิตร จากเป็นป่าสแกให้เป็นเมือง มีกุฏิ นับพันๆหลัง มีพระภิกษุ อยู่ นับหมื่นๆองค์ มีผู้ดูแลรับใช้


    ทั้งๆท่านอยู่ องค์เดียว ในระหว่างที่เสด็จ เทวดา พรหม เป็นอันมาก ได้นำ อาหาร คราวหวาน มาถวาย พระศิวลี เป็นผู้เลิศ ในด้านมีลาภ ของพระศิวลี แม่แต่ พระพุทธเจ้าเอง เขาเหล่านั้น ยังไม่เข้าไปถวาย แต่ได้ไปถวายพระศิวลี ท่านไปหาอ่านกันเอาเองนะ ผมพูดแค่นี้ ไว้ ให้พวกท่านคิดกันครับ หลังจาก ที่พระพุทธเจ้า ประกาศ ในเลิศ ด้านลาภ ของพระศิวลีแล้ว ได้เสด็จพระดำเนินไปถึง สำนักของพระเรวัตตะ ก็ขอให้พวกท่าน ไปหาอ่านกันเอาเอง


    ฉนั้น ขอพูดรวบรัด ตัดตอนครับ พระเรวัตตะ เนรมิต กุฏิเป็นหมื่นได้ พระ เป็นแสนองค์ได้ ความเข้าใจของผม พวก ปราถนา พุทธภูมิ ที่ปราถนา พระโพธิญาณ ถึงขั้น เป็นปรมัตถบารมีแล้ว ขั้นปลายแล้ว ผมว่าท่านต้องทำได้แน่นอน ครับ ผมก็เคย สนธนากับ ท่านผู้รู้ผู้หนึ่ง ท่านบอก ทำได้ จะไปเกิด ที่ไหน พร้อมกันๆ ย่อมทำได้ (แต่ท่านทั้งหลาย ฟังหูไว้หูก่อน ค่อยตัดสินใจ) ผมเองก็ทำไม่ถึง แต่ก็ใช่ว่า ปฏิเสษ เพราะอะไร ๆที่เรายังไม่รู้ นั้นมีอีกเยอะ และทำไม่ถึง ไอ้พันมือ พันหัวน่ะ มันไม่มีหรอก แต่ท่านแสดงฤทธิ ให้ดูได้ เปรียบเทียบ ให้ดู ว่าท่านทำได้ ทำถึง ยิ่งกว่านั้นก็ทำได้ ทำถึงเสียแล้ว อะไรๆ ก็ทำได้หมดแหละ



    พระพุทธเจ้า ยังตรัส กับ พระสาวก อุสก อุบาสิกา ว่า การเป็นพระพุทธเจ้านั้น ไม่อัศจรรย์ เท่า ในสมัยเกิดเป็นปลาดุก หนองน้ำแห้ง ม่แต่ตรม อธิษฐาน ให้ฝนตกได้นี่สิ อัศจรรย์ กว่า มากมายนัก เพราะอะไรหรือ ก็ท่านเสวยพระชาติ เกิดเป็นปลาดุกอ่ะ บริวาร จะตายหมดแล้ว แต่ท่าน ทำให้ฝนตกลงมาได้นี่ ไม่อัศจรรย์ได้ไง ใช่ไหม การเป็นพระพุทธเจ้าแล้วนั้น อะไรๆ ก็ทำได้หมดแหละ รู้หมด รู้แจ้ง ทั้ง ๓ โลก เป็นครูอาจารย์ ทั้งมนุษย์ เทวดา และพรหม จึงได้ฉายานามว่า ศาสดา เอกของโลก
     
  10. somdeth

    somdeth Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23
    ค่าพลัง:
    +37
    ถูกต้องครับ ท่านธัมมะสามี สมเป็นพุทธสาวก ปัญญามากครับ


     
  11. InvisibleForce

    InvisibleForce เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +659
    ยินดีรับฝากพลังครับ อิอิ
     
  12. หลานศิษย์

    หลานศิษย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 เมษายน 2008
    โพสต์:
    191
    ค่าพลัง:
    +561
    ก่อนอื่นต้องแนะนำให้ไป อ่านวิชาต่าง ๆ ของฑิเบต
    เรื่องของพราหมณ์ ฮินดู ที่มหาเทพ สร้างเทพ ขึ้นมา
    เช่น พระศิวะ สร้างพระพิฆเนศขึ้นมา

    เป็นการเปิดโลกทัศน์

    ส่วนเรื่อง การแบ่งแยกดวงจิต ที่ว่าแบ่งไม่ได้
    จริง ๆ ไม่ใช่การแบ่ง แต่เป็นการกำหนดให้มีขันธ์ 5

    คล้าย ๆ กับพระอาจารย์ พระเกจิ ปลุกเสก ของ แล้วท่าน อาการ 32 ให้มีชีวิต

    อำนาจของ มหาเทพ ทำได้นะ ผมว่า
     
  13. เนตรอิศวร

    เนตรอิศวร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 เมษายน 2011
    โพสต์:
    160
    ค่าพลัง:
    +425
    *****กัมมุนาวัฎรตีโลโก. พิจารณาก่อนเถิดหนอท่านผู้เจริญ*****
    .....ด้วยการแบ่งภาคของพระโพธิสัตว์นั้น ด้วยเรานั้นเห็นในตามคำสอนในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเรื่องของพุทธประวัติดังนี้ . เมื่อครั้งหนึ่งบนสวรรค์ดุสิตมีพระโพธิสัตว์ที่ทรงมีพระนามว่า สันตุสิตโพธิสัตว์ ด้วยท้าวมหาพรหมได้ขออันทูลเชิญเสด็จจุติลงมายังโลกมนุษย์ ด้วยพระองค์ทรงบริบูรณ์ด้วยบารมีที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เพื่อมาโปรดเหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลายให้พ้นทุกข์ และในครั้งนั้นองค์พระโพธิสัตว์ทรงรับคำทูลเชิญจากองค์ท้าวมหาพรหม พระองค์จึงทรงจุติบังเกิดมายังโลกมนุษย์ในพระครรภ์ของพระนางสิริมหามายา ณ กรุงกบิลพัตร. ด้วยเหตุนี้ท่านทั้งหลายเห็นว่ามีส่วนไหนบ้างที่กล่าวว่าพระโพธิสัตว์ที่มีพระนามว่า สันตุสิตโพธิสัตว์ พระองค์ทรงแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์?.
    *****พิจารณาก่อนท่านทั้งหลาย มีมาในพุทธประวัติองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในครั้งพุทธกาล หลังจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสรู้และได้ประกาศศาสนามีพระรัตนตรัยครบองค์ทั้ง๓แล้วคือ พระพุทธอันคือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมคือพระสัทธัมคำสอนในครั้งเทศนาโปรดปัจจัควัคคีทั้ง๕ และพระสงฆ์ก็คือพระโกทัญญะที่ขอบวชเป็นภิกษุรูปแรกในวันนั้นซึ่งเป็นวันเพ็ญเดือน๘ คือวันอาสาฬหบูชา. และต่อมาก็มีผู้ขอออกบวชตามองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพิ่มขึ้นจนพุทธศาสนาเริ่มขยายไปยังกรุงแคว้นต่าง แต่ด้วยในสมัยนั้นยังมีลัทธิต่างๆอยู่มากมายรวมถึงลัทธิพราหมณ์ เมื่อพุทธศาสนาเริ่มมีชนทั้งหลายเข้ามาเป็นพุทธบริษัทก็ย่อมเป็นที่ไม่พอใจในลัทธิต่างๆด้วยผู้ที่เคยศรัทธาในลัทธินั้นๆเริ่มหันมานับถือหลักคำสอนแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในพุทธศาสนา ลัทธิเหล่านั้นจึงหาวิธีที่จะเรียกศรัทธาจากชนทั้งหลายกลับคืนสู่ลัทธินั้น โดยบางลัทธิใช้มารยาหญิงมากล่าวอ้างมีครรภ์กับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มี บางลัทธิก็กล่าวว่าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงเป็นองค์อวตารของเทพจากลัทธินั้นๆก็มี ด้วยการกล่าวอย่างนี้ก็ให้เพื่อชนทั้งหลายได้หลงว่าพุทธศาสนาก็คือลัทธิเดียวกันกับลัทธินั้นๆ จึงเห็นได้ว่าหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ยังคงมีชนหลงเห็นว่าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์อวตารของเทพมาจนถึงปัจจุบัน.
    *****พิจารณาก่อนเถิดท่านทั้งหลาย อันเหล่าเทวดาทั้งหลายในคำสอนแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก็ทรงกล่าวถึง ด้วยผู้ที่ไปเกิดยังแดนสวรรค์นั้นก็ด้วยเขาผู้นั้นเป็นผู้ที่ได้สั่งสมบุญกุศลบารมี หรือแม้แต่ในเหล่าเปรต อสูรกาย หรือดวงวิญาณที่ทนทุกข์ทรมานในแดนนรกภูมิ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก็ทรงกล่าวถึงว่า ด้วยผู้ที่ไปเกิดยังแดนนรกที่ต้องทนทุกข์ทรมานนั้นก็ด้วยเป็นผู้ที่ได้สร้างอกุศลกรรมไว้ ทั้งพระองค์ยังทรงกล่าวถึงว่า กุศลใดที่ทำให้เขานั้นไปเกิดยังแดนพรหมโลก กุศลใดที่ทำให้เขาไปเกิดยังแดนเทวโลก หรือแม้แต่แดนนรกภูมิ เปรต อสุรกาย รวมถึงภูมิของเดรฉานล้วนแล้วแต่มีเหตุแห่งอกุศลต่างๆทั้งสิ้น หากเราจะพิจารณาว่าพระโพธิสัตว์สามารถแบ่งภาคพระองค์ทรงลงมาอวตารยังโลกมนุษย์ได้ ฉะนั้นเหล่ามารทั้งหลายก็คงจะแบ่งภาคขึ้นมาเกิดยังโลกมนุษย์ได้เช่นกัน คำถามด้วยเหตุเช่นนั้นแล้วผู้ใดกันล่ะที่ได้เป็นร่างอวตารกันบ้าง เป็นเทพหรือโพธิสัตว์พระองค์ใดบ้างที่ลงมาอวตาร แล้วที่สำคัญคือมีสิ่งใดที่เป็นข้อพิสูจน์. หรือท่านจะกล่าวเปรียบเทียบดั่งเล่มเทียนที่ติดไฟ ที่เล่มเทียนจุดจากแหล่งเดียวกันแล้วท่านก็กล่าวว่าดวงไฟของเทียนนั้นคือการแบ่งภาคของเปลวไฟ ด้วยเทียบสมมุติว่าการแบ่งภาคลงมาอวตารของพระโพธิสัตว์นั้นคือการแยกดวงจิตมาเกิดยังโลกมนุษย์ในร่างใหม่.
    .....พิจารณาก่อนท่านทั้งหลาย ด้วยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงชี้ไว้ว่าไม่ว่าผู้ที่มาเกิดยังโลกมนุษย์เขานั้นย่อมมีวาระบุญกุศลและกรรมของเขาเมื่อหมดบุญกุศลและกรรมแล้วเขานั้นย่อมต้องจากโลกนี้ไปยังโลกหน้า แม้แต่ เทวโลกรวมถึงชั้นดุสิต พรหมโลก ผู้ที่ได้ไปเกิดสวยบุญกุศลเมื่อเขานั้นเสวยบุญกุศลสิ้นแล้วเขาย่อมต้องไปเกิดยังภพภูมิต่อไป หรือแม้แต่แดนนรกภูมิ เปรต อสุรกาย เมื่อเขานั้นรับทุกข์เวทนาสิ้นแล้วย่อมได้เกิดยังภพภูมิต่อไปเช่นกัน.
    ******พิจารณาก่อนเถิดท่านทั้งหลาย เรื่องการแบ่งภาคลงมาอวตารของเหล่าปวงเทพ ปวงโพธิสัตว์นั้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลครั้งเมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนชีพอยู่ ด้วยเรื่องนี้เป็นเพียงกุศโลบายของลัทธิต่างๆเพื่อให้ชนทั้งหลายคงศรัทธาในลัทธินั้นๆ บ้างก็ว่าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์อวตารขององค์พระนารายณ์ก็มี องค์พระอวโลกิเตศวร(พระศิวะ)โพธิสัตว์ก็มี โดยรูปเครพเหล่านี้ยังคงแสดงอยู่ในวิหารต่างๆสมัยขอมเรืองอำนาจให้เห็นมายังในปัจจุบัน ด้วยคำกล่าวต่างๆเหล่านี้ด้วยเป็นพุทธผสมพราหมณ์จนมีเหล่าคณาจารย์ต่างๆยึดถือโดยหลงว่าเป็นคำสอนในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเห็นพิธีกรรมต่างๆในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นพิธีครอบครูโดยพระสงฆ์ ปลูกเสกของขลังขี่หลังช้าง สวดสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ฯลฯ อีกมากมายซึ่งในสมัยพุทธกาลครั้งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงอยู่นั้นไม่เคยมีพิธีกรรมอย่างนี้ *****ฉะนั้นก็ขอให้ผู้ที่แสวงหาความหลุดพ้นในหลักคำสอนแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายจงพิจารณาตามหลักคำสอนที่มีอยู่ในพระธรรม จงอย่าหลงเชื่อคำเพียงเพราะครูอาจารย์เล่าสู่กันมา จงพิจารณาด้วยเหตุผลตามหลักธรรมคำสอนด้วยความไม่ลุ่มหลงพิสูจน์แล้วเห็นแล้วว่าเป็นจริงจึงยึดถือปฏิบัติ เพราะหากไม่เช่นนั้นคงต้องหลงวกวนไปอีกมากด้วยลัทธิลูกผสมในปัจจุบัน ....อันเราขออนุโมทนาบุญมาด้วยประการ ณ ฉะนี้แล.*****
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 พฤศจิกายน 2013
  14. Asvel

    Asvel เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    224
    ค่าพลัง:
    +822
    ผมเคยสับสนกับความเชื่อของทางมหายาน ส่วนของพราหมณ์-ฮินดูมีนิดหน่อย เคยเชื่อในทางมหายาน แต่เอาไปเอามาปัจจุบันไม่สับสนและสงสัยอะไรเลย รู้ภายหลังมันเป็นความเชื่อที่หลายอย่างเขาแต่งขึ้นมาและเชื่ออย่างนั้น

    แต่เรื่องแบ่งภาคนี้ตามที่หลวงตาม้า(พระวรงคต วิริยะธโร) ท่านกล่าวไว้ว่า โพธิสัตว์ท่านแบ่งภาคมาเกิดไม่ได้ มีแต่การฝากกระแสลงมา คือฝากกระแสกับเทวดาที่สร้างบารมีมากับท่าน ให้ลงมาเกิดทำหน้าที่ได้ ตัวท่านไปเกิดอีกที่แต่คนที่ฝากกระแสก็ลงมาทำหน้าที่ที่ท่านมอบหมายอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งกระแสพลังงานหรือพระพุทธรุปคู่บารมีของตัวท่านจะไปปรากฏให้เห็นกับคนที่ท่านฝากกระแสไว้เลย หลวงตาท่านว่าถ้าคนที่บารมีไม่แก่จริงๆไปดูก็จะเข้าใจว่าเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์นั้นลงมา หรือคนที่ท่านฝากกระแสเอง ถ้ายังเด็กอยู่หรืออินทรีย์ไม่แก่กล้าก็จะคิดว่าตนเองเป็นพระโพธิสัตว์องค์ที่ท่านฝากกระแสไปเลย จึงเป็นสิ่งที่ดูยากมาก

    มีในหนังสือบันทึกคำสอนหลวงตาม้า "หลวงตาสอนศิษย์ เล่มที่ ๓" แต่จำไม่ได้ว่าชื่อเรื่องอะไร ในเทปบันทึกเสียงที่ลง Youtube ก็มีอยู่ครับ
     
  15. ธัมมะสามี

    ธัมมะสามี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2013
    โพสต์:
    513
    ค่าพลัง:
    +2,781
    ... สาธุ ท่านเนตรอิศวรกล่าวไว้ดีแล้ว กล่าวไว้ชอบแล้ว ผมขออนุโมทนาด้วยครับ
     
  16. ธัมมะสามี

    ธัมมะสามี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2013
    โพสต์:
    513
    ค่าพลัง:
    +2,781
    ... อีกประการหนึ่ง บรรดาพระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่อยู่เทวโลกหรือพรหมโลก ท่านสามารถอธิมุติ คือ อธิษฐานมาเกิดก่อนหมดอายุได้ ซึ่งเทวดาหรือพรหมปกติไม่สามารถทำได้ และก่อนจะอธิมุติท่านสามารถรู้ว่าจะมาสร้างบารมีอะไร จะต้องเกิดที่ไหน มีใครบ้างที่จะมาช่วยส่งเสริมในการสร้างบารมี และตอนเป็นมนุษย์มีความเป็นอยู่อย่างไร ตอนไหนมีทุกข์ตอนไหนมีสุข

    ... พระโพธิสัตว์ที่ท่านมีบารมีพอสมควรแล้ว ท่านจะมีความเคร่งเครียดในการสร้างบุญกุศลคุณงามความดีทุกอย่าง ขึ้นชื่อว่าบุญความดีแม้เล็กน้อยท่านจะเก็บหมดไม่ให้ตกหล่น ส่วนใหญ่ท่านจะมาเกิดพร้อมญาติมิตรพี่น้องบริวารของท่าน มาช่วยกันสร้างบุญสร้างกุศลในพระพุทธศาสนา และสาธารณประโยชน์นานา อีกทั้งช่วยผู้คนทั้งหลายให้มีความสุขตามสมควร โดยไม่สนใจในความลำบากตรากตรำ ในใจท่านหวังเพียงให้คนมีความสุข และให้ได้สำเร็จแก่พระอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ในใจของท่านรักพระโพธิญาณเป็นที่สุด

     
  17. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,814
    ก็ขออนุโมทนาสาธุ ในความ รู้ ท่านต่างๆนะครับ จิตนี้จิตดวงเดียว เป็นที่อยู่อาศัย เที่ยวไปไกล เที่ยวไปแต่ผู้เดียว ทั้งดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษา ยาก ห้ามยาก ตั้งแต่ สัตว์ ภพภูมิ ต่างๆ มนุษย์ เป็นแดนกลาง แดนสร้าง จนถึง เทวดา พรหม ที่ท่านทั้งหลายเข้าใจ เมื่อ พระพุทธศาสนา เกิดขึ้น ท่านสอน ให้เราเข้าใจ ว่า ทุกอย่าง มีการเกิด เคลื่อน ย้ายที่อยู่ แต่เมื่อ มีพระพุทธศาสนา ขึ้นมา ท่านจึงได้ นำคำสอน มาสั่งสอน หมู่ สัตว์ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่หนทางพ้นทุกข์ เมื่อหมดบุญ หรือกำลังลง กำลังฌาณ เสื่อม สามารถ ไปเกิด ตามแรงกรรม ที่ตนธรรม มันไม่ใช่ หนทางพ้นทุกข์ แต่ที่ผมเน้น หนักหนา ผมอาจ ใช้ สัพนามไม่ถูกนัก แต่เมื่อท่าน ทำถึง สามารถ ทำได้ และจะให้อยู่นานขนาดไหน ก็อยู่ที่ท่าน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ท่านไม่ค่อยทำกัน มันไม่ใช่ หนทางพ้นทุกข์ แต่ที่


    ตัวอย่าง พระเรวัตตะ แสดงฤทธิ ให้มีกุฏิ เป็นพัน มีภิกษุ แสน ยังทำได้ แต่ถ้าท่าน จะเนรมิต กายท่านเอง สักแสนหรือ ล้าน ให้อยู่นับร้อยปี ยังได้เลย สนธนาคุย กับทุกๆคน ผมว่า ทำได้แน่นอน แต่นั่น ไม่ใช่วิสัย ที่จะทำ จะทำให้มี แสนแขน ล้านแขน ยังได้เลย แต่จริงๆ ก้คือ จิตดวงเดียว นั่นแหละ ไม่งั้น หลวงปู่ ปาน จะเอา ลอบ ไซ ไปดักกลาง อากาศ เป้นปลาดิ่นกระแด่วๆ กลางอากาศ เอามาแกง ให้ พระสงฆ์ กินทำไม แค่นี้ไม่เข้าใจ เมื่อทำถึง ทำได้แล้ว อย่างอื่น น่ะ มันเรื่องเล็ก ไอ้ทำไม่ถึง อย่างเราๆท่านๆ ก็เลยถกเถียงกันไปใหญ่ โต ก็ดีนะ จะได้รู้แง่มุมมองหลากหลาย ในส่วน ของ พระอริยเจ้า ที่เคย สำผัสมา ถ้าท่านเข้าถึงธรรม ท่านบอกเรื่องฤทธิ์ เป็นของเด็กเล่น


    ยิ่งเรื่องพุทธวิสัยแล้ว ใครก็เดาไม่ได้ ท่านไปโปรด พุทธมารดา ที่สวรรค์ ดาวดึง เทศอยู่ ๓ เดือน เพื่อโปรดพุทธมารดา เหล่า เทวดาพรหม แต่เนรมิตกาย ถามตอบ เหล่าเทวดาพรหม แต่ท่าน ลงไปบิณถบารต ยังโลกมนุษย์ เพื่อโปรด สัตว์ บางคน อันนี้ มันก็ ต้องเกี่ยวเนื่องกันด้วยนะ ผมเองก็จำไม่ได้ ผมน่ะ พยายาม อุปมาอุปมัย ให้พวกท่านทั้ง หลาย ได้เข้าใจ จึงยก ตัวอย่าง มาเป็นอุทาหรณ์ ถ้าสิ่งใด ไม่ใช่ หนทางพ้นทุกข์ ก็อย่าฝืนเลย มันจะทำให้เนิ่นช้าลงไป ในเมื่อตั้งกระทู้มา ก็เข้ามาตอบเล่นๆเท่านั้นเอง


    เผื่อ จะมีประโยชน์นิดๆอ่ะครับ ก็ในเมื่อ พระบรมศาสดา ตรัสว่า เรียนทางโลก มันรู้ไม่จบ ยิ่งเกิดเท่าไหร่ ก็ทุกข์เท่านั้น เรียนทางธรรม มีวันที่สิ้นสุด และจบลงได้เร็ว สรุบก็คือ ทุกอย่างไม่ใช่ หนทางพ้นทุกข์ คนไหน ไปพระนิพพานได้ พระพุทธเจ้า ก็สอนไปนิพพาน ไปได้แค่พรหม ท่านก็คงสอนแค่นั้น เทวดา ก็เช่นกัน ถ้าใคร ทำควมปราถนาต่อ ที่จะไปรื้อสัตว์ ขนสัตว์ ท่านก็สอน ในการทำความปราถนา ของเหล่านั้น ถ้า คนไม่มีศรัทธา ในพระองค์ท่าน ท่านก็หลีก ไม่ใช่ เป็นพระพุทธเจ้า ต้องสอนคนไป นิพพาน โลกสวรรค์ได้หมด ไม่งั้น คง ไม่ให้พวกท่าน มาทำความปราถนา พระโพธิญาณ กันทำไม สิ่งใด ไม่เป็นประโยชน์ ท่านก็ไม่สอน ไม่งั้น ท่านคงส่งเสริม พวกแสดงฤทธิ์ แล้วแหละครับ ท่านจะมาห้ามทำไมกัน ผมอยากให้ท่านๆ มองให้ลึกกว่านี้ อะไร ที่มันยังห่างไกล หรือเกินวิสัยของเรา ๆ ก็วางๆมันบ้างก็ได้ครับ นอกจาก พวกพุทธภูมิ ท่านยังต้อง ศึกษาอีกแยอะ เพราะต้องไปเป็นครูเขา


    เอาแค่เห็นผีนี่ มันก็มี เป็น ร้อย พัน หมื่นแสน ระดับแล้วครับ แล้วไอ้คนไม่เคยเห็นนี่ ยิ่งมากใหญ่
     
  18. ธัมมะสามี

    ธัมมะสามี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2013
    โพสต์:
    513
    ค่าพลัง:
    +2,781
    ... คือว่ากายแบบที่พี่บุญทรงว่าไว้นั้น เป็นกายที่ใช้อิทธิวิธิญาณหรือเรียกง่ายว่าอภิญญาอธิษฐานให้เกิดมีขึ้น เหมือนอย่างที่พระจูฬปันถกมหาเถระผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ได้มโนมยิทธิทำให้ท่านหมอชีวกเห็นเป็นพระเต็มวัด

    ... อีกอย่างหนึ่งเป็นพระฉัพพรรณรังสีของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ท่านชอบใช้โปรดพระสงฆ์ ดังตัวอย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเปล่งพระฉัพพรรณรังสีโปรดท่านพระวักกลิมหาเถระจนได้บรรลุพระอรหัตตผล

    ... และอทิสสมานกายที่เวลาเราไปเที่ยวเทวโลกแล้วอธิษฐานแยกกายแล้วกราบท่านผู้มีพระคุณทุกท่าน อันนี้อย่างหนึ่ง สำหรับพระอริยเจ้าและผู้มีฤทธิ์เรื่องอย่างนี้ ง่ายๆเหมือนหายใจเข้าออก

    ... แต่ที่เราคุยกันอยู่คือการแบ่งภาคหรืออวตารที่พราหมณ์เขาว่า พระพุทธเจ้าเป็นอวตารของพระนารายณ์ปางหนึ่ง หรือที่ว่าหลวงปู่ดู่วัดสะแกเป็นภาคหนึ่งของหลวงปู่ทวด อย่างนี้เป็นต้น พี่บุญทรงคิดว่ามันมีจริงหรือเปล่าครับ ในฐานะที่พี่อยู่ใกล้ชิดพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่วัดท่าซุงมาก่อน ขอขอบคุณครับ
     
  19. ภราดรภาพ

    ภราดรภาพ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,578
    ค่าพลัง:
    +2,762

    นานเหลือเกิน ที่ไม่ได้เข้ามาตอบในกระทู้นี้เลย
    สำหรับมุมมองเกี่ยวกับการแบ่งภาคหรืออวตารของพระโพธิสัตว์ มีดังนี้

    การอวตาร (Avatar) มีความเป็นนัยสำคัญเกี่ยวกับระดับพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น
    ที่จะอวตารในรูปแบบต่างๆ เฉพาะในกรณีสำคัญๆ เท่านั้น โดยเสด็จลงเต็มรูปแบบ
    เช่น การประกาศศาสนา การเปลี่ยนแปลงการปกครอง การกำจัดมารอสูรร้าย
    หรือคนชั่วระดับพระกาฬ อาทิเช่น

    พระอิศวรอวตารเป็นองค์พระนเรศวรมหาราชา เพื่อกอบกู้เอกราชให้แก่ประเทศสยาม
    หลักฐานปรากฎอยู่ที่วัดสุวรรณาดาราราม จ.อยุธยา ภายในโบส์ถ ภาพที่ 1 เป็นรูปภาพของ
    พระสยามเทวาธิราช (พระอินทร์) ขณะอาราธนาอัญเชิญองค์พระอิศวร
    เสด็จอวตารเป็นพระนเรศวรมหาราชา เพื่อกอบกู้เอกราชแห่งประเทศสยาม

    ดังนั้น หน่อเนื้อเชื้อกษัตริตราธิราชเจ้าแห่งราชวงศ์จักรี (จักร + ตรีศูล)
    ถือว่าเป็นอวตารของมหาเทพวิษณุ (พระนารายณ์)
    ยกเว้น พระนเรศวรเท่านั้น ที่อวตารโดยพระอิศวร

    ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงศาสนา ไม่ว่ายุคใดก็ตาม เป็นหน้าที่ของพระนารายณ์ครับ
    โดยเฉพาะ กัลกี (Kalki Avatar) หรือพระเมตไตรยะทั้งภาคไทย และภาคจีน
    ซึ่งจะมีบทบาทในยุคถัดไป

    สำหรับ ยุคนี้ เป็นกลียุคครับ มีแต่เรื่องเดือดร้อน ทุกข์ยากแสนสาหัสครับ คนดีจะถูกทำลาย
    คนชั่วจะเพิ่มมาขึ้นเรื่อยๆ คนดีคอยหลบหนี หรือปลีกวิเวก คนชั่วก็จะสู้รบกันเอง

    ส่วนการแบ่งพระภาคจะใช้ในระดับพระโพธิสัตว์
    สามารถแบ่งพระภาคได้ไม่จำกัด ได้ทุกรูปแบบของอณูทิพยะ
    ด้วยอำนาจฌาน/ญาณบารมี

    ในระดับพุทธบารมี อาทิ ปู่ทวด ปู่โต ที่พบบ่อยๆ ส่วนใหญ่ท่านจะมาโปรด
    เฉพาะลูกหลานที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

    หรือที่เป็นเนื้อนาบุญจริงๆ ส่วนพระปัจเจก ก็เคยพบครับ แต่น้อยมากๆ นานๆ
    จึงจะได้มีวาสนาพบครั้งหนึ่ง

    ในระดับมหาเทพ ไม่ค่อยยุ่งเรื่องการแบ่งพระภาค
    ส่วนใหญ่มหาเทวี จะลงมาเล่นเองเสียส่วนใหญ่
    แต่ใช่ว่ามหาเทพจะไม่มีนะคับ ที่พบเห็นมีไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
    เฉพาะคนที่ศรัทธาจริงๆ แบบล้นเกล้าล้นกระหม่อม

    ในระดับเทวบุตร เทวดา เทพธิดา ในชั้นสวรรค์ แบ่งไม่ได้ครับ
    แม้นกำลังบุญมี แต่กำลังฌาน และ ญาณ ไม่มีครับ

    ค่อยๆ เล่าประสบการณ์ตรงนะครับ
    ผมศึกษา พระโพธิสัตว์จรรยา และเรื่องอื่นๆ พอควร
    แต่ส่วนใหญ่มีแต่หลักการ ไม่ค่อยได้พบเห็น จิตพระโพธิสัตว์จริงๆ เสียที

    และส่วนใหญ่ ก็จะนำคติพุทธภูมิหรือโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นเพียงแค่มโนทัศน์มาเล่าสู่กันฟัง
    เหมือนฟังนิยาย เทพปกรณัม ประมาณ นี้นะคับ

    อย่างมีเรื่องราวนำเสนอ เกี่ยวกับนักปฏิบัติแนวพระโพธิสัตว์ สัก 2 เรื่อง

    1) แม่นก หัวใจพระโพธิสัตว์
    2) อโรคยาด้วยพลังแห่งหลวงปู่เทพโลกอุดร

    จะได้เข้าใจ แก่นแท้หัวใจพระโพธิสัตว์ ที่เสียสละเพื่อมวลมหาชนเป็นเยี่ยงใดนะครับ

    ค่อยๆ มาเติมเต็ม...ตอนต่อไปครับ
     
  20. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,813
    ค่าพลัง:
    +15,095
    น้อมรับทุกความคิดเห็นดีๆครับ
    ถือว่าเป็นการได้เปิดทัศนวิสัยในแง่มุมที่เรายังเข้าไม่ถึง ให้กว้างขวางออกไป

    ส่วนศรัทธาหรือความเชื่อนั้นย่อมเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ในอันที่จะพิจารณาและเข้าถึงหลักเหตุผลตามความจริงที่เหมือนหรือต่างกันออกไป ด้วยวิสัยของผู้ที่เจริญแล้ว! ^_^
     

แชร์หน้านี้

Loading...