ลดรับสิ้นปี พระคำข้าวเลี่ยมเงินสวยมาก ลป.แผ้ว ปวโร จองภายใน 3 วัน

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย นพ_กำแพงแสน, 1 เมษายน 2012.

  1. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    รูปหล่อหลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย รุ่นอุดมมงคล เนื้อนวะสภาพกล่องเดิม พร้อมปฐวีธาตุ บูชา 750 บาท จัดส่งEMS IMG20251229050408.jpg IMG20251229050418.jpg IMG20251229050437.jpg IMG20251229050447.jpg IMG20251229050510.jpg
     
  2. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    เหรียญเจ้าสัวมหาปรารถนา80 ปี หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พร้อมปฐวีธาตุ บูชา 500 บาท จัดส่ง EMS IMG20251229052625.jpg IMG_20251229_052857.jpg IMG20251229052650.jpg IMG_20251229_052847.jpg
     
  3. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระปิดตามหาลาภหลวงปู่คำพันธ์ รุ่นเจริญดี ปี 2536 วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม พร้อมปฐวีธาตุ บูชา 700 บาท จัดส่ง EMS (สายตรงเปิดเฉพาะพระปิดตา 500) IMG20251229053221.jpg IMG20251229053235.jpg IMG20251229053309.jpg IMG20251229053252.jpg
    บูชาชุดหลวงปู่คำพันธ์ทั้ง 4 รายการ ยกชุด 2000 บาท จัดส่ง EMS
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 ธันวาคม 2025
  4. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระสมเด็จค่ายอดิสร หลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตารามจังหวัดชัยนาท ร่วมปลุกเสกในพิธีท่านได้แสดงอภิญญาเหนือธรรมชาติให้ปรากฎ และท่านได้นั่งปรกปลุกเสกพระเครื่องทั้งหมดอยู่ในพิธีจนกระทั่งรุ่งแจ้ง โดยไม่ลุกไปไหนเลยตลอดคืน ถือเป็นพระที่ปลุกเสกนอกวัดอีกรุ่นนึงของหลวงพ่อกวย บรรดาลูกศิษยษลูกหาและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อกวย แย่งกันหาใช้หาเก็บอยู่ครับ
    พระสมเด็จค่ายอดิศร ชุดนี้มีพิธีพุทธาภิเษก-มังคลาภิเษก ที่ยิ่งใหญ่มาก พิธีสุดเข้มขลังเกิดขึ้นเมื่อ เมื่อ ๑๖ ม.ค.๒๕๒๔ ตรงกับ วันเสาร์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ยี่ ปี จอ (พิธีเดียวกันกับพระกริ่งตากสินและพระชัยวัฒน์ตากสิน) โดยมี สมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานแห่งสงฆ์ พลตรี เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
    รายนามสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เจริญพระพุทธมนต์ในพิธี ดังนี้
    สมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพนฯ ประธานจุดเทียนชัย
    พระเทพวิมลโมลี วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร สระบุรี
    พระราชโมลี วัดพระเชตุพนฯ
    พระครูญาณมุนี วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร สระบุรี
    พระครูมงคลวิจารย์ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร สระบุรี
    พระครูสิทธิพิมล วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร สระบุรี
    พระครูสมโพธิวรกิจ วัดศรีบุรีรัตนาราม สระบุรี
    พระครูวรเขตพิศาล วัดวิหารแดง
    พระครูวิมลสมณวัตต์ วัดสูง
    พระครูสรกิจพิมล วัดมงคลทีปาราม
    พระเกจิชื่อดังทั่วฟ้าเมื่อไทยนั่งเจริญภาวนาปลุกเสกในพิธี ดังนี้
    1.พระราชปัญญาโสภณ หลวงพ่อสุข วัดราชนัดดาราม
    2.พระราชมุนี หลวงพ่อโฮม วัดประทุมวนาราม
    3.พระรักขิตวันมุนี หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์
    4.พระวิบูลเมธาจารย์ วัดดอนเจดีย์
    5.พระโพธิวรคุณ หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิต
    6.พระครูสุตาธิการี หลวงพ่อทองอยู่ วัดหนองพะอง
    7.พระครูพิริยะกิตติ หลวงพ่อโต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    8.พระครูศรีพรหมโสภิต หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
    9.พระครูประภาสธรรมคุณ หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ
    10.พระครูประสาทวิทยาคม หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ
    11.พระครูพิพิธวิหารการ หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช
    12.พระครูประสาทวรคุณ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์
    13.พระครูสุวรรณวุฒาจารย์ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
    14.พระครูพินิจสมาจารย์ หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม
    15.พระครูปัญญาโชติวัฒน์ หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ
    16.พระครูพิทักษ์วิหารกิจ หลวงพ่อสา วัดราชนัดดาราม
    17.พระครูนนทกิจวิมล หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ
    18.พระครูอุดมไวทวรคุณ หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน
    19.พระครูรัตนสารวิสุทธิ์ หลวงพ่อเชื่อม วัดแก่นเหล็ก
    20.พระครูศรีปริยัติยานุรักษ์ หลวงพ่อไฝ วัดพันอัน
    21.พระครูประภาสธรรมาภรณ์ หลวงพ่อลำยอง วัดสุนทรประดิษฐ์
    22.พระครูสาธุกิจวิมล หลวงพ่อเล็ก วัดหนองดินแดง
    23.พระครูจันทรโสภณ หลวงพ่อนาก วัดทัศนารุณสุนทริการาม
    24.พระครูญาณวิษฏิ หลวงพ่อทรงชัย วัดพุทธมงคลนิมิต
    25.พระครูอุดมบุญญกิจ หลวงพ่อบุญ วัดน้ำใส ลับแล
    26.พระครูโอภาสธรรมคุณ หลวงพ่อพร วัดบ้านคอหวาง
    27.พระครูสุวรรณประภาส วัดธาตุสว่าง
    28.พระครูพิพัฒน์นวกรณ์ หลวงพ่อจรูญ วัดตึก
    29.พระครูอาทรสิกขการ หลวงพ่อโต๊ะ วัดสระเกษ
    30.พระครูภาวนานุโยค หลวงพ่อหอม วัดซากหมาก
    31.หลวงพ่อเชน วัดสิงห์
    32.หลวงพ่อผาง จิตตศุตโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต
    33.หลวงพ่อศรีทัศวิปัสโน วัดธาตุบ้านแก้งสามหมื่น
    34.หลวงพ่อชื่น วัดคุ้ง
    35.หลวงพ่อเปี่ยม วัดเทพธิดาราม
    36.หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง
    37.หลวงพ่อเชย วัดแสมดำ
    38.พระครูพิพัฒน์ศิริธร หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน
    39.หลวงพ่อนำ ชินวโร วัดดอนศาลา
    40.หลวงพ่อหมุน ยสโร วัดเขาแดง
    41.หลวงพ่อแดง วัดบางเกาะเทพย์กษัตริย์
    42.พระอาจารย์บุญเลิศ วัดเทพธิดารามวรวิหาร
    43.พระอาจารย์สมวงษ์ วัดวังแดงเหนือ
    44.หลวงพ่อคำมี วัดปากช่อง
    45.หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
    46.หลวงพ่อปี้ วัดบ้านด่านลานหอย
    47.หลวงพ่อบาวัง วัดบ้านเด่นกระต่าย
    48.พระครูนันทิยคุณ หลวงพ่อบาตัน วัดเชียงทอง
    49.หลวงพ่อเกตุ วัดศรีเมือง
    50.หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง
    51.พระอาจารย์เกษม เขมะโก สถานไตรรัตน์
    52.พระอาจารย์ชุบ ทินนะโก วัดเกาะวารุการาม
    53.หลวงพ่อคูณ วัดสระแก้ว
    54.พระครูนิเทศธรรมยาน หลวงพ่อพุ่ม วัดเนินหอม
    55.พระครูศิริธรรมสาร หลวงพ่อบาง วัดหนองพลับ
    56.พระครูอนุวัตรสมณคุณ หลวงพ่อสิมมา วัดบ้านหมอ
    57.พระครูกสิณสังวร หลวงพ่อปาน วัดโบสถ์
    58.พระครูอัตถจริยานุกูล หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง
    59.พระครูสรกิจพิจารย์ หลวงพ่อผัน วัดราษฎร์เจริญ
    60.พระครูสมบูรณ์ศีลวัตร์ หลวงพ่อสมบูรณ์ วัดแก่งคอย
    61.พระครูวิบูลสมาธิวัตร หลวงพ่อรัตน์ วัดเขาพระ
    62.พระครูวิธานสรคุณ หลวงพ่ออินทร์ วัดไก่เส่า
    63.พระครูชินธรรมประกาศ หลวงพ่อถิร วัดหนองสรวง
    64.พระครูศีลโสภิต หลวงพ่อแถม วัดทองพุ่มพวง
    65.พระครูสังวรวุฒิคุณ หลวงพ่อออน วัดศาลาแดง
    66.หลวงพ่อย้อย ปุญญมี วัดอัมพวัน
    67.พระครูอุดมสารคุณ หลวงพ่อคร้าม วัดกุ่มหัก
    68.พระมหาทองย้อย วัดศรีบุรีรัตนาราม
    69.หลวงพ่ออำพล วัดหนองคณฑี
    70.หลวงพ่อวัน วัดถ้ำยอ
    71.หลวงพ่อแอ วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม
    72.หลวงพ่อมงคล วัดบ้านโคก
    73.พระอาจารย์เปรม วัดบำรุงธรรม
    74.หลวงพ่อบุศร์ วัดหน้าพระลาน
    75.พระครูปิยะธรรมโสภิต หลวงพ่อคำ วัดบำรุงธรรม
    76.หลวงพ่ออวน วัดหนองพลับ
    77.พระอาจารย์สุนทร วัดหนองสะเดา


    โดยในงานนี้มีเรื่องเล่าถึงหลวงพ่อเกษม เขมโก ".....ตามปากคำคนรุ่นเก่ารวมทั้งอนุศาสนา จารย์ประจำค่ายอดิศรก็บอกอย่างนั้นครับ ที่น่าแปลกคือหลวงปู่เกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ อ.เมือง จ.ลำปาง เมตตารับนิมนต์มาร่วมปลุกเสกพระ ในพิธีให้ด้วยครับ แต่พอเช็คไปทางเจ้าประ เวทย์ ณ ลำปาง และคณะศิษย์รับใช้ ปรากฏว่าหลวงปู่อยู่ประจำที่สุสานไม่ได้ออกไปที่ไหนเลย โดยเฉพาะวันที่ประกอบพิธีพุทธาภิเษกนั้นหลวงปู่ยังรับแขกอยู่ที่สุสานเลย คนเป็นพยานกันนับร้อย แต่ที่งานค่ายอดิศร คนก็เป็นพยานได้นับร้อยเช่นกันว่าหลวงปู่เกษมมา เรื่องจึงกลายเป็นว่า "ต่างคนต่างจริง" ไปได้อย่างน่าประหลาด..."
    เลี่ยมพลาสติกกันน้ำ บูชา 500 บาท จัดส่ง EMS IMG20251229054345.jpg IMG20251229054351.jpg
     
  5. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระคำข้าวรุ่น 2 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เลี่ยมเงิน สวยงามคมชัด บูชา 2,500 บาท จัดส่ง EMS IMG20251229134037.jpg IMG20251229134056.jpg IMG20251229134110.jpg IMG20251229134125.jpg IMG20251229134130.jpg
     
  6. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    เหรียญ"หลวงปู่ชอบ..รุ่นพิเศษ2"ปี2537 เนื้ออัลปาก้า รุ่นนี้ตอกโค๊ต ช.แท้และทันท่านครับ หลวงปู่ชอบท่านเมตตาให้ลงอักขระลายเซ็นท่านให้ลงบนเหรียญรุ่นนี้ด้วยครับ สภาพองค์นี้สวยเดิม เป็นอีกรุ่นที่ราคายังเช่าหาได้ครับตอนนี้ ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านราคาขยับทุกรุ่นและหานากขึ้นทุกวัน ด้วยประสบการณ์ความเมตตาที่ได้พบเจอ
    บูชา 1000 บาท จัดส่งEMS IMG_20251229_150400.jpg IMG_20251229_150414.jpg
     
  7. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    ตะกรุดปราบไตรภพหลวงพ่อบุญอุ้ม วัดป่าโนนแพง โลกนี้หลวงพ่อจารมือเพิ่ม
    ตะกรุดหน้าปัดตลอดหลวงพ่อบุญอุ้มวัดป่าโนนแพง
    บูชา2 ดอก 600 บาทจัดส่ง EMS

    IMG20251229134222.jpg IMG20251229134228.jpg IMG20251229134232.jpg IMG20251229134233.jpg IMG_20251230_053743.jpg IMG20251230053809.jpg IMG20251230053817.jpg

    ตะกรุดปราบไตรภพ
    ในช่วงปี ๒๕๕๒ หลวงพ่อบุญอุ้มได้มีการว่าจ้าง ให้โรงงานปั๊มแผ่นยันต์มาให้ท่าน
    โดยท่านกำหนดให้เป็นรูปนาคคู่เป็นโครงยันต์ ตามตำราของท่านที่ศึกษามา
    ปั๊มมาตอนแรก ท่านพิจารณาดูแล้ว ท่านบอกว่าผิดเพี้ยนบางส่วน
    จึงมีการแก้ไขใหม่จากโรงงาน จนถูกต้อง
    เมื่อถูกต้องแล้ว โรงงานจึงปั๊มเป็นแผ่นยันต์หลายหมื่นแผ่นมาถวายท่าน
    แผ่นยันต์นี้ หากผมจำไม่ผิด ท่านเคยอธิษฐานให้เป็นตะกรุดกาลนาคนอนกิน
    เอาแผ่นยันต์นี้มาม้วน ถักเชือก แล้วทาสีเงินบรอนซ์ ทำไว้หลายร้อยดอก
    แล้วเอามาแจกในวันสุริยุปราคาเต็มดวงของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒
    ผู้ที่มาวัดป่าโนนแพงในวันนั้นได้รับแจกจากมือหลวงพ่อบุญอุ้ม ทุกคน
    ..................................................
    ในระยะเวลาต่อมา
    แผ่นยันต์จำนวนมากมายนี้หลวงพ่อได้อธิษฐานจิตในกุฏิของท่าน ผ่านระยะเวลาที่ยาวนาน
    แผ่นยันต์ รูปพญานาคราชคู่นี้ หลวงพ่อบุญอุ้มท่านเสกสามปี ถึงเอาให้ลูกศิษย์ใช้
    บางช่วง บางคนท่านก็แจกให้เป็นแผ่นไม่ได้ม้วน ไว้พกติดตัว ติดรถ ติดบ้าน
    บางช่วง ท่านกำหนดให้นำแผ่นยันต์ม้วน ถักเชือก แล้วพอกผงมวลสารมงคลสีเขียว
    จำนวนการทำ โดยประมาณไม่น่าจะถึงหนึ่งพันดอก
    บางช่วง ท่านกำหนดให้เอาท่อสายยางขนาดเล็ก ม้วนแผ่นยันต์ตะกรุดแล้วสอดเข้าด้านในท่อ
    บางช่วง ทำแจกไม่ทัน ก็ม้วนแผ่นยันต์ให้เป็นตะกรุด ใส่ถุงซิบล็อค แจกเลย
    ตอนแรกชื่อของตะกรุด ยังไม่ทราบ ว่าให้เรียกตะกรุดชุดนี้ว่าตะกรุดอะไร?
    จนกระทั่งพระอาจารย์โอ พระภิกษุลูกศิษย์หลวงปู่อ่อนศรี เป็นพระศิษย์ผู้น้องของหลวงพ่อบุญอุ้ม
    ได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อ.....ถามความเห็นหลวงพ่อ ...ว่า....
    ตะกรุดชุดนี้ ขอให้เรียกว่าตะกรุดปราบไตรภพ .....ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด
    หลังจากนั้น ก็เรียกตะกรุดชุดนี้ว่า เป็นตะกรุดปราบไตรภพ เรื่อยมา เป็นอันเข้าใจกัน
    ท่านก็เคยเปรยๆว่า อาวุธประเภทพวกปืน พวกระเบิด อานุภาพสูง รบกันก็เข้าข่ายอาวุธวิเศษรบกัน
    ให้เรียกตะกรุดปราบไตรภพ....... ปราบสามโลก........ก็สามารถเรียกได้ ไม่ผิดอะไรหรอก
    .......................................................
    แผ่นยันต์ เท่าที่ได้เห็น ชนิดโลหะ แยกแล้วมี
    แผ่นทองแดง
    แผ่นทองเหลือง
    แผ่นอลูมิเนียมบาง
    แผ่นอลูมิเนียมหนา
    แผ่นทองเหลืองหนาชุบทอง
    โลหะนอกเหนือจากนี้ไม่ขอระบุครับ ด้วยว่าอาจจะมีแต่ยังไม่ได้เห็น เลยไม่รู้
    .......................................................
    ท่านเมตตาเล่าว่า ตะกรุดปราบไตรภพ พุทธคุณความโดดเด่น....เด่นทางแคล้วคลาด นำหน้า
    เคยมีประสบการณ์ ลูกศิษย์ของท่านที่ปฏิบัติงานสามชายแดนใต้ สองท่าน
    พกพาวัตถุมงคลตะกรุดปราบไตรภพของหลวงพ่อบุญอุ้ม คนละดอก
    ขับรถกระบะวีโก้ ปฏิบัติภาระกิจ แล้วไปประสบเหตุ...ถูกลอบถล่มด้วยอาวุธสงคราม
    ลูกศิษย์คนที่หนึ่ง กระสุนหนึ่งนัดถูกที่หน้าอก ไม่เข้า
    ลูกศิษย์อีกคน กระสุนหนึ่งนัดถูกท้องแขน คนนี้เข้าท้องแขน กระสุนเข้าเป็นแผลฉีก
    ตั้งสติตั้งหลัก ทั้งสองจึงต่อสู้โต้ตอบ จนผู้ไม่หวังดีเห็นท่าไม่ดีจึงล่าถอยกลับไป
    ภายหลังเกิดเหตุ ได้มาสำรวจดูรถวีโก้ พบว่า ตัวรถกระบะมีรอยเจาะเข้าของรูกะสุนมากกว่า...สี่สิบ...รู
    รอดตาย รอดปลอดภัยทั้งสองคน
    ในต่อมาลูกศิษย์ทั้งสองท่านนี้มากราบหลวงพ่อบุญอุ้มที่วัดป่าโนนแพง
    ต่างก็แย่งกันพูดรายงานหลวงพ่อ จนท่านต้องปรามๆให้เล่าทีละคน ด้วยฟังไม่รู้เรื่องกัน
    ....จนท่านเข้าใจ รับรู้ในเหตุการณ์ที่เล่า......
    บารมีหลวงพ่อบุญอุ้มคุ้มครองครับ
    เล่าเรื่องราว ให้เป็นพอสังเขป

    อยู่ที่ท่านจะเสกให้เป็นอะไร
    เกจิท่านอื่นตะกรุดนี้ต้องมีโครงยันต์แบบนี้อักขระแบบนี้ เรียกว่าตะกรุดนี้

    หลวงพ่อไม่เน้นเรื่องยันต์เรื่องอักขระ เน้นกระแสพลังที่ใส่เข้าไปมากกว่าครับ ไม่งั้นท่านคงเสกลูกแก้ว เสกปฐวีธาตุไม่ได้ครับ ไม่ต้องลงยันต์ก็เสกได้ เสกได้ทุกอย่างบนโลกนี้ 555
    Cr.ข้อมูลจากกลุ่มไลน์บุญอุ้ม-แผ่นดิน

    ตะกรุดนะปัดตลอด หลวงพ่อบุญอุ้ม อาภัสสโร
    วัดป่าโนนแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

    วิชานะปัดตลอด เป็นวิชาที่หลวงพ่อบุญอุ้ม ท่านได้ตีเคล็ดของวิชานี้แตก วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๔
    ในคราวหลวงพ่อบุญอุ้มอาพาธ ต้นเดือน พ.ค. ๒๕๕๔ การรักษา โดยวิธีผ่าตัด บริเวณสันหลัง
    ท่านมาพักรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดนครพนม ระยะเวลานานเป็นเดือน ช่วงพักรักษา หลวงพ่อบุญอุ้ม ได้บอกให้ทำวัตถุมงคลขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
    ท่านได้กำหนด ให้เป็นตะกรุด โดยให้ใช้ธาตุขันธ์ของท่าน อุดในตัวตะกรุดโลหิตธาตุส่วนบริเวณผ่ากระดูกสันหลัง เกศาธาตุ นขาธาตุ บวกกับมวลสารมงคลต่างๆของท่าน หัวท้ายตะกรุดให้อุดด้วยเม็ดปฐวีธาตุ ตอนทำ ลูกศิษย์ทั้งทางนครพนม และทางสกลนคร ต่างก็หาตัวมาทำที่บรรจุ โดยไม่ปรึกษากันแต่อย่างใด
    อีกทั้งหลวงพ่อก็ไม่ได้บอก ให้ใช้วัสดุอะไรเป็นตัวตะกรุด

    ....พอหามา ลูกศิษย์ที่ทำงานนี้ทั้งสองจังหวัด ต่างได้ท่อแอร์อลูมิเนียมมาเป็นตัวตะกรุด แปลกที่ใจตรงกัน มวลสาร ธาตุขันธ์ของหลวงพ่อบุญอุ้ม บรรจุอยู่ในตะกรุดเพียบ เยอะกว่าตะกรุดชุดอื่นๆ
    ....ตะกรุดนะปัดตลอด รับพลังวิชา นะปัดตลอด ที่หลวงพ่อท่านพึ่งตีเคล็ดแตก
    ท่านเคยยกย่อง สังฆวานร ว่า ผู้ใดมีไว้บูชาติดตัว ให้เวลาสามปี ทำมาหากินสุจริต
    สังฆวานรมีพุทธคุณ ปกป้องคุ้มครอง เมตตามหานิยม ทำมาหากินไม่ฝืดเคือง มีความเจริญรุ่งเรือง
    จนหลวงพ่อบุญอุ้มเล่าการันตรีว่า สังฆวานร ให้เวลาสามปี ไม่เคยมีบ้านก็จะได้บ้าน ไม่เคยมีรถก็จะได้รถ ตั้งตัวได้ในสามปี

    #ตะกรุดนะปัดตลอด
    เมตตาตลอด มีพุทธคุณเฉกเช่นเดียวกับ
    สังฆวานร แต่เนื่องจากตะกรุดนะปัดตลอดมีธาตุขันธุ์ครูบาอาจารย์อยู่ด้วย เทียบด้านความเร็วจึงเร็วกว่าสังฆวานร
    ห้อยติดตัวตลอด ขับถ่ายหนัก ขับถ่ายเบา รอดราวตากผ้าไม่ต้องถอด รอดราวสะพาน หลวงพ่อว่าไม่เป็นอะไร ไม่เสื่อมความขลัง ยังศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม

    ....จำนวนการสร้าง ไม่ได้นับตอนทำเสร็จ คาดว่าสร้างประมาณ ๑๓,๐๐๐ - ๑๗,๐๐๐ ดอก
    หลวงพ่อบุญอุ้มอธิษฐานจิตให้ ในช่วงเข้าพรรษา ปี ๒๕๕๔ ตลอดพรรษา

    หากไปรวมกับเครื่องรางอิทธิมงคลหรือตะกรุดดอกอื่นๆ ที่หลวงพ่อบุญอุ้มท่านสร้าง ในยามคับขัน มีภัยมากล้ำกลาย วัตถุมงคลของหลวงพ่อที่ติดกาย ล้วนต่างส่งกระแสพลังปกป้องคุ้มครอง
    ในส่วนตะกรุดนะปัดตลอดนี้ .... หลวงพ่อบอกว่า
    ตะกรุดนะปัดตลอดนี้ ทำหน้าที่เป็นแม่งาน
    คุมแจกแจงพลังตะกรุดดอกอื่นๆของท่าน ส่งพลังมาปกป้องคุ้มครองภัย ให้ดีสุด
    เนื่องจากมีธาตุขันต์ครูบาอาจารย์อยู่ จึงสามารถควบคุมพลังตะกรุดดอกอื่นๆของท่านได้...
     
  8. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระแก้วมรกต 6 แผ่นดิน หลวงปู่สอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี รุ่นแรก เนื้อรัตนชาติ อุดผงฝังตะกรุดทองคำ 2 ดอก หายากมากๆไม่มีหมุนเวียน กล่องเดิม สร้าง 113 องค์ บูชา 1500 บาท จัดส่งEMS กล่องกำมะหยี่ (ราคาจอง 2,200 บาท)
    IMG20260102215410.jpg IMG20260102215427.jpg IMG_20260102_220413.jpg IMG_20260102_175500.jpg IMG_20260102_175431.jpg IMG_20260102_175447.jpg FB_IMG_1767653786931.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 มกราคม 2026
  9. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระปรกใบมะขาม เนื้อแร่บางไผ่ วัดนครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี ปี 2548 บูชา 450 บาท จัดส่งEMS
    พระนาคปรก ใบมะขาม แร่บางไผ่ วัดนครอินทร์ จ.นนทบุรี ชุดนี้สร้างตั้งแต่ปี 2548 พระสงฆ์ในวัดช่วยกันทำ ช่วยกันหล่อ โดยมี พระอาจารย์สมศักดิ์ ฐิตสกฺโข เป็นหลักในการจัดสร้าง ถือได้ว่ารุ่นสร้างเจดีย์ห้ายอด วัดหนองสิม ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร ล้วนมีพระเกจิอาจารย์แห่งยุคปรกปลุกเสกทั้งพิธีใหญ่และอธิษฐานจิตเดี่ยวไว้ให้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยิ่งคือแร่บางไผ่นี้มีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย คือใน”คลองบางคูลัด จังหวัดนนทบุรี โดยมีองค์บูรพาจารย์ “หลวงปู่จัน” เป็นผู้สร้างตำนานพระเครื่องแร่บางไผ่ขึ้น ###


    วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง เพื่อนำปัจจัยสร้างเจดีย์ห้ายอด เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และอัฐิธาตุพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต และพระปฏิบัติกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น หลายรูป ณ วัดหนองสิม ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

    พิธีพุทธาภิเษก
    วันเสาร์ที่ 1 เมษายน 2549 เวลา 17.00 น. ณ วัดหนองสิม อ.เมือง จ.สกลนคร

    พระคณาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก
    1. หลวงปู่บุญหนา ธมฺมทินโน วัดป่าโสตถิผล ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
    2. หลวงพ่อแตงอ่อน กลฺยาณธมฺโม วัดป่าโชคไพศาล บ้านหนองนาหาร ตำบลนาซอ อำเภอวานรนิวาส จ.สกลนคร
    3. พระครูสุวรรณปทุมาภรณ์ (หลวงปู่คำพัน) วัดบ้านหนองบัวสร้าง ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร (เพื่อนสหธรรมิกของหลวงปู่ปาน วัดกุดไผท)
    4.พระอาจารย์วัชรพล วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร
    5.พระอาจารย์สมศักดิ์ ฐิตสกฺโข วัดนครอินทร์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี (ผู้บูรณะวัดหนองสิม สกลนคร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542)

    พระเกจิคณาจารย์อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    6. หลวงปู่ทิม วัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา
    7. หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง จ.เพชรบุรี
    8. หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน จ.ลพบุรี
    9. หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว จ.พระนครศรีอยุธยา
    10. หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม จ.พระนครศรีอยุธยา
    11. หลวงปู่เก๋ วัดปากน้ำ จ.นนทบุรี
    12.หลวงพ่อตัด วัดชายนา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี IMG_20260112_053638.jpg IMG_20260111_051056.jpg
     
  10. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    จองแล้ว
    พระสมเด็จ 60 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย ลต.มหาบัว อธิฐานจิต พร้อมพระกรรมฐาน 60 องค์ มวลสารสุดยอดครับ โดยเฉพาะอัธฐิครูบาอาจารย์
    หลายองค์ครับเอาแค่อัธฐิ ลป.เสาร์ กับ ลป.มั่น ก็สุดยอดแล้วครับ แล้วพระที่อธิฐานจิตก็เป็นพระที่ ลต.มหาบัว เลือกเข้าร่วมพิธีด้วยองค์ท่านเองทั้ง 60 องค์ครับ
    ได้แก่
    1. ลต.มหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
    2. พระพุทธพจนวราภรณ์ วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่
    3. ลป.ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง จ.ร้อยเอ็ด
    4. ลป.บุญมี ปริปุณฺโณ วัดป่าบ้านนาคูณ จ.อุดรธาน
    5. ลป.เพียร วิริโย วัดป่าหนองกอง จ.อุดรธานี
    6. ลป.บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู
    7. ลป.ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง จ.อุดรธานี
    8. ลป.หลวง กตปุญฺโญ วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง
    9. ลป.ทอง จนฺทสิริ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
    10. ลป.เอื้อม ชุตินฺธโร วัดสนามพราหมณ์ จ.เพชรบุรี
    11. ลพ.ทุย ฉันทกโร วัดป่าดานวิเวก จ.หนองคาย
    12. ลป.บัวเกตุ ปทุมสีโล วัดแม่ปาง จ.แม่ฮ่องสอน
    13.ลพ.เผย วิริโย วัดถ้ำผาปู่ จ.เลย
    14.ลพ.อุทัย สิริธโร วัดถ้ำพระภูวัว จ.หนองคาย
    15. ลพ.ฟัก สนฺติธมฺโม วัดเขาน้อยสามผาน จ.จันทบุรี
    16. ลพ.อ้ม สุขกาโม วัดป่าภูผาผึ้ง จ.มุกดาหาร
    17. ลป.อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร
    18 ลพ.ทองอินทร์ กตปุญฺโญ วัดผาน้ำทิพย์ จ.ร้อยเอ็ด
    19. ลพ.บุญกู้ อนุวฑฺฒโน วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพฯ
    20. ลพ.ด้วง วัดโยธานิมิตร จ.อุดรธานี
    21. อ.ไพโรจน์ วิโรจโน วัดดอยปุย จ.เชียงใหม่
    22. อ.เลี่ยม ฐิตธมฺโม วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
    23. ลพ.ประสิทธิ์ ปุญฺญมากโร วัดป่าหมู่ใหม่ จ.เชียงใหม่
    24. ลพ.สนอง กตปุญฺโญ วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี
    25. ลพ.อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก วัดป่านาคำน้อย จ.อุดรธานี
    26. ลพ.สว่าง โอภาโส วัดป่าศรีอุดมรัตนาราม จ.อุดรธานี
    27 ลพ.วิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย
    28. ลพ.คูณ สุเมโธ วัดป่าภูทอง จ.อุดรธานี
    29. ลพ.เมือง พลวฑฺโฒ วัดป่ามัชฌิมวาส จ.กาฬสินธุ์
    30. ลพ.อ่ำ ธมฺมกาโม วัดป่าเขาเขียว จ.พิษณุโลก
    31. อ.สำรวม สิริภทฺโท วัดไกลกังวล จ.ชัยนาท
    32. อ.คลาด ครุธมฺโม วัดบางเตย จ.พังงา
    33. ลพ.สุธรรม สุธมฺโม วัดป่าหนองไผ่ จ.สกลนคร
    34. ลพ.บุญทัน ฐิตสีโล วัดเขาเจริญธรรม จ.เพชรบูรณ์
    35. อ.กัณหา สุขกาโม วัดแพร่ธรรมาราม จ.แพร่
    36. อ.ณรงค์ อาจาโร วัดป่ากกสะทอน จ.อุดรธานี
    37. อ.สมหมาย อตฺตมโน วัดป่าสันติกาวาส จ.อุดรธานี
    38. อ.สุชิน ปริปุณฺโณ วัดธรรมสถิต จ.ระยอง
    39. อ.โอ ฐิตวีโร วัดจันทาราม(ท่าซุง) จ.อุทัยธานี
    40.อ.จีรวัฒน์ อตฺตรกฺโข วัดป่าไชยชุมพล จ.เพชรบูรณ์
    41. อ.อุทัย(ติ๊ก) ฌานุตฺตโม วัดป่าบ้านห้วยลาด จ.เลย
    42. อ.บุญช่วย ปญฺญวนฺโต วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี
    43. อ.บุญมี ธมฺมรโต วัดป่าศรัทธาถวาย จ.อุดรธานี
    44. อ.อนันต์ อกิญฺจโน วัดมาบจันทร์ จ.ระยอง
    45. อ.นิพนธ์ อภิปสนฺโน วัดป่าบ้านใหม่เมืองพาน จ.อุดรธานี
    46. อ.สวัสดิ์ ปิยธมฺโม วัดป่าคูขาด จ.มหาสารคาม
    47. อ.วิสิทธิ์(ลาย) สนฺติงฺกโร วัดป่าภูสังฆารามฯ จ.อุดรธานี
    48. อ.เฉลิม ธมฺมธโร วัดป่าภูแปก จ.เลย
    49. อ.สงบ มนสฺสนฺโต วัดป่าสันติธรรม จ.ราชบุรี
    50. อ.ชิต ฐิตจิตฺโต วัดป่าดงคล้อ จ.เพชรบูรณ์
    51. อ.อัครเดช(ตั๋น) ฐิรจิตฺโต สำนักสงฆ์บุญญาวาส จ.ชลบุรี
    52. อ.นพดล นนฺทโน วัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร
    53. อ.ถาวร ฐานวโร วัดป่าเหวไฮ จ.อุดรธานี
    54. อ.ภูสิต(จันทร์) ขนฺติธโร วัดป่าหลวงตาบัว จ.กาญจนบุรี
    55. อ.สมเดช สิริจนฺโท วัดเขาถ้ำโบสถ์ จ.จันทบุรี
    56. อ.มานะ(หมู) ฉนฺทสาโร วัดป่าเทอดพระเกียรติสิริธร จ.เลย
    57. อ.สุนทร ฐิติโก วัดป่าหลวงตามหาบัวธรรมเจดีย์ (ร้อยก้อน) จ.อุดรธานี
    58. อ.ทวีศักดิ์(เล็ก) สุจิตฺโต วัดถ้ำดอยลาน จ.ตาก
    59. อ.กุศล ฐิตกุสโล วัดหนองบัว .ประจวบคีรีขันต์
    60.อ.พฤกษ์ สุทฺธิญาโณ วัดป่าเขาเขียว จ.ชลบุรี
    บูชา 400 บาท จัดส่งEMS IMG_20260111_051121.jpg IMG_20260111_051149.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มกราคม 2026 at 07:38
  11. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระผงนางกวักรุ่นแรก หลวงพ่อฉาว วัดสว่างชาติ สภาพน่ารัก บูชา 400 บาท จัดส่ง EMS IMG_20260111_051236.jpg IMG_20260111_051300.jpg
     
  12. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,433
    ค่าพลัง:
    +7,586
    ขอจองครับ
     
  13. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    รับทราบขอบพระคุณครับ
     
  14. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระสมเด็จและนางพญาใบโพธิ์ วัดโพธิ์ชัย จ.สกลนคร ปี 2511พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ปลุกเสก บูชายกชุด 400 บาท จัดส่ง EMS IMG_20260114_053050.jpg IMG_20260114_053108.jpg
     
  15. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระผงรูปเหมือนรุ่นแรกหลวงปู่บุญยอ ขันติโกวัดเทพนัดดา บูชา 150 บาท จัดส่งEMS
    ประวัติ หลวงปู่บุญยอ ขันติโก(ฉบับเรียบเรียงใหม่)
    วัดเทพนัดดา ตำบล นาหนาด อำเภอ ธาตุพนม จังหวัด นครพนม
    อริยเวทย์รูปสุดท้ายแห่งสำนักหลวงปู่ญาถ่านหลักคำ
    พระบุญยอ ขันติโก , พระอธิการบุญยอ ขันติโก หรือท่านพระครูโสภิตพุทธิคุณ ขันติโก ก็เป็นพระรูปเดียวกันที่ชาวบ้านต่างเรียกท่านตามความเคยชิน ของลูกศิษย์แต่ล่ะคนของท่าน แต่ชาวบ้านในพื้นที่ขนานนามท่านสั้นๆว่า “หลวงปู่ยอ” พระผู้มากด้วยไสยเวทย์แห่งลุ่ม “ แม่น้ำก่ำ ” แม่น้ำสายวัฒนธรรมพันปีที่เชื่อมต่อทอดยาวลงสู่ “ แม่น้ำแม่โขง ”
    หลวงปู่ยอ ขันติโก ถือเป็นผู้สืบทอดสรรพวิชาโบราณรูปสุดท้ายแห่งสำนักวิปัสนากรรมฐานอันเก่าแก่เลื่องชื่อในสมัยโบราณของที่นี้ นั้นคือ “ สำนักที่พักสงฆ์เทพนัดดา ” ที่ “ตาเทพ” ชาวไทลาว ผู้นำจิตวิญญาณหรือผู้นำชนเผ่าสมัยนั้น ได้พากันละทิ้งถิ่นบ้านเกิดเมืองนอนจาก “เมืองวังอ่างทอง”ประเทศลาว หลบหนึสงครามหาที่ตั้งหลักแหล่งใหม่ จึงได้นำพาคณะชาวบ้านกลุ่มหนึ่งอพยพย้ายถิ่นมายังประเทศไทย โดยการนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งรกรากฝั่งประเทศไทย ณ ที่นี่ เมื่อ 200 กว่าปีที่ล่วงมา จนแผ่ลูกออกหลานกลายเป็นชาวบ้าน “นานากหรือนาหนาด” เขตอำเภอ ธาตุพนม ในปัจจุบัน ตาเทพถือเป็นผู้นำชนเผ่าหรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือ “หมอธรรม”ประจำเผ่า ของลาวนั่นเอง ตาเทพได้นำพาคณะมาจับจองอาณาบริเวณ ณ เขตนี้ และตาเทพนี่เองเป็นผู้นำจึงได้มีโอกาสถากถางพื้นที่รกทึบค่อยๆเป็นพื้นที่ทำกิน และก็มีพื้นที่เยอะพอสมควร จึงได้มอบที่ดินแห่งนี้ สร้างเป็นพุทธสถานให้เป็นศูนย์รวมศรัทธาชาวบ้านที่เลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา ไว้ตกเป็นมรดกทางพุทธศาสนาเผยแผ่คำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนเกิดความสำคัญอย่างมหาศาลแก่ที่นี่ นั่นคือ เกิดตำนานสมณะศักดิ์สูงสุดทางสงฆ์ขึ้นที่แห่งแรก!!!ในลุ่มอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ นั่นคือ "หลวงปู่ญาถ่านหลักคำ" องค์แรก!!!เกิดขึ้นที่นี้และดำรงตำแหน่งสืบต่อมาจนถึงการมรณะภาพของท่านลงในปี พศ.๒๔๑๑ และภิกษุหนุ่มอย่าง “พระอธิการ ทองคำ กัลยาโน”ก็ได้เข้ามารับสืบทอดตำแหน่งแต่นั้นมา (เจ้าอาวาสองค์ก่อนที่หลวงปู่ยอ จะเข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อจากท่าน) “พระอธิการทองคำ กัลยาโน” กล่าวได้ว่าเป็นผู้มากด้วยเวทย์พุทธอาคมองค์หนึ่งในยุคสมัยนั้นและเป็นผู้สืบสายสรรพวิชาโดยตรงจากหลวงปู่หลักคำ เจ้าอาวาสองค์ก่อน และ ท่านยังมีศักดิ์เป็น “หลวงลุง” ของ หลวงปู่ บุญยอ ขันติโก นั่นเอง
    “หลวงปู่ญาถ่าน หลักคำ อริยเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง” ผู้สืบทอดสรรพวิชาสาย หลวงปู่ญาคูขี้หอม หรือพระครูโพนสะเม็ก เกจิเรืองเวทย์ฝั่งประเทศลาวที่ข้ามมาบูรณะพระธาตุพนม หลวงปู่ญาถ่านหลักคำ ท่านคือบุคคลสำคัญที่นำความเปลี่ยนแปลงมายังพื้นที่แห่งนี้ และพลิกผืนดินของที่นี้ ให้กลับมาน้อมศรัทธาพระพุทธศาสนาอีกครั้ง “หลวงปู่ญาถ่านหลักคำ” ได้ชื่อว่าเป็นผู้พร้อมด้วยไสยเวทย์คาถาที่ต่างเป็นที่ยอมรับในสองฝากฝั่งแม่น้ำโขง อันได้แก่เมืองพระธาตุพนมหรือเมืองมรุกขนครในสมัยโบราณกับหัวเมืองริมแนวชายโขง เป็นต้นว่าท่าแขก แขวงคำม่วน และสะหวันนะเขต ในสมัยนั้นท่านก็ไม่น้อยด้อยวิชาไปกว่าผู้ใดเลย ทั่วอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์อันได้แก่เมืองนครพนม มุกดาหารบางส่วน รวมถึงฟากฝั่งลาวล้วนแล้วไม่มีผู้ใดได้สมณะศักดิ์นี้ ท่านเป็นชาวบ้านแห่งหนตำบลใดไม่ได้มีการกล่าวไว้ เพียงแต่ท่านเป็นผู้นำสรรพวิชาต่างๆมายังถิ่นหนตำบลนี้เป็นองค์แรกไล่ไกล้เคียงกับหลวงปู่ญาคูขี้หอมที่เข้ามาบูรณะวัดพระธาตุพนมเมื่อเกือบสามร้อยปีที่ผ่านมา และได้เผยแผ่สอนวิชาให้ชาวบ้านได้ป้องกันตัวเองในสมัยยามเกิดสงคราม ความไม่สงบในบ้านเมือง ชาวบ้านจึงยกย่องเคารพศรัทธาอย่างมาก จนเป็นที่มาของหลวงปู่หลักคำ คือสมณะศักดิ์ขั้นสูงในสมัยโบราณเทียบได้กับ พระเจ้าแผ่นดิน ของทางโลกนั่นเอง
    หลวงปู่ ยอ เดิมท่านชื่อ บุญยอ นามสกุล จันทะวัง เกิดเมื่อวันที่ 13 เดือน ตุลาคม พศ.2473 ที่บ้าน นาหนาด ตำบล ฝั่งแดง(ขณะนั้นยังคงขึ้นตรงกับฝั่งแดง)อำเภอ ธาตุพนม จังหวัด นครพนม บิดาของท่านชื่อ นาย ชาย จันทะวัง และมารดาท่านชื่อ นาง จอม จันทะวัง เป็นชาวบ้านในตำบล นาหนาด อำเภอ ธาตุพนม ในปัจจุบัน เดิมทีบิดาท่านนั้นเป็นชาวลาวที่พอ่แม่ท่านอพยพข้ามเข้ามาในประเทศไทยพร้อมๆกับตาเทพ และท่านได้บวชจนถึงได้ขั้นที่ชาวบ้าน เรียก ท่านว่า “จารย์” สำหรับคำว่าจารย์ตามความหมายของคนพื้นถิ่นสมัยนั้นนั่นคือ เป็นผู้มีวิชาอาคมไสยเวทย์ประมาณหนึ่งที่ชาวบ้านให้การยอมรับ จึงจะได้คำว่า จารย์ หรืออาจหมายถึงอีกนัยหนึ่งคือ เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสในจริยวัตรและข้อปฏิบัติอย่างมากของคนพื้นที่จึงได้ตั้งฉายาให้ท่าน ท่านบวชมานานเท่าใดหลวงปู่ยอก็ไม่ได้กล่าวไว้ ทราบเพียงแต่ว่าพ่อแม่ของบิดาท่านอพยพข้ามมาจากฝั่งเมืองวังอ่างทองพร้อมๆตาเทพเท่านั้น ก็ด้วยเหตุจากที่บิดาท่านมีพื้นเพมาจากประเทศลาว เรื่องการเรียนอักขระอักษร ขอม ลาว หรือ ภาษาธรรมต่างๆนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ระหว่างที่ท่านครองบรรพชิตบวชในไตรจีวร จึงไม่ใช่เรื่องยากที่บิดาท่านจะเรียนจากหมอธรรมสมัยโบราณ ชีปะขาวทางจังหวัด ยโสธรทางบ้านกระจายน์ หรือเรียนจากคณาจารย์เกจิต่างๆระหว่างที่ท่านมีโอกาส หลวงปู่ บุญยอ ขันติโก ความสามารถอ่านออกเขียนได้ก็ด้วยมาจากบิดาท่านแทบทั้งสิ้นที่ถ่ายทอดให้ท่านสมัยยังมีชีวิตอยู่ เพราะไม่อยากให้วิชาต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมาสูญหายไป
    คำว่า “ ยอ” ในภาษาถิ่นอิสาน รูปนาม แปล ว่า “ ยกขึ้น” ส่วน “ยอ” รูปกิริยา แปลกว่า “เชิดชู ชมชอบ” สาเหตุที่บิดาของท่านตั้งชื่อให้คำว่า บุญยอ ก็ด้วยว่าหากบุตรชายได้เดินทางโลกก็ขอให้ได้เป็นพ่อค้าม้าค้าควายให้ร่ำรวยเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม แต่หากบังเอิญได้ใฝ่ทางธรรมก็ขอให้หลวงปู่เป็นที่นับหน้าถือตา ในร่มพระบวรศาสนาสืบไป
    ดช.บุญยอ จันทะวัง ในสมัยวัยเด็กนั้นถือว่าเกิดในครอบครัวมีฐานะปานกลางมิได้ขัดสนยากจนอะไรมากนัก ทางบ้านยังพอมีการค้าการขายเล็กๆน้อยๆ อาศัยการแลกเปลี่ยนสินค้า หาพืชพรรณธรรมชาติแลกเปลี่ยนซื้อขายตามฤดูหลวงปู่ในวัยเด็กมีนิสัยชอบทำการค้าแต่เด็ก ผิดจากเด็กวัยเดียวกันที่เอาแต่วิ่งเล่นวิ่งซนกันไปวันๆไม่ได้สนใจเรื่องค้าขายแต่อย่างใด เพราะถือว่าเป็นเรื่องของคนโตเขา ไว้ค่อยทำเอาตอนเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่สาย ส่วนหลวงปู่นั้นใฝ่และต้งใจเก็บหอมรอมริบอยากเก็บเงินเก็บทองไว้ต่อทุนไปเรื่อยๆ อาทิว่า ไปหาซื้อหาเก็บมะพร้าวมาแกะขาย ช่วยพ่อแม่ทำมาค้าขาย หลวงปู่มักไปตามวัดต่างๆเพราะมีมะพร้าวเยอะหลายต้น จึงค่อนข้างผูกพันกับวัดแต่เด็ก
    ดช.บุญยอ จันทะวัง มีความผูกพันธ์กับวัดเทพนัดดาตั้งแต่คราวยังเด็ก ย้อนกลับไปแต่จำความได้ท่านก็ได้เล่าว่า “เมื่อเด็กๆนั้น ก็มาซื้อมะพร้าวที่วัดนี้แหละบ่อย เพราะต้นมะพร้าวเยอะมาก กว่าจะซื้อหมดวัดก็ใช้เวลาไปหลายวัน” ซึ่งขณะนั้นที่วัดแห่งนี้ ได้มีเจ้าอาวาสที่เป็นหลวงลุงของท่านเอง เป็นเจ้าสำนักสืบทอดจากหลวงปู่ ญาถ่านหลักคำ นั่นคือ “พระอธิการทองคำ กัลยาโน” หรือชาวบ้านมักเรียกท่านว่า “ญาคูทองคำ” ผู้เลื่องชื่อในอำเภอธาตุพนมในขณะนั้น โดยเฉพาะ “ ตะกรุด-ครอบจักรวาล ”ที่มีประสบการณ์เมตตามหาอุตต์และเมตตามหานิยมมากมายมาแล้ว
    ในวัยเด็กของเด็กชายบุญยอ จันทะวัง ถือว่าท่านเป็นเด็กฉลาดมากเรียนรู้และท่องจำได้เร็วกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกัน สอบก็ได้อันดับต้นๆเรื่อยมา แม้ท่านจะมีปฏิญาณไหวพริบดีแต่ท่านก็เลือกจบเส้นทางการศึกษาของท่านลงเพียงประถม 4 เท่านั้น แล้วก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน ทำนาตามประสาเด็กในต่างจังหวัด จนท่านได้ย้ายตามพ่อแม่ท่านไปยังต่างอำเภอแล้วก็ย้อนย้ายกลับมายังอำเภอธาตุพนมเช่นดังเดิม
    ก้าวย่างเข้าสู่ชีวิตวัยหนุ่มช่วงอายุ 16-17 ปี ท่านก็ได้มีโอกาสไปค้าขายต่างเมืองคือได้มีส่วนไปเปิดหูเปิดตาในอาชีพติดตามนายห้อย ไล่ต้อนวัวควายหรือติดตามรับซื้อไปกับกลุ่มพ่อค้าในละแวกหมู่บ้าน ค่ำใหนนอนนั้นบางทีไปไกลถึงเมืองปราจีนบุรีก็มี เมื่อก่อนสภาพแวดล้อมในสมัยนั้นต้องยอมรับกันทีเดียวว่ามีแต่ป่ารกทึบ ทุ่งก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหญ้าเขียวขจีไม่เหมือนสมัยนี้ ผิดหูผิดตาไปเยอะ และด้วยที่ท่านต้องเดินทางไปนั้นไปนี่ไกลๆบ่อยๆท่านจึงมีความสนใจในทางด้านไสยเวทย์ต่างๆเข้าไปหาหมอธรรมพื้นบ้านหมอไล่ผีตามหมู่บ้านต่างๆในสมัยนั้น ตามความคึกคะนองของวัยรุ่นชนบทที่ชอบเรียนนั่นเรียนนี้ไว้ป้องกันตัว หาเรื่องความคงกระพันบ้างเมตตามหานิยมให้สาวๆหลงบ้าง ท่านเองก็ไม่แพ้หนุ่มๆวัยเดียวกัน ที่เที่ยวไปตามวัย แต่ก็แปลกอยู่อย่างแม้ท่านจะคึกคะนองเพียงใดในชีวิตที่ผ่านมาท่านไม่เคยออกครองเรือนเลย ท่านได้ติดตามไล่ต้อนวัวควายระยะหนึ่งจึงได้ละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเดินทางสู่เมืองอุบลราชธานี เพื่อไปร่ำเรียนหาอาชีพกับเพื่อนฝูงด้วยกันสมัยนั้น ท่านก็ได้อาชีพขับรถเป็นอาชีพทำมาหากินในวันหนุ่ม จนกระทั่งวันหนึ่งท่านได้มีโอกาสพบ “พ่อขาว หรือหมอธรรมพื้นบ้าน” ที่วัดแห่งหนึ่งท่านเองก็นึกชื่อวัดไม่ได้ ท่านเล่าว่า วันนั้นก็บังเอิญพบพ่อขาวหรือหมอธรรมนี้แหละ ไปกับเพื่อนหลายคน พ่อขาวก็ถามก็ถามว่า “เอามั้ยไอ้หนุ่มของดี” หลวงปู่ไม่รีรอที่จะตอบ “เอาครับ” งั้นมามารับครูก่อนแล้วจะสอนให้ ส่วนเพื่อนๆที่ไปด้วยกันนั้นไม่มีใครสนใจเพราะไม่มีใครใฝ่ทางนี้อยู่แล้ว พ่อขาวคนนั้นได้สอนหลวงปู่คือ บารมี 30 ทัศน์ ซึ่งหลวงปู่บอกว่าภูตผีปิศาจกลัวนักแล ได้วิชานี้มาก็แบบเหตุบังเอิญก่อนบวชเช่นกัน
    ความผกผันให้หลวงปู่มาสู่ร่มกาสาวพัฒน์ใต้บวรแห่งพุทธศาสนา กล่าวคือย้อนกลับไปต้นเหตุที่กลับมาอยู่ภูมิลำเนาบ้านเกิดท่านอีกครั้ง วันหนึ่งท่านไปกับเพื่อนของท่านก็ไม่ได้ไกลจากที่พักเท่าไหร่นัก สถานที่นั้นก็เป็นบริเวณคล้ายๆศาลปู่ศาลเจ้าอะไรชักอย่างที่ชาวบ้านนับถือ ตัวท่านและเพื่อนๆเดินผ่านก็ไปเจอ “งูสิงเสื้อ” ตัวใหญ่มาก (ซึ่งหลวงปู่เล่าว่าเป็นงูไม่มีพิษ)นอนขดไข่หรืออะไรชักอย่างแล้วอยู่ข้างริมทางที่ท่านและเพื่อนๆเดินผ่าน แผ่คอชูหัวตะหง่านเหมือนเฝ้าอะไรไว้ชักอย่าง ลักษณะงูยาวและลำตัวใหญ่มากถ้าวัดก็น่าจะมีสองเมตรขึ้น แปลกอยู่อย่างคืองูประเภทนี้เวลาเห็นคนมันต้องรีบเลื้อยหนีแต่ตัวนี้ไม่ใช่กลับชูคอแผ่แม่เบี้ยฟ่อๆตรงนั้น เพื่อนๆท่านรู้ว่างูนี้ไม่มีพิษ เลยหาหยิบไม้บริเวณใกล้ๆนั้นเข้าไปฟาดสามสี่ทีเป็นอันว่าได้อาหารหรือกับแกล้มอันโอชะยามเย็นเป็นแท้มื้อนี้ หลวงปู่ได้แต่ส่ายหัวว่าไม่น่าทำมันเลย มันก็ไม่ได้ทำอันตรายใดๆแม้ท่านจะปรามห้ามเพื่อนๆแล้ว แต่คงถึงฆาตงูใหญ่ตัวนี้แล้ว ตกเย็นก็ตามที่คะเนไว้ลอกหนังต้มแซ่บงูอย่างอร่อยปาก แต่หลวงปู่ไม่ร่วมวงในมื้อนี้ด้วยเลย แล้วเมื่อชาวบ้านละแวกนั้นทราบเรื่อง ก็บอกกล่าวว่า นั่นมันงูเจ้าที่ทำไมไปทำอย่างนั้น ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีเหตุให้เพื่อนๆที่ร่วมวงในวันนั้นแตกคอทะเลาะเบาะแว้งแตกกันไปคนละทิศละทาง และหลวงปู่ก็ได้กลับมาภูมิลำเนาะอีกครั้ง และเมื่อท่านมาพักที่บ้านท่านเพื่อรอเข้าไปหาทางขับรถทำในกรุงเทพ ก็มีเหตุให้ท่านได้เข้าสุ่ร่มกาสาวะพัฒน์ เมื่อญาติผู้ใหญ่ท่านมีงานบุญแจกข้าวหาลุงของท่าน บิดามารดาของท่านจึงให้ท่านบวชเข้ากองบุญชัก 15 วัน และเป็นการบวชแทนคุณพ่อแม่ไปในคราวเดียวกันเลย
    ไม่มีอะไรแน่ในชีวิตมนุษย์ไม่มีอะไรจะถาวรตลอดไป และคงไม่มีอะไรจะยั่งยืนเท่าความดี หลวงปู่บวชตามความประสงค์ของผู้เป็นพอ่และแม่และตั้งใจว่าการบวชครั้งนี้จะบวชแค่เพียง 15 วันเท่านั้น แต่คงมีเหตุปัจจัยในอดีต ที่ทำให้ท่านผกผันสู่ห้วงแห่งแดนพุทธธรรมและเป็นการก้าวเข้ามาในวัยหนุ่มเช่นนี้ และเมื่อช่วงที่ท่านได้บวชนั้นกำลังจะครบวันสึกพอดี ก็ได้มีพระอาจารย์ที่เป็นอาจารย์สอนโรงเรียนพระปริยัติ ที่ท่านสอนอยู่วัดพระพุทธบาท บ้านหนองหอย ตำบล พุ่มแก จังหวัด นครพนม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่หลวงปู่คำพันธ์เป็นครูบาอาจารย์ที่นั่นขณะช่วงนั้นพอดี ท่านได้ชักชวนให้ท่านอย่าเพิ่งรีบสึก ให้ศึกษาพระวินัยดูก่อนแล้วลองสอบนักธรรมตรี โท เอก ดูก่อนเผือจะได้เป็นมหาจะได้เป็นที่นับหน้าถือตาของชาวบ้านและวงศ์ตระกูลก็จะเป็นเกียรติอีกด้วย จึงเป็นเหตุให้หลวงปู่ระงับการลาสิกขาไปก่อนในช่วงนั้น
    หลวงปู่บุญยอ ขันติโก ท่านบรรพชาบวช ณ วัดบ้านหนองหอย ซึ่งอยู่ในอำเภอ นาแก ตำบล พุ่มแก จังหวัด นครพนม ซึ่ง ณ ขณะนั้น“หลวงปู่ คำพันธ์ โฆษปันโญ “ เปิดสอนพระปริยัติและสอนกรรมฐานแก่พระเณรที่บ้านหนองหอยอยู่ในขณะนั้น “ พระ บุญยอ ขันติโก” จึงได้รู้จัก “หลวงปู่ คำพันธ์ โฆษปันโญ” เกจิที่มีจริวัตรและข้อปฏิบัติงดงามรุปหนึ่งของนครพนม และของประเทศไทยสายหลวงปู่มั่น ก่อนที่หลวงปู่คำพันธ์ จะย้ายไปจำวัดที่วัดธาตุมหาชัยถาวร
    ในช่วงนั้นที่ “ พระบุญยอ ขันติโก ” จำวัดที่วันพระพุทธบาทนั้น ชาวบ้านในตำบล นาหนาด ได้เหมารถยนต์ไปสองคันรถ เพื่อไปนิมนต์ท่านกลับมาจำวัดที่วัดบ้านเกิดของท่าน ก็เป็นช่วงประจวบเหมาะที่ท่านกำลังลังเลอยู่เช่นกันว่า จะหนีหรือจะสึกออกไปแต่งงาน!!! สุดท้ายความสว่างไสวแห่งร่มบวรพุทธศาสนาสว่างเจิดจ้าในห้วงจิตของท่านกว่า จึงตัดกิเลสทั้งมวลแห่งกามคุณย้ายมาจำวัดที่วัดเทพนัดดาและรับตำแหน่งเจ้าอาวาสในปี พศ.2502 ตามที่ชาวบ้านได้นิมนต์ท่านมา หากไม่เช่นนั้นแล้วท่านอาจพ่ายไฟราคะแห่งกิเลสตนเองเป็นแท้ เพราะสาเหตุเรื่องผู้หญิงในหมู่บ้านหนองหอยมาชอบพอท่านและต้องการให้ท่านสิกขาลาเพศมาแต่งงานกับสีกาผู้นั้น นั่นเอง
    เมื่อท่านย้ายกลับมายังบ้านเกิดและเข้ามาดูแลวัดเทพนัดดาตามความประสงค์ชาวบ้าน ท่านก็นำความเจริญกลับมายังวัดแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ในช่วงนั้นท่านได้มีโอกาสเป็นภิกษุอุปฐากพระเทพรัตนโมลีหรือเจ้าคุณแก้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ท่านได้ทุ่มเทช่วยงานทางวัดพระธาตุพนมอย่างมาก ไม่ว่าจะด้านการประชาสัมพันธ์ต่างๆรวมถึงการเป็นอาจารย์คุมสอบให้แก่สามเณรทั่วไปที่เข้าสอบ โดยเจ้าคุณแก้วให้ความไว้วางใจท่านเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆแทนท่านตลอดมาในช่วงนั้น จนท่านต้องเสียโอกาสสำคัญอย่างที่ท่านตั้งใจไว้ในคราวแรกนั่นคือการสอบนักธรรม ท่านไม่มีเวลาอ่านหนังสือไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ท่านจึงไม่ได้ทำตามความตั้งใจทีแรกของท่านในครั้งนั้น
    เมื่อท่านเกิดความเบื่อหน่ายกับการที่ต้องไปนั่นนี่ท่านเลยย้อนกลับหาความต้องการปลีกวิเวก ด้วยการชวนพระรุ่นพี่รูปหนึ่งของท่านออกท่องเที่ยวแต่นั้นมา หลวงปู่ท่านก็ไปนั่นไปนี่บางไปเป็นเดือนก็กลับบ้างก็สองสามเดือนค่อยกลับมา ท่องเที่ยวไปเรื่อยตามประสาพระหนุ่มที่ตั้งใจ เดินรอยตามครูบาอาจารย์ทั้งหลายในห้วงแห่งความเจริญทางพุทธศาสนาเจริญงอกงามในเขตแดนอิสานขณะนั้น
    กล่าวย้อนถึง หลักฐานต่างๆทางการบรรพชาของท่าน แม้ว่าหลักฐานเอกสารช่วงหนึ่งของท่านได้ถูกขโมยไปก็ตาม แต่ก็พิสูจน์ได้ไม่ค่อยยากเท่าใดเรื่องอายุ พรรษาต่างๆมูลที่ไปที่มาเรื่องวิชาของท่าน เพราะในเอกสารหลวงปู่ย้ายมาจำวัดรับตำแหน่งเจ้าอาวาส “ วัดเทพนัดดา ” ซึ่งตั้งอยู่ ณ หมู่บ้าน นาหนาด ตำบล ฝั่งแดง อำเภอ ธาตุพนม จังหวัด นครพนม ณ ขณะนั้น ซึ่งตรงกับปีพศ. 2502 จึงกล่าวถึงการจำพรรษาเฉพาะตามหลักฐานที่ย้ายมารับตำแหน่งในวัดเทพนัดดานี้ ตามปีพ.ศ 2502 ก็ 62 ปี 62 พรรษา อายุ 94 ปี (แต่ไม่ได้นับก่อนท่านย้ายมาว่าท่านบวชจำวัดที่อื่นกี่พรรษา) ก่อนที่ท่านจะย้ายมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสที่วัดเทพนัดดาแห่งนี้
    ตามเอกสารสำคัญที่ปรากฏ ขณะที่ท่านอายุได้ 29 ปีชาวบ้านได้นิมนต์ท่านจาก “วัดบ้านหนองหอย” ให้มารับตำแหน่งเจ้าอาวาสที่วัดเทพนัดดา และอายุประมาณ 30 ต้นๆท่านก็ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง เป็น “ พระอธิการบุญยอ ขันติโก”ซึ่งถือว่าเป็นการเข้ารับตำแหน่งทางสงฆ์รวดเร็วและเป็นรูปแรกๆที่รับสมณศักดิ์นี้ละแวกอำเภอนี้เสียด้วยซ็ำ เพราะท่านยังหนุ่ม การพัฒนาต่างๆของท่านไม่ว่าการสร้างศาลาบูรณะวัดจนเป็นที่ยอมรับว่า ท่านคือ พระนักพัฒนา ทำความรุ่งเรืองให้แก่วัดอย่างมาก จน- ต่อมาในปี พศ.2525 ท่านก็ได้เลื่อนยศสมณศักดิ์ขึ้นเป็น “พระครูโสพิศพุทธิคุณ ขันติโก”
    กลับไปเท้าความเรื่องที่ไปที่มาของท่านก่อนย้ายมาที่นี่อิงจากคำบอกเล่าชาวบ้านอาวุโสในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง ตามที่ผู้เฒ่าผู้แก่กล่าวถึงหลวงปู่ว่า หลวงปู่ไม่ได้จำวัดที่นี้แต่เดิม แต่เป็นคนตำบลนี้ ท่านจำวัดที่อื่นมาก่อน ก่อนที่ชาวบ้านจะพากันไปนิมนต์ท่านมาจำวัดที่นี้ จำที่ทางอำเภอนาแกโน่นล่ะ ก็ไม่รู้ว่านานเท่าใดนะ คิดว่าน่าจะประมาณ 6-7พรรษาหรือมากกว่านั้นก็ไม่แน่ชัด เพราะตำแหน่งเจ้าอาวาสทางวัดเทพนัดดาว่างลง ชาวบ้านจึงมีความเห็นกันว่า อยากหาพระมาดูแลวัดต่อไม่อยากให้ว่างนานกว่านี้ ใครมาก็มาอยู่ได้ไม่นาน ก็เลยคิดถึงหลวงปู่เพราะท่านก็เป็นลูกหลานเจ้าอาวาสองค์ก่อน น่าจะอยู่นานอยู่ทนเหมือนที่ผ่านมา จึงได้เชิญชวนกันเหมารถไปนิมนต์ท่านกลับมาจำวัดที่นี้ในปี พศ.2502 ส่วนใหญ่คนเฒ่าคนแก่ก็ว่าหลวงปู่น่าจะมีพรรษากว่า 70 พรรษาแล้วด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ท่านก็อายุมากแล้ว 90 กว่าๆแล้ว แก่แล้ว รุ่นเดียวกับหลวงปู่ตายไปเกือบหมดแล้ว
    การร่ำเรียนสายวิชาต่างๆ
    ด้วยโชคชะตาวาสนาผลักท่านให้กลับมาพัฒนาวัดบ้านเกิดของท่าน เพราะที่วัดเทพนัดดาแห่งนี้ หลังจากสิ้นหลวงลุงท่าน คือ พระอธิการ ทองคำ กัลยาโณ ไปก็ไม่ได้มีเจ้าอาวาสองค์ใดอยู่ทนคงอยู่นานได้ชักรูปหนึ่ง ชาวบ้านเห็นว่าท่านเป็นลูกหลานผู้สืบทอดทางสายเลือดหลวงลุงท่าน ก็คงคิดว่าท่านบัดนี้ได้บวชมาในร่มบวรพุทธศาสนาแล้ว ก็อยากให้ท่านกลับมาพัฒนาวัดบูรณะสิ่งต่างๆ และให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรสืบทอดจาก หลวงลุงของท่าน และท่านคงจะบวชไม่สึกเหมือนหลวงลุงท่าน จึงได้นิมนต์ท่านกลับมา
    วัดเทพนัดดา เป็นที่ตั้งสำนักเก่าแก่โบราณที่มีชื่อเสียงในเรื่องวิชาโบราณต่างๆ และบูรพจารย์ที่โด่งดังที่นี้คือ หลวงปู่ ญาถ่าน หลักคำ ผู้สืบสายวิชาสองฝั่งโขงจากหลวงปู่ญาคู ขี้หอม หรือชาวบ้านตั้งชื่อท่านว่า พระครูโพนสะแม็ก ตำนานผู้บูรณะองค์พระธาตุพนม และ “หลวงปู่ หลักคำ” นี้แหละ คือ “พระอุปัชฌาย์ หลวงตาหมี” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม #พระครูศิลาภิรัต (หมี)อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมและเจ้าคณะอำเภอธาตุพนมรูปแรกพ.ศ.๒๔๕๘-๒๔๗๙ คำว่า “หลวงปู่หลักคำ” นี้ ชาวบ้านเรียกติดปากมาตั้งแต่สมัยปู่สมัยย่า เพราะว่าสมณะศักดิ์นี้ถือเป็นสมณะศักดิ์ขั้นสูงของวงการสงฆ์ในสมัยโบราณ ต้องเป็นที่ยอมรับทั่วไปในหัวเมืองเขตปกครองดูแลต่างๆจึงได้มีพิธีฮดสงฆ์ ตั้งแต่ หลาบเงิน หลาบคำ และหลาบคำนี่แหละคือที่สุดของสมณะในสมัยนั้น ผู้ที่ได้ตำแหน่งนี้มาจึงมิใช่ได้มาง่ายๆและต้องมิใช่พระธรรมดา ต้องพร้อมด้วยจริยวัตรข้อปฏิบัติต่างๆร่วมถึงต้องช่วยปัดเป่าชาวบ้านได้และเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวบ้านเคย มีลูกศิษย์จากสำนักวัดแห่งนี้ได้มีวิชาดีติดตัวไปหลายต่อหลายท่าน ในช่วงสมัยก่อนนั้น วัตถุมงคลของที่นี้ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากก็เห็นจะเป็น ทางด้านตะกรุด ผ้ายันต์ และของดีเมตตามหานิยม จนมีเรื่องเล่าจากชาวบ้านหลายๆท่านที่นำของดีวัตถุมงคลที่ของสำนักนี้ไปใช้บูชาติดตัว แคล้วคลาดกับมานักต่อนัก ยิ่งช่วงสมัยสงครามอินโดจีนปี 2508ก็ประจักษ์แก่ชาวบ้านมาแล้วนักต่อนัก
    หลวงปู่ บุญยอ ขันติโก ได้รับทรัพย์สมบัติอย่างมหาศาลที่มิใช่เงินทองจากสำนักแห่งนี้ ไม่ว่าจะตำรามนต์คาถาโบราณต่างๆที่เป็นมรดกตกทอดจากบูรพาจารย์ที่ท่านทิ้งไว้ให้ เมื่อหลวงปู่หลักคำมรณะในปี พ.ศ ๒๔๑๑ ท่านก็ไม่ได้ไปเปล่า ท่านก็ทิ้งผู้สืบทอดท่านไว้ อย่าง พระอธิการ ทองคำ กัลยาโณ หลวงลุง ของหลวงปู่ยอ ขันติโก นั่นเอง พระอธิการ ทองคำมีชื่อเสียงและโด่งดังอย่างมากในยุคนั้นในพื้นที่อำเภอ ธาตุพนม ลูกศิษย์ของท่านต่างเข้ามากราบไหว้แวะแวะให้ท่านช่วยปัดเป่าเคราะห์เข็ญไม่ขาดสาย สืบเนื่องที่ท่านเป็นผู้สืบสรรพวิชาโดยตรงจากหลวงปู่ญาถ่านหลักคำ อดีตเจ้าสำนักองค์ก่อน ที่ชาวบ้านศรัทธาท่านอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว เมื่อท่านยังอยู่ก็ช่วยชาวบ้านแห่งหนตำบลนี้และละแวกใกล้เคียงโดยถึงช่วยทะนุบำรุงศาสนาไม่เคยขาด อาทิเช่นวัดพระธาตุพนมในยุคนั้น แม้หลวงปู่ญาถ่านหลักคำและหลวงพระอธิการ ทองคำ จะมรณภาพไป แต่ สรรพวิชาต่างๆนั้นก็ยังมิได้สูญไปกับท่านทั้งสองแต่อย่างใด ท่านยังมี ศิษย์ท่านองค์หนึ่งได้รับสรรพวิชาต่างๆมาสืบทอดสืบสายและถือเป็นรูปสุดท้าย นั่นคือ หลวงปู่ บุญยอ ขันติโก อริยเวทย์มากอาคมอีกรูปหนึ่งและถือว่าท่านเป็นรูปสุดท้ายแล้วในปัจจุบัน
    หลวงปู่ถือเป็นพระหนุ่มที่มีความสนใจทางด้านเวทมนต์ไสยศาสตร์ต่างๆเป็นทุนตั้งแต่หนุ่มๆอยู่แล้ว พอท่านเข้ามาสู่ร่มกาสาวพัฒน์ยิ่งมีโอกาสศึกษาค้นขว้าตำรา หรือเดินทางไปศึกษากับพระอาจารย์ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเดินทางข้างฝั่งประเทศลาวเพื่อไปขอศึกษาสายวิชาในสมัยนั้นกับสายสมเด็จลุน ท่านเคยนั่งเครื่องบินฝรั่งจากแขวงคำม่วน ประเทศลาว ไปงานฉลองเวียงจันทร์ โดยการนิมนต์ของลูกศิษย์ทหารใหญ่ท่านหนึ่งที่ศรัทธาท่าน ให้ร่วมเดินทางไปในเที่ยวบินเดียวกันเพื่อไปงานฉลองเมืองที่เวียงจันทร์ และที่นั่นเองหลวงปู่ได้มีโอกาสศึกษาสายวิชาของสมเด็จลุนที่เลื่องชือของเมืองพี่เมืองน้องอย่างประเทศลาว บูรพาจารย์ที่เกจิหลายท่านในเมืองไทยยอมรับในเวทย์อาคมของท่าน
    หลวงปู่ช่วงที่ท่านแข็งแรงท่านมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่งคือ ชอบท่องเที่ยวไปตามธรรมชาติปลีกวิเวกชอบเสาะหาหมอธรรม เกจิอาจารย์ ที่ใหนมีวิชาดีหลวงปู่มักดั้นดนไปศึกษา ไปดูก่อนว่าใช่มั้ย จริงมั้ยแล้วค่อยฝากฝังตัวเป็นศิษย์ หลวงปู่ท่านมีสหายธรรมท่านหนึ่งเป็นพระผู้พี่ ท่านทั้งสองชอบชวนกันทิ้งวัดออกธุดงค์ เดินธุดงค์ไปจำที่นั่นที่นี้ ที่ผีดุๆท่านยิ่งชอบไปพิสูจน์ หัวไร่ปลายนา ในป่าช้า ท่านชอบลองของตามประสาพระหนุ่ม เขาแถบ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร หรือแม้แต่ผั่งลาวเลาะชายโขง แขวงคำม่วน สะหวัน หรือลึกกว่านั้นท่านก็เคยไปมาหมดแล้ว ถามลาวตรงใหนท่านตอบได้หมดไม่มีติดขัดเลย บางทีเข้าถ้ำเข้าป่าลึกๆก็ยังไปเห็นพระในถ้ำเยอะแยะมาก ไม่รุ้ใครเอาไปไว้ก็แปลกอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยนำออกมาจากถ้ำกลัวเจ้าของเขาหวง สหายธรรมที่หลวงปู่ชอบเดินทางไปด้วยบ่อยๆนั้นต้องยอมรับว่ามีอาคมกล้าเช่นกัน ท่านหนังเหนียวนะ ครั้งหนึ่งมีโจรไปดักปล้นท่านแย่งย่ามท่านไป ท่านไม่ยอมโจรมันก็ใช้มีดที่เตรียมมาเฉือนเข้าที่คอหอย 3-4 ทีนะ ไม่เป็นอะไรเลยมีแค่เพียงรอยถลอกเท่านั้น โจรมันเห็นทำอะไรท่านไม่ได้ตกใจพากันวิ่งหนีกระเจิงไป
    ท่องเที่ยวลงใต้ท่านท่องเที่ยวธรรมชาติลงทางใต้ก็ลงไปทาง นครศรีธรรมราช ภูเก็ต พังงา หาดใหญ่ ลัดเลาะไปเรื่อยๆจนถึงมาเลเชียท่านก็ไป บ้างก็ไปพบเกจิชื่อดังเมืองไทยด้วยท่านหนึ่งแต่ท่านนึกชื่อไม่ออกบอกว่าตอนนั้นพระรูปนั้นไปสร้างวัดที่มาเลเชีย ท่านธุดงค์ไปทางใต้อยุ่ประมาณสองสามครั้ง แต่ข้ามไปมาเลย์แค่สองครั้ง ท่านลงไปทางนั้นได้เหล็กไหลติดกลับมาส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้มอบให้เขาไปหมดแล้ว บ้างก็ให้ฟรีบ้างก็มาขอบูชาบ้าง
    ธุดงค์ขึ้นเหนือท่านลัดเลาะไปกับสหายธรรมท่องเที่ยวธรรมชาติไปเรื่อยท่านชอบแสวงหาความสงบไปเรื่อย ท่านบอกก่อนนั้นก็เริ่มแถวๆเราลัดเลาะไปสกล หนองคาย เลย แล้วก็เลาะโขงไปเรื่อยๆจนไปถึงเชียงใหม่โน่นล่ะ ตอนนั้นก็ว่าจะไปกราบหลวงปู่แหวนไปขอเรียนกัมฐาน แต่ท่านมรณาพก่อนหน้าแล้วเลยได้แต่ไปกราบสักการะท่านเท่านั้น หลังจากนั้นก็ท่องเที่ยวไปเรื่อยก็ไปหลายที่มากมายแต่ตอนนี้ลืม มันไปมามากมายแก่แล้วความจำก็ไม่ค่อยดีเหมือนเก่าเจอเกจิต่างๆเยอะแยะจนไม่รู้ใครเป็นใคร มันนึกชื่อไม่ออก มันติดที่ปากนี่แหละ หลวงปู่กล่าว
    สรรพวิชาที่โดดเด่นของหลวงปู่ที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมตตา มหานิยม รักษาอาการคนวิกลตกจริต ผีเข้าผีสิง หรือไล่ผีตีปอบนั้น เป็นที่ยอมรับในวงกว้างอย่างมาก ท่านบอกว่าท่านเล่าเรียนกับอาจารย์มาหลายที่ ท่านหนึ่งก็เรียนกับหลวงปู่ที่วัดนาคำ บ้านนาคำ ตำบล น้ำก่ำนี่แหละ ท่านเป็นเกจิอาจารย์ฝั่งซ้ายมาจำวัดที่นั่นใครๆก็ไปกราบท่านสมัยนั้น ท่านบอกว่าเป็นวิชาที่ขอเรียนค่อนข้างยากอยู่พอสมควรนะ ไปหลายครั้งเหมือนกัน กว่าหลวงปู่จะสอนให้ก็ไปตื้อให้ท่านสอนอยู่นานเหมือนกัน และท่านก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับอีกหลวงปู่ท่านหนึ่งเรื่องการทำตะกุดเพิ่มเติมซึ่งขณะนั้นหลวงปู่ท่านนั้นเป็นพระทางอำเภอดงหลวง มีชื่อเสียงเรื่องตะกรุดอย่างมากเช่นกัน ชนิดที่ ทหารนำไปใช้ปืนยิงปืนลองกี่กระบอกก็ไม่ออกซึ่งน่าอัศจรรย์มาก หลวงปู่ยังย้ำว่า ไม่ใช่ว่าใครๆก็จะเรียนได้นะ มันต้องอยู่ในศีลในธรรมด้วย มันถึงจะขลัง ไม่ใช่เรียนมาแล้วรักษาไม่ได้ ก็ไม่ได้นะ ต้องปฏิบัติเคร่งครัดอยุ่ในศีลในธรรมทำให้ได้แล้วทุกอย่างจะมาเอง
    กัมฐาน ที่ปฏิบัติธรรมเหล่าโพนค้อ
    หลวงปู่ช่วงต้นๆนั้นท่านได้ไปฝึกปฏิบัติกรรมฐานที่ วัดเหล่าโพนค้อ บ้านโพนค้อ กับอาจารย์สอนกัมฐานที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นซึ่งท่านก็จำได้ว่าชือพระอาจารย์ จันลี ท่านไปเข้ากรรมฐานที่นั้น สถานที่ท่านไปฝากตัวเป็นศิษย์นั้นคล้ายๆเป็นป่าช้า เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมบรรยากาศน่ากลัวมากสำหรับคนทั่วไป แต่กลับไปที่ร่มรื่นสงบกับพระนักปฏิบัติที่ไปฝึกกรรมฐานที่นั่น ความเงียบสงบของที่นี้ในยามค่ำคืนนั้นต้องบอกว่าเต็มไปด้วยสัมภเวสีเร่รอนมากมาย ยามที่นั่งภาวนาอยู่นั้น บางทีก็เห็นเป็นนุ่งขาวหุ่มขาวออกมาบ้าง บ้างก็โผล่จากเสาร์ศาลาบ้าง บ้างก็ทำให้ท่านตกอยู่ในอีกโลกหนึ่งบ้าง บางทีท่านเดินจงกลมอยู่ดีๆ ถูกบิดข้อเท้าอย่างแรงดึงขากลับไปข้างหลังชนิดที่ล้มทั้งยืนร้องโอดโอยเพื่อนนักปฏิบัติต่างละที่นั่งเดินมาดูด้วยความเป็นห่วงก็มี จนอาจารย์จันลี ต้องออกมาเป่ามนต์คลายข้อเท้าหักให้ หลวงปู่ยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างดี เพราะโดนผีแกล้งหนักที่สุดก็หนนั้นล้มหน้าคะมำข้อเท้าแพลงจนปวดทรมาน พออาจารย์จันลีมาดูแหละท่องมนต์พึมพัมๆเป่าใส่ข้อเท้าเท่านั้นล่ะ หายเป็นปลิดทิ้งทีเดียว อาจารย์ จันลี ท่านมีพุทธอาคมสูง ท่าน จึงได้ฉายาว่า “จันลีผีกลัว” บารมีของท่านแม้สถานที่นั้นจะเต็มไปด้วยสิ่งเร้นลับต่างๆที่มองไม่เห็นแต่ท่านก็ดูแลเหล่าลูกศิษย์ได้ไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้น พระอาจารย์ จันลี ท่านก็เป็นหนึ่งในเกจิผู้เรืองเวทย์ในเขตอำเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ท่านหนึ่งเช่นกันแต่ไม่แน่ชัดว่าท่านเป็นศิษย์สายหลวงปู่มั่นด้วยหรือไม่ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างไป และท่านก็เป็นหนึ่งในอาจารย์สอนกรรมฐานสำคัญและสรรพวิชาให้หลวงปู่ บุญโย ขันติโก อีกท่านเช่นกัน
    การรักษาไล่ผีตีปอบ
    ย้อนกลับไปเมื่อสมัยหลวงปู่ยังแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีหลวงปู่มีชื่อเสียงอย่างมากในการขับไล่ภูตผีต่างๆ ไม่ว่าบ้านใกล้เรือนเคียงหรือจังหวัดอื่นๆยังต้องมาขอพึ่งใบบุญขอให้หลวงปู่ช่วยขจัดปัดเป่าโรคภัยต่างๆ รวมถึงสะเดาะเคราะห์เสียเข็ญทุกร้อนต่างๆก็ต้องมาให้หลวงปู่อาบน้ำมนต์ให้ประจำ อย่างประสบการณ์ไล่ผีปอบของท่าน วันหนึ่งมีญาติโยมกลุ่มหนึ่งเดินทางมาจากกิ่งอำเภอ วังยาง ในสมัยนั้น พาญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งขึ้นมาที่กุฏิ หลวงปู่ท่านก็ร้องทักไปว่า พากันมาหยัง หญิงสาวเพียงได้ยินแค่เสียงปู่ทักท้วงก็ร้องเสียงหลงออกมา ฉี่ราดไปเสียทีเดียว ญาติโยมที่มาก็แจ้งความประสงค์ว่า พามันมาปัวปอบหลวงปู่ ชักพักหลวงปู่ก็เดิมไปหยิบไม้หวายของท่านแล้วก็บริกรรมคาถาครู่หนึ่งเคาะไปเบาๆที่ศรีษะหญิงสาวรายนั้น ชักพักดิ้นพรวดๆสะบัดแขนขาจากคนที่พามาวิ่งไปจะกระโดดจากกุฏิหลวงปู่ซึ่งมีความสูงมากเพราะเป็นกุฏิวัดสมัยก่อนสูงน่าจะ 4-5เมตรได้ ดีที่ญาติคว้าทัน ไม่เช่นนั้นก็คงมีคอหักแขนขาหักเป็นแน่ ส่วนเรื่องการตรวจดวงชะตาหลวงปู่ก็ช่วยให้ชาวบ้านได้เป็นที่พึ่งยามทุกข์เนื้อร้อนใจ แม้หลวงปู่จะมีคาถาอาคมช่วยชาวบ้าน แต่หลวงปู่ก็ไม่ได้ถือโอกาสหากินกับความทุกร้อนของคนอื่น ก็แล้วแต่ศรัทธาค่าครูนิดๆหน่อยๆ เรื่องราวต่างๆจึงไม่ใช่การเล่ามาโดยที่ไม่มีมูลแต่อย่างใด ชาวบ้านต่างขนานนามตามที่เห็น “ญาคูยอผีปอบย้าน” ปัจจุบันหลวงปู่ก็ยังคงมีชื่อเสียงทางนี้อยู่เพียงแต่ท่านนั้นเหนื่อยและมีโรคประจำตัวคือชรามากแล้วจึงลดทางนี้เพื่อที่จะได้รักษาธาตุขันธ์และพักผ่อนเพราะท่านเหนื่อย แม้ปัจจุบันท่านจะอายุ94แล้วก็ตามแต่ร่างกายท่ายยังคงแข็งแรงมาก สายตาท่านดีมาก งานจักสานต่างๆท่านยังคงมีสมาธิทำอยู่เช่นเดิมเหมือนที่เคยมา บ้างก็ทำตะกรุดไว้ให้ชาวบ้านที่ต่างการจริงๆไว้นำไปใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ
    วัตถุมงคลของท่าน
    หลวงปู่ยังไม่เคยจัดสร้างเหรียญไว้แต่อย่างใด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่ท่านรักษา ท่านก็มีแต่ทำพิธีให้เป็นรายๆไป แล้วแต่รายใหนมาให้ช่วยทางใหนท่านก็รักษาไปตามเหตุการณ์ มาหาของดีค้าขายก็ให้เมตตามหานิยมไป มาหาแนวคุณไสย์ป้องกันผีก็ให้ตะกรุดไป มาสะเดาะเคราะห์ก็อาบน้ำมนต์พ่นน้ำมันให้ไป ใครไปใครมาท่านช่วยตลอดไม่เคยปฏิเสธ รวมตลอดระยะเวลาที่ท่านรักษามาก็ 50-60 ปี ท่านก็ไม่เคยให้วัตถุมงคลอื่นใดอะไรกับชาวบ้านไปนอกจาก ท่านทำตะกรุดไว้แจกเอาไว้คอยเป็นเครื่องปัดเป่าให้ชาวบ้านไว้ ฉะนั้นวัตถุมงคลของท่านจึงไม่ค่อยได้เห็นในบุคคลทั่วๆไป จะเห็นก็อยู่กับคนที่ท่านรักษาเป็นส่วนใหญ่ พอท่านแก่ชราลงท่านทำไม่ไหวแล้วเลยเพลาๆเรื่องนี้ลงไปบ้าง ประจวบเหมาะกับยุคสมัยความเชื่อเรื่องต่างๆก็ค่อยๆจางลงไป คนสมัยใหม่จึงพึ่งทางวิทยาศาตร์ หลวงปู่จึงถือโอกาสได้พักผ่อน
    IMG20260114051038.jpg IMG20260114051054.jpg
     
  16. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    เหรียญที่ระลึกสร้างสะพานหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ปี 57 บูชา 250 บาทจัดส่ง EMS IMG20260114051107.jpg IMG20260114051116.jpg IMG_20260114_054202.jpg
     
  17. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    รูปหล่อรุ่นแรก หลวงปู่สังข์ สังกิจโจ วัดป่าพระอาจารย์ตื้อ อ.แม่แต่ง จ.เชียงใหม่ พ.ศ. 2557 ก้นบรรจุเส้นเกศาหลวงปู่ อุดด้วยผงบางขุนพรหม พร้อมกล่องเดิม บูชา400 บาทจัดส่ง EMS IMG_20260114_053708.jpg IMG20260114051149.jpg IMG20260114051211.jpg IMG20260114051232.jpg IMG_20260114_053655.jpg IMG_20260114_053735.jpg
     
  18. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,214
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระสมเด็จหลังรูปเหมือนหลวงปู่คำดี วัดถ้ำผาปู่ จ.เลย มีเกศา บูชา 150 บาทจัดส่ง EMS IMG20260114051321.jpg IMG20260114051330.jpg
     
  19. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,433
    ค่าพลัง:
    +7,586
    ขอจองครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...